โพสต์


หอยนางรม​ - อุจจาระเข้มข้นแห่งท้องทะเล
ใครที่ชอบทานหอยกรุณาอย่าอ่าน​
แล้วจะหาว่าไม่เตือน
เครดิตภาพ: Dishant Bhasin
เวลามีคนไข้มาหาหมอด้วยอาการท้องเสียหรือตับอักเสบ​ คำถามหนึ่งที่เรานิยมถามกันคือ
"กินหอยมาหรือเปล่า?"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอยนางรมสด​ (ดิบ)​ เป็นอาวุธชีวภาพที่สังหารคนไปไม่น้อยเลยทีเดียว​ อาจจะน่ากลัวกว่าซองจดหมายที่โรยสปอร์เชื้อแอนแทรกซ์เสียอีก
แล้วหอยมันไปเกี่ยวอะไรกับโรคท้องร่วงหรือตับอักเสบ
โรคพวกนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อ​ ซึ่งเชื้อจำพวกนี้จะติดต่อโดยออกทางก้นเข้าทางปาก​ (feco-oral route)
พูดง่าย​ ๆ​ คือเรากินอึของใครสักคนที่มีเชื้อเข้าไปถึงได้ติดเชื้อที่ทำให้เกิดท้องร่วงได้
คงไม่มีใครอุตริไปกินอุจจาระสด​ ๆ​ แต่มันอาจปนเปื้อนมาสู่เราทางใดทางหนึ่ง​ เช่น
ไม่ล้างมือหลังใช้ห้องน้ำสาธารณะแล้วมาทานข้าว​ เราอาจได้เชื้ออหิวาห์ติดมือมาจากการจับลูกบิดที่เปื้อนคราบอุจจาระจากมือคนอื่นที่เรามองไม่เห็น
ทานผักสดที่บำรุงด้วยปุ๋ยคอกซึ่งมาจากอุจจาระสัตว์หรือคน
แม่ครัวที่ทำอาหารเป็นพาหะของเชื้อก่อโรค​ เช่น​ คุณ​ ไทฟอยด์​ แมรี่​ (Typhoid Mary) ผู้ซึ่งนำเชื้อไทฟอยด์ไปแพร่ให้ทุกบ้านที่จ้างงานเธอ
มีคนถ่ายลงแหล่งน้ำ​ เช่น​ แม่น้ำคงคาอันศักสิทธิ์​ สระว่ายน้ำ​ หรือ​ สวนน้ำ​ คนที่ไปอาบ​ ดื่ม​ หรือเล่นน้ำ​ ก็มีโอกาสซวยได้​ (เชื้อบางชนิดทนคลอรีนในสระว่ายน้ำได้)
อวัยวะเพศค่อนข้างอยู่ใกล้ทวารหนัก​ กิจกรรมทางเพศบางอย่าง​ ก็ส่งเชื้อจากอุจจาระเข้าสู่ปากของอีกคนได้
ฯลฯ​ ตามแต่จะจินตนาการ
การที่ผู้ป่วยติดเชื้อที่ติดต่อด้วยวิธีดังกล่าวจากการทานหอย​ นั่นแสดงว่ามีอุจจาระปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่หอยเหล่านี้อาศัยอยู่​ อุจจาระนี้อาจมาจากชาวประมงที่เป็นผู้เลี้ยงหอย​เอง หรือจากน้ำทิ้งของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง
อุจจาระรวมถึงเชื้อก่อโรคที่ปล่อยลงทะเล​ ก็น่าจะถูกเจือจางไปตามธรรมชาติด้วยน้ำปริมาณมหาศาล
เผอิญ​ หอยนางรม​ (oyster) หอยแมลงภู่​ (mussel)​ รวมไปถึง​หอยฝาคู่​ (bivalve)​ อื่น​ ๆ​ จะสูบน้ำกรองผ่านเหงือกแล้วเขมือบพวกแพลงตอนที่กรองได้เป็นอาหาร (filter-feeder)
หอยนางรม​จัดเป็นเครื่องกรองน้ำในธรรมชาติ​ชั้นยอด ตัวนึงสามารถกรองน้ำได้ถึง​ 50​ แกลลอน​ (190 ลิตร)​ ต่อ​วัน​ ช่วยให้น้ำขุ่น​ ๆ​ ใสได้ในเวลาไม่นาน

youtube.com

Oyster Filtration

Time-lapse video demonstrating oyster filtration. An adult oyster is capable of filtering 20 to 50 gallons of water per day. It is estimated that historic po...

