11 กันยายน เวลา 12:32Entertainment

ห้องมืด

...นี่อาจเป็นเรื่องรักที่ผิดหลักสุขอนามัยที่สุดในประวัติศาสตร์

1

ถ้าคุณบอกว่าสังคมในยุคต้น 2000 เป็นสังคมที่ ‘ปลอมเปลือก’ แสดงว่าคุณมีชีวิตอยู่ไม่ถึงยุค 3000 แน่ๆ- ในยุคนี้ คุณจะได้สัมผัสชัดว่าความปลอมเปลือกที่แท้จริงเป็นอย่างไร

ในยุคสมัยที่ใครๆก็อยากดูดี สวยหล่อ และสง่างามตลอดเวลา การศัลยกรรมหน้าเป็นสิ่งที่ไม่นิยมนัก เพราะบางวันคุณผู้หญิงอาจจะอยากสวยคม สวยหมวย เช่นเดียวกับที่บางวันคุณผู้ชายจะอยาก หล่อตี๋ หล่อล่ำ หล่อเพรียว หล่อแว่น- ดังนั้นเพื่อความหลากหลายแห่งความดูดีที่มีระดับกว่า ทุกคนมักจะซื้อ ‘หน้ากากประจำวัน’ มาใส่เปลี่ยนไปทุกวัน หน้ากากนี้เป็นหน้ากากติดแนบไปกับหน้าและเนียนมากทีเดียว ถ้าหากใครยังโลภอยากดูดีมากกว่านั้น ก็มักจะซื้อ ‘สูทรูปร่างสมส่วน’ ไปคู่กันด้วย

‘ความขี้เหร่ไม่ใช่ทางเลือก’ ประธานาธิบดีชาติมหาอำนาจเคยกล่าวไว้แบบนั้น ‘พวกคุณจะต้องดูดี พวกคุณจะต้องไม่ตด ไม่เรอ ไม่แคะขี้มูก ไม่ทำการอันใดที่ทำให้ชาวโลกเสื่อมเสียชื่อเสียง เดี๋ยวมนุษย์ดาว ABO99900 จะหัวเราะเยาะเราได้’

แต่ต่อให้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปถึงระดับไหนก็ตาม ก็ยังไม่สามารถยกระดับให้มนุษย์ไม่ตด ไม่เรอ ไม่มีขี้มูก ไม่ขับถ่ายได้

ประธานาธิบดีจึงบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็แค่ต้องแอบทำ โดยไม่ให้ใครรู้ก็พอ

รัฐบาลได้สร้าง ‘ห้องดำ’ ขึ้นมาในสำนักงานทุกแห่งและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทุกที่ มันเป็นห้องมืด คล้ายๆกับห้องสุขาในสมัยก่อนนั่นแหล่ะ หากแต่พวกเราสามารถเข้าไปกันได้ทีละหลายๆคน เมื่อเข้าไปในนั้นทุกคนจะใช้ถุงช่วยหายใจปิดปากปิดจมูกไว้ (ยกเว้นหากคุณต้องการจะเรอ) ในห้องนั้นทุกคนสามารถตด เรอ เกาก้น แคะขี้มูก กรี้ด ด่าเจ้านาย ด่าเพื่อนร่วมงาน ด่ารัฐบาล

ทำทุกอย่างที่ไม่สามารถทำเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น

ในห้องนั้นเป็นห้องมืดอยู่แล้ว ไม่มีใครมองเห็นใคร และไม่มีใครได้ยินเสียงอะไร เพราะเสียงถูกดูดทันทีที่ผนังห้องจับคลื่นความถี่ได้ ส่วนกลิ่นนั้น เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม ทุกคนมีหน้าที่ต้องครอบถุงช่วยหายใจให้แน่นด้วยตัวของตัวเอง

ห้องมืดช่วยลดความเครียดในการ ‘ต้องทำตัวเพอร์เฟ็ค’ ในชีวิตประจำวัน ของคนในสังคมได้มากทีเดียว

จนกระทั่งวันหนึ่ง ห้องมืดก็ถูกสั่งให้ปิดตัวลงตลอดกาล

2

“นี่มันเรื่องอะไรกันคะท่านประธานาธิบดี!” มารี เลขาสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘miss beauty’ ประจำทำเนียบขาวถามขึ้นมาอย่างมึนงง สับสน และไม่พอใจ “ทำไมท่านต้องสั่งปิดห้องมืดด้วย”

“ห้องมืดเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัย” ประธานาธิบดีนาโลโลตอบเสียงเรียบ “หลังจากที่คุณกาไวกาถูกฆาตกรรมในห้องมืด ผมก็เห็นว่าจะต้องมีอาชญากรรมมากมายเกิดขึ้นในนั้นแน่ๆ”

“แล้วคนอื่นจะทำยังไงคะท่าน” หญิงสาวยังคงสับสน “ถ้าหากไม่มีห้องมืด พวกเราจะสามารถ ‘ดูดีตลอดเวลา’ได้อย่างไรกัน???”

