7 สิงหาคม เวลา 11:54History

โรงพยาบาลศิริราช

มีความเป็นมายังไง ไปดูกัน.......

ที่มารูปภาพ : คุณ payont thanasatirakul

■ แรกเริ่มเดิมที

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) เกิดอหิวาตกโรคระบาดชุกชุมเมื่อ พ.ศ. 2424

ในครั้งนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงพยาบาลขึ้นชั่วคราวในที่ชุมชนรวม 48 ตำบล

ครั้นโรคร้ายเสื่อมถอยลง โรงพยาบาลจึงได้ปิดทำการ

แต่ในพระราชหฤทัยทรงตระหนักว่า โรงพยาบาลนั้นจะยังประโยชน์บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พสกนิกรและผู้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร

แต่การจัดตั้งโรงพยาบาลนั้นเป็นการใหญ่ จำเป็นต้องมีคณะกรรมการเพื่อจัดการโรงพยาบาลให้สำเร็จ

■ จุดเริ่มต้น

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2429 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้น

เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลถาวรแห่งแรก ณ บริเวณวังของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง) ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนแรกเริ่มในการดำเนินการ

ในระหว่างที่เตรียมการก่อสร้างโรงพยาบาลนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ฯ พระราชโอรสอันประสูติจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

ได้ประชวรโรคบิดสิ้นพระชนม์ลงเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2430 ยังความอาลัยเศร้าโศกแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ยิ่งนัก

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ฯ  ที่มา : ศิริราชมูลนิธิ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะให้มีโรงพยาบาลขึ้น

ครั้นเสร็จงานพระเมรุแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อโรงเรือนและเครื่องใช้ต่าง ๆ ในงานพระเมรุนำไปสร้างโรงพยาบาล ณ บริเวณวังหลังดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพระราชทานทรัพย์ส่วนของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ฯ แก่โรงพยาบาลอีกด้วย

ในระยะแรกคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาล ได้จัดสร้างเรือนพักผู้ป่วยขึ้น 6 หลัง

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด

พระราชทานนามว่า “โรงศิริราชพยาบาล” หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “โรงพยาบาลวังหลัง” โดยทำการบำบัดรักษาผู้ป่วยไข้ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณของไทย

ในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนแพทย์อย่างเป็นทางการ

พระราชทานนามว่า “ราชแพทยาลัย” ซึ่งเป็นนามดั้งเดิมของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในปัจจุบัน

ในระยะที่พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นไชยนาทนเรนทร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม พระยาชัยนาทนเรนทร) ทรงเป็นผู้บัญชาการราชแพทยาลัยได้ทรงโน้มน้าวพระทัย สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก) ให้สนพระทัยวิชาแพทย์

โดยเสด็จพระราชดำเนินศึกษาต่อด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกาเป็นเบื้องต้น และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ทรงเป็นผู้แทนฝ่ายรัฐบาลไทยเจรจากับมูลนิธิ Rockefeller Foundation หรือที่คนไทยเรียก ร๊อคกี้เฟลเลอร์

เพื่อยกระดับการศึกษาแพทย์ให้ถึงขั้นปริญญาและปรับปรุงกิจการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลศิริราชในหลาย ๆ ด้าน

โรงพยาบาลศิริราช ได้พัฒนาเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาตามลำดับ ด้วยพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้าทุกพระองค์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ในราชวงศ์จักรีและยังได้รับการสนับสนุนกิจการทั้งปวงจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปด้วย

โรงพยาบาลศิริราช ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนพรานนก แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม. 10700

นับเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ มีเนื้อที่ 110 ไร่ อาคาร 59 หลัง ปัจจุบันมีจำนวนเตียงทั้งสิ้น 2,221 เตียง แพทย์ 851 คน พยาบาล 2,929 คน และผู้ช่วยพยาบาล 2,134 คน รวมบุคลากรในฝ่ายต่าง ๆ อีก 7,547 คน ต่างปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ (ข้อมูลปี พ.ศ.2553)

โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สังกัดมหาวิทยาลัย มีการบริหารงานภายใน นอกจากสำนักงานคณบดี สำนักงานผู้อำนวยการ และภาควิชาต่าง ๆ 25 ภาควิชาแล้ว

ยังมี ศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สถานวิทยามะเร็งศิริราช สถานส่งเสริมการวิจัย สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์

โรงเรียนต่าง ๆ ที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์อีก 4 แห่งคือ โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล โรงเรียนเวชนิทัศน์ โรงเรียนเวชศาสตร์การธนาคารเลือด และโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร

ลานพระบิดา ลานพระราชนุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนกกลางโรงพยาบาลศิริราช ที่มา : คุณ payont thanasatirakul

ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้ ท่านเห็นภาพด้านบนแล้วรู้สึกยังไงครับ ??? commet ร่วมได้

สุดท้ายของบทความ ไม่แนะนำให้ทุกท่านไปโรงพยาบาล เพราะนั่นหมายถึงการมีอาการเจ็บป่วย

แต่ถ้าไม่ไหว ก็ต้องไปครับ อย่าไปฝืนร่างกาย

ทางที่ดี หมั่นดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ครับ

หากชอบบทความนี้ LIKE + SHARE + กดติดตาม เป็นกำลังใจให้ผู้เขียน

comment แลกเปลี่ยนได้ตามอัธยาศัยครับ

ขอบคุณ ที่มาแหล่งข้อมูล : https://www.si.mahidol.ac.th/sirirajhospital/history.php

133
แชร์ 35 ครั้งรับชม 5.1k ครั้ง
ก่อนสะเทือนไต
ไปโรงบาลทุก3 เดือน เบื่อแย้วว ... ขอบคุณที่นำความรู้ดีๆมาแนะนำน๊าา
9 สิงหาคม เวลา 09:28
1
ดู 8 ความคิดเห็นย่อยเพิ่มเติม...
Just Read It แค่อ่านมันส์
พักรักษาตัว ขอให้หายไวๆนะครับ
9 สิงหาคม เวลา 09:51
ก่อนสะเทือนไต
ไม่สามารถหาย 100% ได้ครับ แม้เปลี่ยนไตแล้ว ก็ต้องลุ้นว่าเข้ากับร่างกายเราได้หรือเปล่า และไตของคนอื่นสามารถอยู่ในร่างกายเราได้ประมาณ 10 ปีเท่านั้นครับ ... แต่ก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
9 สิงหาคม เวลา 09:55
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
โห เศร้าเลยครับ ยังไงก็สู้ๆนะครับ
9 สิงหาคม เวลา 10:01
Modeo123
บทความดีครับ ขอบคุณที่นำความรู้มาให้ ขออนุญาตแชร์คับ
8 สิงหาคม เวลา 04:21
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
ยินดีครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ
8 สิงหาคม เวลา 04:38
Mr.Ar Y
ขอบคุณครับ
8 สิงหาคม เวลา 01:09
1
8 สิงหาคม เวลา 02:01
niwat
เรียนจบก็ที่นี่
7 สิงหาคม เวลา 22:43
2
Just Read It แค่อ่านมันส์
ภูมิใจเลยใช่ไหมครับ
7 สิงหาคม เวลา 23:48
2
niwat
ครับ
8 สิงหาคม เวลา 04:02
English By.. NC Isabella
ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ
7 สิงหาคม เวลา 21:20
2
Just Read It แค่อ่านมันส์
ขอบคุณที่อ่านเช่นกันครับ
7 สิงหาคม เวลา 23:47
1
phasakorn sornvej
ขอบคุณข้อมูลดีๆ ครับ.
7 สิงหาคม เวลา 20:14
2
Just Read It แค่อ่านมันส์
ขอบคุณที่อ่านเช่นกันครับ
7 สิงหาคม เวลา 23:47
Phanom Porsai
ตอนจบแอดน่าจะพิมพ์ตก "สุดท้ายของบทความ ไม่แนะนำให้ทุกไปโรงพยาบาล เพราะนั่นหมายถึงการมีอาการเจ็บป่วย" น่าจะเป็น ทุก..."ทุกท่าน" หรือเปล่าครับ
7 สิงหาคม เวลา 18:33
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
โอ้ ขอบคุณมากครับ แสดงว่าอ่านจริง จะแก้ไขทันทีเลยครับ
7 สิงหาคม เวลา 23:47
2
รักพาไป
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ 😊😊😊
7 สิงหาคม เวลา 17:06
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
ขอบคุณที่อ่านเช่นกันครับ
7 สิงหาคม เวลา 23:46
1
Top Ranking
ยอดเยี่ยมเลยครับ
7 สิงหาคม เวลา 16:05
2
7 สิงหาคม เวลา 23:46
Medium size Pilot
ขอบคุณบทความดีๆ ครับ
7 สิงหาคม เวลา 15:53
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
ยินดีครับ ต้องให้เครดิตแหล่งข้อมูลด้วยครับ
7 สิงหาคม เวลา 23:46