Blockdit Logo (Mobile)
มีคนนัอยมากที่จะรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อมากาเร็ต ฮามิลตัน ซึ่งยืนอยู่กับรหัสโปรแกรมคอมพิวเตอร์กองโตในภาพคนนี้ คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งนีล อาร์มสตรองไปลงดวงจันทร์ เพราะเรื่องของเธอ (รวมทั้งเรื่องของผู้หญิงอีกหลายคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ NASA) เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้
ในช่วงที่โครงการอพอลโลเพิ่งเกิด มากาเร็ตเป็นคนแรกที่ไปสมัครงานเป็นโปรแกรมเมอร์ที่นาซ่าหลังจากที่ได้เห็นประกาศรับสมัครงานโปรแกรมเมอร์โครงการส่งคนไปดวงจันทร์ ซึ่งขณะนั้นเธอกำลังศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์อยู่ที่ MIT (สมัยนั้นยังไม่มีการเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีคนเพียงไม่กี่คนที่สามารถเขียนโปรแกรมได้จากการเรียนรู้เอาเอง) และเธอก็ได้งานในตำแหน่งซึ่งเธอตั้งชื่อขึ้นมาเองว่า Software Engineer (ซึ่งกลายเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน)
หน้าที่ของเธอในตอนนั้นคือการเขียนโปรแกรมส่วนที่จัดการกับ error (ข้อผิดพลาด) ซึ่งเป็นงานน่าเบื่อเนื่องจากไม่มีใครในนาซ่าคิดว่าจะมีข้อผิดพลาดที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เพราะนักบินอวกาศผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี จึงโยนงานน่าเบื่อแบบนี้ให้มากาเร็ตทำเพราะเธอเป็นผู้หญิง (ในยุคนั้นงานทางด้านฮาร์ดแวร์จะเป็นของผู้ชาย ส่วนงานเขียนโปรแกรมจะโยนไปให้สาวๆทำ)
วันหนึ่งมากาเร็ตพาลูกสาวอายุ 4 ขวบมาเล่นที่ทำงาน และลูกสาวของเธอไปกดปุ่มโปรแกรมสำหรับการทำงานก่อนปล่อยยาน (pre-launch) ในขณะที่เครื่องกำลังจำลองการบินอยู่ ทำให้ระบบทั้งหมดหยุดทำงานลง มากาเร็ตเห็นถึงรูรั่วนี้และได้เสนอว่าควรมีโปรแกรมที่รองรับกรณีที่คาดไม่ถึงแบบนี้ แต่ข้อเสนอของมากาเร็ตไม่ได้รับการยอมรับจากทีมเพราะทุกคนคิดว่านักบินอวกาศไม่มีวันกดปุ่มผิดแบบนั้นแน่นอน
แต่ในภารกิจอพอลโล 8 สิ่งที่ไม่คาดคิดดังกล่าวก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อนักบินอวกาาศดันไปกดปุ่มผิดปุ่ม ทำให้ข้อมูลสำคัญในคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ในการนำยานกลับโลกถูกลบทิ้งไป และนาซ่าต้องแก้ไขด้วยการส่งข้อมูลไปให้ใหม่ซึ่งใข้เวลานานถึง 9 นาทีในการแก้ไข
หลังจากนั้น นาซ่าจึงเห็นความสำคัญของโปรแกรมรองรับข้อผิดพลาดและให้เธอพัฒนาระบบดังกล่าวเพิ่มเข้าไปในโปรแกรมควบคุมการบิน และโปรแกรมของเธอก็ได้ใช้งานจริงๆเมื่อยานลูนาร์ของอพอลโล 11 กำลังจะร่อนลงดวงจันทร์ ระบบเกิดทำงานผิดพลาดเนื่องจากใช้กำลังในการประมวลผลเพื่อตรวจจับสัญญานเรดาร์จากยานควบคุมสำหรับการบินกลับขึ้นมาเชื่อมต่อกันมากเกินไปจนไม่มีกำลังในการประมวลผลการร่อนลงบนพื้นผิวดวงจันทร์
ก่อนที่ภารกิจจะถูกล้มเลิกในนาทีสุดท้าย โปรแกรมของมากาเร็ตก็ทำงานโดยการจัดลำดับความสำคัญให้กับการร่อนลงพื้นผิวมากกว่า ทำให้นาซ่าตัดสินใจให้ยานลูนาร์ร่อนลงได้ และนีล อาร์มสตรองก็กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่เดินบนดวงจันทร์
เบื้องหลังความสำเร็จของอพอลโล 11 ก็คือผลงานและมันสมองของมากาเร็ต ซึ่งได้เป็นผู้วางรากฐานทางด้าน Software Engineering และได้กลายเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ในเวลาต่อมา
มากาเร็ตเพิ่งได้รับการยอมรับและให้เกียรติสูงสุดจาก ปธน โอบามา เมิ่อไม่นานมานี้ และทำให้โลกได้รู้จักกับ Software Engineer คนแรกของโลกซึ่งเป็นผู้หญิง
ความคิดเห็น
Adminคนขวางโลก
เจ๋งมาก
3 ก.พ. 2019 เวลา 05:53
1
The Whisperer
เนื้อหาน่าอ่านแบบนี้ น่าจะ Add เป็นเพจ แล้วโอนงานเขียนทั้งหมดไปที่นั่นนะครับ (follower จะตามไปโดยอัตโนมัติ)
3 ก.พ. 2019 เวลา 04:13
1

สัพเพเหระศาสตร์

แอดเป็นเพจแล้วครับ ขอบคุณครับ 😄
3 ก.พ. 2019 เวลา 12:04
2
Jarurote
การโปรแกรมใน ROM สมัยนั้นโหดและถึกสุดๆนะครับ. โหดกว่าทำบนบัตรเจาะรูเสียอีก. มันต้องใช้วิชาเย็บปักถักร้อย ไปร้อยแหวนเฟอร์ไรด์กะเส้นลวดเพียงให้ได้ข้อมูลเพียง 1 บิท. เพราะการโหลดข้อมูลแบบนี้ในยุคนั้นยังเร็วกว่าแบบเทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กขนาดใหญ่ และบัตรเจาะรู เมื่อไช้กับข้อมูลจำนวนเยอะมากๆ ตัว wire memory ที่ใช้มันก็เยอะมากตามมาด้วย มันจึงดูรุงรังยิ่งกว่าหยักไย่เสียอีก
3 ก.พ. 2019 เวลา 02:32
7

สัพเพเหระศาสตร์

งานโปรแกรมแบบ Hard-wire สมัยนั้นจึงเป็นงานของผู้หญิงครับ
3 ก.พ. 2019 เวลา 02:49
4