“นั่นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องไปจัดการกันเอาเอง”

ชายวัยกลางคนตอบกลับมาแบบปัดปัญหาขั้นสุด

3

หากคุณจินตนาการถึงความยากลำบากของคนในยุคนั้นไม่ออก การไม่มีห้องมืดก็ลำบากพอๆกับการอยู่ในสังคมที่ต้องวางมาดตลอดเวลา แต่ไม่มีห้องน้ำให้ปลดปล่อยนั่นแหล่ะ-ใครเล่าจะกล้าไปขับถ่ายใส่พุ่มไม้แถวนั้นได้

การเรอ 1 ครั้ง เทียบเท่ากับการอุจจาระราดต่อหน้าธารกำนัลเลยทีเดียว

แล้ววันหนึ่งสมาชิกพรรคฝ่ายค้านอาวุโสก็ไม่อาจสะกดกลั้นกลไกของร่างกายได้ เขาผายลมออกมาในขณะอยู่ในที่ประชุม

“อี๋…” ใครบางคนพูดออกมา ด้วยท่าทีรังเกียจเหลือประมาณ คนที่เหลือต่างพากันเอามือปิดจมูก ส่ายหน้า และมีเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นรอบบริเวณ

มารีรู้สึกสงสารจับใจ หากแต่เธอทำได้เพียงนั่งมองดูภาพที่เกิดขึ้นเท่านั้น

“โปรดสนใจในสิ่งที่ท่านศิลากำลังพูดหน่อยครับ” ใครคนหนึ่งพูดแทรกออกมาในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด “ผมอยากให้ทุกคนโฟกัสในวาระที่กำลังประชุมอยู่ เพราะนี่เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก”

ทุกอย่างจึงกลับคืนสู่ภาวะปกติสุข

มารีมองดูเขาด้วยความชื่นชม ใครคนนั้นเป็นสมาชิกพรรครัฐบาลที่ชื่อว่า เนชัว เขาเป็นคนแปลก เป็นคนที่ไม่ยึดติดกับวัตถุนิยมอะไรทั้งนั้น เขาไม่แม้แต่จะซื้อหน้ากากประจำวันมาใส่เหมือนคนอื่นด้วยซ้ำ หน้าของเขาคือหน้าจริงเสมอ

ที่แปลกคือคนที่กล้าแสดงหน้าจริงมักเป็นคนที่หล่อสวยมากๆ หากแต่เนชัวไม่ใช่คนหล่อ หน้าของเขามีกระและไม่เรียบเนียน ผมของเขาสีดอกเลาซึ่งไม่ใช่สี ‘อุดมคติ’สำหรับเส้นผมของคนหนุ่มสาว และแม้ทุกคนจะพร่ำบอกให้เขาหัดทำตัวให้ดูดีเสียบ้าง เนชัวก็ไม่เคยใส่ใจ

หากแต่ในความไม่สมบูรณ์แบบนั้น เนชัวกลับได้รับคะแนนความนิยมจากประชาชนมากมายมหาศาล

ที่จริงแล้วมารีกับเนชัวเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก และพวกเขามีบางอย่างที่คล้ายกัน คือมารีก็ไม่ใส่หน้ากากประจำวันเช่นเดียวกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ทุกคนเรียกเธอว่า ‘miss beauty’ สาวสวยที่ไม่ต้องพึ่งหน้ากาก- หน้ากากบางยี่ห้อยังทำมาเลียนแบบใบหน้าของเธอเสียด้วย ซึ่งบริษัทผลิตหน้ากากต้องจ่ายเงินค่าสิทธิให้เธอมหาศาล ทำให้มารีได้รับเงินเข้ามาสม่ำเสมอ มากกว่างานทำเนียบขาวซึ่งเป็นงานหลักเสียอีก

อย่างไรก็ดี มารีไม่ค่อยถูกกับเนชัวนัก

เพราะเขารู้ความลับบางอย่างของเธอ

4

“มารี” เนชัวเคยพูดกับเธอขณะที่ทั้งสองวิ่งเล่นด้วยกันตอนยังเด็ก “นั่นน่ะไม่ใช่หน้าที่แท้จริงของเธอใช่มั้ยล่ะ”

คำพูดของเขาทำให้เด็กหญิงมารีชะงัก หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม “ถามทำไม…”

“เราก็แค่อยากเห็นหน้าจริงๆของเธอเท่านั้นเอง”

มารีไม่ตอบ เธอวิ่งหนีไปจากเขาอย่างง่ายๆแบบนั้น

และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้คุยกัน จนเมื่อมาพบเจอกันอีกครั้ง มารีไม่แน่ใจนักว่าเนชัวจำเธอได้หรือไม่ หากแต่เธอนั้น ยังจำเขาและคำพูดประโยคนั้นได้ขึ้นใจ