น้ำจากแหล่งเดียวกัน​ ในตู้ซ้ายที่ไม่มีหอยนางรม​ จะขุ่นกว่าเมื่อเทียบกับตู้ขวาที่มีหอย​ ที่มา​: www.mbl.edu
สิ่งที่ถูกกรองเอาไว้ดันไม่ได้มีแต่แพลงตอนทั่วไป​ พวกเชื้อก่อโรคก็ถูกกรองติดสะสมอยู่ในตัวหอยด้วย​
เชื้อก่อโรคที่มีรายงานว่าพบในหอยนางรม​ เช่น
แบคทีเรีย​:
เชื้ออหิวาห์และผองเพื่อน​ [Vibrio]
เชื้อบิดไม่มีตัว​ [Shigella]
เชื้อไทฟอยด์และญาติ​ ๆ​ [Salmonella]
เชื้อที่ทำให้ท้องร่วงอื่น​ ๆ​ [Campylobacter], [E. coli], [Aeromonas]
ไวรัส​:
ตับอักเสบเอ​ (hepatitis A) และตับอักเสบอี​ (hepatitis E)​ ทำให้เป็นดีซ่าน​ (jaundice) ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง​ แต่ก็มีบ้างที่ตับวายจนต้องผ่าเปลี่ยนตับหรือเสียชีวิต
โนโรไวรัส​ (norovirus) ทำให้ท้องเสีย​ พบการระบาดได้บ่อยในเรือสำราญ
โรตาไวรัส​ (rotavirus) เป็นสาเหตุของท้องร่วงและการตายในเด็กเล็กที่พบได้บ่อย​ โดยเฉพาะในประเทศที่สาธารณสุขไม่ดี​และยังไม่หยอดวัคซีนให้เด็กทุกคน
โปลิโอ​ไวรัส (poliovirus) ไวรัสที่ทำให้ขาลีบที่เคยเป็นปัญหาใหญ่มากในอดีต​ จนกระทั่งเรามีวัคซีน​ เชื้อเพิ่มจำนวนในลำไส้​เป็นหลัก ส่วนน้อยที่มันจะไปเล่นงานไขสันหลังจนเกิดความพิการได้
ไวรัสที่ทำให้ท้องเสียได้อื่น​ ๆ​ เช่น​ adenovirus, astrovirus, enterovirus, Aichi virus
โปรโตซัว​:
ท็อกโสพลาสมา​ [Toxoplasma gondii] ทำให้เกิดฝีในสมองในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง​ (อ่านเพิ่มได้ใน​ แบคทีเรียจรจัด​ ตอนที่​ 5)
คริปโตสปอริเดียม​ [Cryptosporidium parvum] เกิดท้องเสียฉับพลันในคนปกติ​ และเรื้อรังในคนที่ภูมิคุ้มกันผิดปกติ​ เชื้อทนคลอรีนได้​ ชอบระบาดในสวนน้ำ​ (water park)
ไจอาร์เดีย [Giardia lamblia] ทำให้ท้องเสียและการดูดซึมสารอาหารผิดปกติ
ไดอะตอมและสาหร่ายขนาดเล็ก (diatom and microalgae):
ในบางฤดูกาล​ ทะเลบางบริเวณอาจเต็มไปด้วย​ ไดอะตอมและสาหร่ายที่มีพิษ​ พวกหอยที่กินตัวพวกนี้เข้าไปก็จะสะสมพิษจนเป็นอันตรายต่อคนได้ ตัวอย่างเช่น​ ทำให้เป็นอัมพาต​ (paralytic shellfish poisoning)
ด้วยความที่หอยเป็นเครื่องกรองน้ำ​ มันจึงสะสมพวกเชื้อก่อโรค​ได้​ รวบรวมเชื้อในอุจจาระที่กระจัดกระจายในน้ำมาอยู่ในตัว​ เป็นเหมือนเครื่องทำอุจจาระเข้มข้น
เวลาเราเอาหอยมาทาน​ อุปมาเหมือนเราทานไส้กรองที่เต็มไปด้วยคราบของเครื่องกรองน้ำนั่นเอง
