1 กันยายน เวลา 09:36History

EP.5 | โรงงานเผาขยะที่ญี่ปุ่น อยู่ร่วมกับคนได้อย่างไร ?

รู้หรือไม่ว่า ? โรงงานเผาขยะของญี่ปุ่นมีการเผาขยะตลอด 24 ชม. เเต่กลับไม่มีกลิ่นหรือมลภาวะใดๆออกมาจากโรงงานเลย เเถมประชาชนยังสามารถอาศัยอยู่บริเวณโรงงานเผาขยะได้อย่างปกติสุขอีกด้วย

พวกเขาสามารถจัดการกับมลภาวะเหล่านั้นได้อย่างไร เเล้วทำไมโรงงานเผาขยะของญี่ปุ่นถึงอยู่ร่วมกับประชาชนได้ ? | สมองไหลจะเล่าให้ฟัง...

ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นการทิ้งขยะให้ถูกประเภททุกครั้งถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่เเล้ว โดยในแต่ละบ้านหรือตามสถานที่ต่างๆของคนญี่ปุ่นจะมีการจัดการแยกขยะแต่ละประเภทไว้ เพราะในแต่ละวันจะมีรถมาเก็บขยะไม่ซ้ำประเภทกัน ทุกคนจะรู้ว่าควรทิ้งขยะประเภทใดในวันไหน

เพราะคนญี่ปุ่นรู้ดีว่าขยะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล ฉะนั้นขยะที่ญี่ปุ่นจึงไม่ใช่แค่ขยะธรรมดา

หลังจากรถมาเก็บขยะเรียบร้อยเเล้ว ก็จะนำขยะที่เผาได้ เช่น พวกเศษอาหารพลาสติกหรือกระดาษ ส่งต่อไปยังโรงงานเผาขยะ ที่มีมากถึง 20 โรงงาน ใน 23 เขต ของเมืองโตเกียว

ตลอดทั้งวันจะมีรถขยะเข้ามาที่โรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องชั่งน้ำหนักทุกคันก่อนเข้าด้านใน เพื่อนำขยะไปทิ้งในถังพักขยะขนาดใหญ่ โดยจะมีมือจับซึ่งทำจากเหล็กคอยทำหน้าที่หยิบขยะใส่ลงเตาเผาอยู่

การใส่ขยะลงในเตาเผานั้นจะค่อยๆทำอย่างช้าๆเพื่อป้องกันไม่ให้ขยะอุดตันเวลาลำเลียง โดยจะมีเซ็นเซอร์คอยตรวจจับปริมาณของขยะอยู่เเละจะส่งสัญญานเตือนให้เติมขยะลงเตาทุกครั้งที่ขยะเริ่มมีปริมาณน้อยลง

เตาเผาขยะที่ญี่ปุ่นจะทำงานติดต่อกัน 24 ชั่วโมง ใช้ความร้อนสูงประมาณ 850-950 องศา เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์เเละป้องกันการเกิดก๊าซพิษที่เรียกว่า “ไดออกซิน”

สิ่งที่ได้จากการเผาด้วยความร้อนสูงขนาดนี้คือ “ขี้เถ้า” ซึ่งจะถูกนำไปเผาอีกครั้งที่ความร้อน 1,200 องศา จนได้สารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Slag มีลักษณะคล้ายทราย มีรูปร่างคล้ายหนาม

ในเเต่ละวันจะได้ขี้เถ้าประมาณ 50 ตัน ขี้เถ้านี้เมื่อนำมาผสมกับคอนกรีตก็จะสามารถนำไปทำเป็นถนน ทำเป็นอาคารหรือทำเป็นพื้นที่อะไรต่างๆ ได้อีกมากมาย

นอกจากนี้ในโรงงานเผาขยะยังมีเครื่องผลิตไฟฟ้าจากการเผาขยะอีกด้วย เป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยไอน้ำที่เกิดจากความร้อนของเตาเผา ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตได้ถึง 12,000 กิโลวัตต์ โดยจะนำมาใช้ในโรงเผาขยะประมาณ 5,000 กิโลวัตต์ ที่เหลือก็ขายให้กับโรงไฟฟ้าโตเกียว ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าในหนึ่งปีโรงงานเผาขยะสามารถขายไฟฟ้าได้ถึง 200 ล้านเยน หรือประมาณ 80 ล้านบาทเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็นโรงงานเผาขยะที่ไม่ต้องพึ่งโรงไฟฟ้า เเต่กลับสามารถขายไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าได้ซะอย่างนั้น !!