แต่ในตัวหอยเชื้อบางชนิดอาจถูกทำลายในขณะที่เชื้อบางตัวเพิ่มจำนวนได้​ จึงเพิ่มความเสี่ยงได้มากกว่าแค่กรองเชื้อมารวมกันเฉย​ ๆ
ทั้งนี้การเก็บรักษาควบคุมอุณหภูมิหลังจากนำหอยขึ้นจากทะเล​ ก็มีผลต่อการเติบโตของเชื้อ
นอกจากเชื้อที่มาจากอุจจาระยังมีเชื้อบางตัวที่อยู่ในน้ำทะเลอยู่แล้ว​ ดังนั้นต่อให้เลี้ยงหอยสะอาดยังไง​ ก็เลี่ยงเชื้อแบบนี้ไม่ได้
เชื้อที่อยู่ในทะเลที่อันตรายคือ​เชื้อ​ วิบริโอ​ วัลนิฟิคัส​ [Vibrio vulnificus]
เชื้อนี้ไม่ค่อยทำอันตรายคนปกติ​ แต่มันชอบผู้ป่วยตับแข็งมาก​ ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด​ ตามด้วยแขนขาเน่า​ (necrotizing fasciitis) หลายข้างพร้อม​ ๆ​ กัน เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วแม้จะได้ยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อได้แล้วก็ตาม
เขื้อวิบริโอ​ วัลนิฟิคัส​ ทำลายชั้นผังผืดและผิวหนังของขาทั้งสองข้าง​ ซึ่งลุกลามอย่างรวดเร็ว​ เครดิตภาพ​: US FDA
เชื้ออาจเข้าทางผิวหนังก็ได้​ โดยเฉพาะถ้ามีแผล​ ผู้ป่วยตับแข็งจำนวนมากที่ไปเดินเล่นริมทะเล​ ต้องมาเสียชีวิต​ เพียงแค่เพราะเปลือกหอยบาดเท้า
เราจึงแนะนำผู้ป่วยตับแข็งเสมอว่า​ ห้ามไปสัมผัสน้ำทะเล​ และอาหารทะเลทุกชนิดต้องมั่นใจว่าสุกสนิทจริง​ ๆ
บทความนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์โจมตีการเลี้ยงหอยหรือภัตตาคารที่ขายหอยแต่อย่างใด​ คนปกติส่วนใหญ่ทานไปก็ไม่เป็นอะไร​ อาจจะท้องเสียบ้าง​ แต่ก็มีคนส่วนน้อยที่อาจคางเหลืองหรือถึงตายได้
ผมจะยินดีมาก​ หากมีใครมีประสบการณ์มาร่วมแชร์ความรู้หรือมุมมองของผู้เลี้ยงหอยหรือร้านอาหารด้วย​
แต่ในฐานะผู้บริโภค​ ถ้าจะให้ผมทานหอยนางรมดิบ​ ก็ควรมีประกาศนียบัตรรับรองว่าหอยมาจากแหล่งน้ำที่ไม่มีอุจจาระปนเปื้อนแน่​ ๆ​ และ​หอยนางรมล็อตนี้ผ่านการสุ่มตรวจแล้วว่าไม่มีเชื้อก่อโรคในระดับที่เป็นอันตราย
ในเมนูควรระบุและตัวบริกรก็ควรแจ้งย้ำ​ว่า​ ห้ามผู้ป่วยตับแข็งหรือภูมิคุ้มกันไม่ปกติทาน
และอย่าไปเชื่อว่าพวกสมุนไพร​ เครื่องเทศ​ ซอส​ มะนาว​ อัลกอฮอล์​ จะช่วยฆ่าเชื้อในหอยได้หมด
ยังไงทานสุก​ ก็ปลอดภัยกว่าอยู่ดี
อันที่จริง​ ถึงจะรู้เบื้องหลัง​อันน่าขยะแขยง ผมก็ยังทานหอยนางรมต่อไปอยู่ดี​ ขอให้มันสุกละกัน
น่าสนใจว่า​ สมองของเรามันทำงานอย่างไร​ ถ้าให้เราทานอุจจาระทอด​ ถึงจะรู้ว่าสุกสะอาด​ ก็คงไม่มีใครกล้าทาน​ แต่พอเป็นหอย​ ผักสดที่รดปุ๋ยคอก​ ปลาหน้าดิน​ ไส้หมู​ พวกนี้ย่อมปนเปื้อนอุจจาระแน่​ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ถึงจะรู้​ เรากลับทานอาหารพวกนี้ได้หน้าตาเฉย
เคยนั่งดู​ยูทูปกับลูก​ 4 ขวบ​ ไม่รู้ว่าทำไม​ แต่ตอนนั้นเขาชอบเรื่องบำบัดน้ำเสียมาก​
มีเรื่องนึง พูดถึงเมืองหนึ่งต้องการนำน้ำส้วมมาทำเป็นน้ำดื่ม​ (toilet to tap) ซึ่งก็ใช้หลักการ​ รีเวิร์ส​ออสโมซิส​ (reverse osmosis) เหมือนน้ำดื่มบรรจุขวดทั่วไป​ เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ​ ปรากฏว่า​ ชาวเมืองประท้วงไม่ให้ดำเนินการ จนต้องพับโครงการไป
ต่อมาเกิดการขาดแคลนน้ำ​ โครงการนี้จึงได้รับความสนใจใหม่​ และชาวเมืองก็ให้การยอมรับเสียด้วย
คุณคงคิดว่าต้องมีขั้นตอนพิสดารที่ช่วยให้ชาวเมืองรู้สึกว่ามันสะอาดขึ้นมาก
เปล่าเลย​ เพราะผ่านกระบวนการตามปกติ​ มันก็สะอาดจนไม่รู้จะสะอาดยังไงไปกว่านี้แล้ว​ สิ่งที่เขาทำก็เพียงแค่สร้างแท้งค์พักน้ำ​ให้อยู่ห่างจากโรงงานที่เอาน้ำส้วมมาผลิตน้ำสะอาดเท่านั้นเอง
น้ำก็น้ำเดิม​ ไม่แตกต่าง​ แค่ย้ายสถานที่​เก็บน้ำ​ ออกมา​ คนก็ยอมรับได้
หอยก็คงเหมือนถังพักน้ำ​ ที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นว่าไม่ได้ทานอุจจาระตรง​ ๆ​
ยุทธการ​ "พรางหอย" ก็สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน​ สินค้าหรือมนุษย์ที่ไม่ได้เรื่องนัก​ ก็สามารถเอามาใส่หีบห่อ​ ใส่สูท​ ใส่คำพูดหรู​ ๆ​ ประดับปริญญา​ ให้ดูดีขึ้นได้​ แม้เนื้อในจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยก็ตาม
ถ้าเราไปทำอะไรแย่​ ๆ​ จนชื่อเสียงเน่าเหม็น​ เราก็ใช้กลยุทธ์​ "ถังพักน้ำส้วม" กบดานอยู่นิ่ง​ ๆ​ ให้เวลาผ่านไปสักพัก​ คนก็ลืมวีรกรรมของเรา​ มาเปิดถังเอาเราไปคบค้าสมาคมด้วย
สุดท้ายนี้​ ผมขอตัวไปเขมือบหอยต่อ​ ด้วยความที่แพ้กุ้งกับปู ถ้าไม่ทาน​หอย ก็แทบไม่เหลืออาหารทะเลที่ทานได้​
แล้วทุกท่านที่อ่านบทความนี้​ ท่านจะทำอย่างไร​ ถ้ามีคนเสิร์ฟหอยมาให้?
ก. หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ทาน​ จะสุกหรือไม่สุกก็ไม่เอาทั้งนั้น
ข. ทานเฉพาะถ้ามันสุกสนิทเท่านั้น
ค. สุก​ ๆ​ ดิบ​ ๆ​ หรือดิบสนิท​ ก็จะทาน​ ก็มันอร่อย​ ทานแต่ละครั้ง​ ได้อารมณ์เหมือนโดดบันจี๊จัมป์ เชือกมันคงไม่ขาดง่าย​ ๆ​ หรอกน่า
ง. ถ้่ามันดิบ​ ส่งต่อให้แฟนสุดรวยของเรา​ ที่เป็นตับแข็งทาน​ อย่าลืมจดทะเบียนสมรสก่อนล่ะ
จ. เอามันไปขว้างใส่คนเขียน​ ดันมาเล่าเรื่องที่ไม่อยากรู้
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