ถึงเเม้โรงงานเผาขยะจะเป็นเเหล่งรวบรวมของขยะมากมายแต่ด้านนอกกลับไม่มีกลิ่นเหม็นหรือควันพิษออกมาเลย

เพราะโรงงานที่นี่มีการจัดการอย่างดีตั้งแต่ควันพิษ โดยที่ประตูของโรงงานเผาขยะจะมีม่านอากาศที่เป่าไม่ให้อากาศเสียด้านในออกมาด้านนอกได้ จากนั้นใช้น้ำที่เป็นด่างฉีดควันที่เป็นกรด เพื่อให้ควันสะอาดก่อนถึงจะค่อยปล่อยควันออกมาผ่านตัวกรองที่ปล่องควันอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการก็จะมีการนำมากักเก็บและบำบัดก่อนเช่นกัน

ผลจากการจัดการที่ดีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เเละยังทำให้โรงงานเผาขยะที่นี่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดไว้

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือทางรัฐบาลญี่ปุ่นยังคำนึงถึงทัศนียภาพโดยรอบของโรงงานเผาขยะอีกด้วย เพราะฉะนั้นที่ไหนมีโรงงานเผาขยะที่นั่นต้องมีสถานที่ออกกำลังกายหรือสระว่ายน้ำและสวนสาธารณะด้วย

เพื่อให้ประชาชนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เเละได้กำหนดให้เด็กนักเรียนชั้นประถมต้องมาทัศนศึกษาที่โรงเผาขยะเพื่อให้รู้ว่าการแยกขยะตั้งแต่ที่บ้านจะก่อให้เกิดประโยชน์อะไรบ้าง โดยสถานที่เหล่านี่ล้วนเเล้วเเต่ใช้ไฟฟ้าจากโรงเผาขยะทั้งสิ้น

ดังนั้นประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ จึงอยู่ร่วมกันกับโรงเผาขยะได้อย่างปลอดภัยเเละมีความสุข

หากถูกใจบทความนี้ ก็อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ เเละกดติดตามเพจ "สมองไหล" กันด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดบทความดีๆ ที่มีมาเสริฟให้คุณทุกวัน

ขอบคุณครับ 🙏

448
แชร์ 128 ครั้งรับชม 15.6k ครั้ง
Amornset Pongisan
สวีเดนก็โดดเด่นในเรื่องนี้ครับ เดาว่าคงมีผู้หลักผู้ใหญ่ชาวไทยไปดูงานมาทั้งสองที่แล้วล่ะ แต่ว่า...
2 กันยายน เวลา 03:38
3
ฐิติตม สถิรวัฒนกุล
ยากสำหรับเมืองไทยที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ของคนมีอำนาจ เป็นหลัก
2 กันยายน เวลา 02:00
สู้เพื่อฝัน วันนั้นต้องมาถึง
ไทยน่าจะลงทุนสร้าง ให้ญี่ปุ่นมาทำให้นะคับ ให้เค้ามาสร้าง มาสอนการใช้งาน ผมว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะเป็นการลงทุนครั้งเดียว แถวยังเกิดรายได้จากการผลิตไฟฟ้า และขายขี้เถ้าด้วย
2 กันยายน เวลา 01:48
อ่านนะ 😊
โรงงานเผาขยะของญี่ปุ่นเขาจัดระบบดีมากเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประชาชนของเขาก็ร่วมมือดีในการแยกขยะทิ้งลงถังตามประเภทของถังขยะ 👍👍👍
1 กันยายน เวลา 23:44
1
วิชนี กลีบมงกุฏ
ถ้าประเทศไทยทำได้แบบบ้านเค้าก็จะดีมากๆเลย
1 กันยายน เวลา 16:55
2
PakaCher ^o^
เห็นบ้านเมืองเค้ามีระบบการจัดการดี ก็รู้สึกอิจฉา อยากให้บ้านเราเป็นแบบนั้นบ้าง ทำยังไงถึงจะสร้างจิตสำนึกของคนในชาติได้ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนต้องร่วมมือกัน เริ่มต้นอย่างจริงจังได้แล้ว
1 กันยายน เวลา 15:11
2
อัลกอ ริทึม
โตตรดี ไมบ้านเราไม่เอาแบบนี้บ้างล่ะครับ
1 กันยายน เวลา 14:37
รณฤทธิ์ ฤทธิแผลง
รู้ทั้งรู้ แต่ก็เพียงได้รู้
1 กันยายน เวลา 13:49
ลอไก่ ณ.บางอ้อ
เยี่ยมครับ อิจฉาตาร้อนเลยทีเดียว.
1 กันยายน เวลา 13:41
1
BOOK REVIEW
น่าเอามาใช้กับหลายๆประเทศ
1 กันยายน เวลา 13:41
1