890125

จ.จานแน่นนอน ฮาจริงๆคับ
13 มิ.ย. เวลา 15:35

thipcharee settapornara

ชอบทานหอยมากค่ะ ต่อไปนี้ต้องลดและเลิกแล้วล่ะค่ะหลังจากอ่านบทความนี้
13 มิ.ย. เวลา 14:31

เกษตรเอส

โชคดีที่ผมชอบทานหอยแมลงภู่ รอดไหมครับคุณหมอ😊
26 พ.ค. เวลา 01:58

บทเรียนจากเชื้อโรค

เป็นหอยสองฝา กรองน้ำเหมือนกัน จึงมีความเสี่ยงแบบเดียวกัน ขึ้นกับแหล่งน้ำที่มันอยู่ แต่ถ้าทานสุกก็โอเคครับ
26 พ.ค. เวลา 02:09
1

เกษตรเอส

ทานสุกครับ😊
26 พ.ค. เวลา 02:11

nirud_dhara

มีหลักสังเกตุเรื่องความสุกไหมครับ
13 มิ.ย. เวลา 14:05
1

นายหนวด ขมวด คำคิด

นายหนวดชอบกินหอยมั้กๆ ฮรือออ
13 พ.ค. เวลา 15:35

EveryGreen

แหม! อยากเลือกข้อ จ เหมือนกันค่ะ 55555555555 😂😂 แต่จะเอาไปขว้างใส่คนเขียนทำไม เสียดายนะคะ นานๆกินทีเชือกคงไม่ขาดง่ายๆหรอกน่าาาา ฮืออออออ
9 พ.ค. เวลา 12:32
1

บทเรียนจากเชื้อโรค

เช็ค Anti-HAV IgG ก่อนก็ได้นะครับ อาจเคยติดเชื้อตอนเด็กโดยไม่มีอาการ ตอนนี้มีภูมิแล้วก็เป็นได้ครับ
9 พ.ค. เวลา 12:56
1

EveryGreen

🤔🤔 ถ้าอาจารย์ว่าอย่างนั้นเช็คก่อนก็ได้ค่ะ งั้นไว้เดี๋ยวกรีนจะไปตรวจเมื่อไหร่ จะไปหาคอร์สมาปรึกษาอาจารย์อีกทีนะคะ 😁😁
9 พ.ค. เวลา 13:15
1
9 พ.ค. เวลา 13:25
1

Eakkapong Chantarapraphaporn

ผมแพ้กุ้งกับปูเหมือนกันคับ แต่ก็ดันไม่ทานหอย เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้อร่อยด้วยซะงั้น ขอบคุณสำหรับความรู้คับ
9 พ.ค. เวลา 04:34

หนอนหนังสือ

โอ้โฮ แค่บรรทัดแรกก็อดใจ ไม่อ่านไม่ได้แล้วนะคะ
9 พ.ค. เวลา 00:42

วันนี้เที่ยวไหนดี?

เอิ่ม พลาดอ่านจนจบเลยคะ เลิกกินแล้วคะทีนี้ 😱😱
5 พ.ค. เวลา 15:43

ลูกหลานแต้จิ๋ว

อ่านจบแล้วคิดว่า.. - น่าจะเปลี่ยนชื่อว่ าเป็นไส้กรองแห่งท้องทะเล - อย่ากินเลย ปล่อยให้ช่วยกรองน้ำเหอะ ..แบบ ดูรูปเปรียบเทียบแล้ว หอยทำงานดีมาก 😁 - อย่าถามว่าทำไม เพราะคนเราไม่ได้ใช้แค่เหตุผล แต่มีอารมณ์และความรู้สึกมาร่วมเป็นตัวแปร - ได้ยินบ่อยๆ ว่าท้องเสียเพราะกินหอยมากกว่าอาหารทะเลอื่นๆ บางคนก็บอกว่า เวลากิน
5 พ.ค. เวลา 12:52

แอ๋ววรรณอนงค์

มาติดตามคะ
24 เม.ย. เวลา 23:51