“คุณรู้เรื่องห้องมืดหรือเปล่า” หลังจากการประชุมที่แสนวุ่นวายจบลง เนชัวก็เดินตรงมาหาเธอ

“ค่ะ” มารีตอบเกร็งๆ “ห้องมืดถูกปิดตัวมาอาทิตย์นึงแล้ว ใครๆก็รู้กันทั้งนั้น”

“แต่ผมรู้มามากกว่านั้น” เขาบอก “ผมรู้ว่าห้องมืดไม่ได้ถูกปิดตัวลงจริงๆ แต่มันเปิดให้ประธานาธิบดีและคนสนิทเข้าไปใช้เท่านั้น”

หญิงสาวอ้าปากค้าง ตะลึงกับข้อเท็จจริงดังกล่าว “อะไรกัน! นี่มันขัดสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิงเลยนะ! ฉันรับไม่ได้จริงๆ!”

“คุณเชื่อที่ผมพูดหรือ?”

“ฉันไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่คิดว่าจะลองสืบดูก่อน”

“ผมมีวิธีจัดการปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว” เนชัวพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ผมแค่มาบอกคุณไว้ก่อน เผื่อคุณจะไม่ชอบใจ ถ้าหากผมแฉเจ้านายของคุณ”

ทั้งเนื้อทั้งตัวของหญิงสาวครั่นไปด้วยความโกรธ หล่อนไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโกรธอะไรกันแน่ โกรธที่ถูกประธานาธิบดีแทงข้างหลัง หรือโกรธที่เธอไม่ได้ถูกนับรวมเป็น ‘คนสนิทในการเข้าใช้ห้องมืด’ แต่สุดท้ายเธอก็โกรธจนตัวสั่นและเสียงสั่น “ฉันไม่สน..ถ้าหากมันเป็นความจริง ก็เชิญคุณแฉได้ตามสะ— เอิ้กกกก”

ช่างน่าอายเหลือเกิน ทุกครั้งที่หล่อนโกรธ หล่อนมักจะเรอออกมาเสมอ แต่ครั้งนี้หล่อนลืมไปที่จะควบคุมอารมณ์

มารีแทบทรุดลงไปกองกับพื้น กลิ่นของข้าวคลุกน้ำพริกกะปิที่กินไปเมื่อตอนเที่ยงอบอวลคละคลุ้งไปกับอากาศเบื้องหน้า เนชัวชะงักไปพักใหญ่ หากแต่ไม่มีท่าทีรังเกียจอะไรเหมือนที่ควรจะเป็น

“คุณเรอน่ารักดีนะครับ”

เขารำพึงออกมาเพียงเท่านั้น

5

การคอยสืบเรื่องประธานาธิบดี ทำให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น

มารีถามเนชัวว่าทำไมเขาถึงไม่ใส่หน้ากาก เขาตอบเธออย่างเรียบง่ายว่าเขาไปอ่านประวัติศาสตร์ยุคต้น 2000 แล้วเขาชอบ เขาเลยอยากทำตัวแบบนั้น

“มันคือเรื่องที่ทุกคนไม่มีใครใส่หน้ากาก” เขาเล่าไปเรื่อยๆ “แล้วพอแก่ตัวลงสามีภริยาก็จะเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้กัน คอยดูแลกัน แม้วันที่ไม่สวยงามเหมือนเดิม”

“เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวงั้นหรือคะ” หญิงสาวทำท่าขมคอ “เราสามารถจับของแบบนั้นได้ด้วยหรือ? แค่เอาท่อเสียบแล้วปล่อยให้เทคโนโลยีจัดการให้ไม่ง่ายกว่าหรือ?”

“สมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเท่าตอนนี้ไงครับ” เนชัวตอบยิ้มๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่างที่กล้องวงจรปิดชนิดจับภาพและเสียงในความมืด “เฮ้ยคุณ! ดูนี่สิ มาแล้ว!”

ภาพตรงหน้าเป็นภาพของชายวัยกลางคนและคนสนิทเดินเข้าไปในห้องมืด ผายลม เรอ และเกาก้นอย่างสบายอารมณ์

มารีมองดูภาพนั้นด้วยความเจ็บแค้น

“ผมจะเอาภาพนี้ส่งไปให้สำนักข่าวใหญ่” เนชัวบอกมารี และหล่อนก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันที

6

หลังจากภาพสุดฉาวออกข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก ประธานาธิบดีนาโลโลก็ถูกจำคุกโทษฐานโกงภาษีประชาชนและฝ่าฝืนกฎหมายรัฐ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต เพื่อใช้ห้องมืดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นบทหนัก ต้องโทษจำคุกถึงตลอดชีวิต

อย่างไรก็ดีห้องมืดก็ถูกสั่งให้ปิดตลอดกาล เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และดูไม่มีทีท่าจะกลับมาเปิดใหม่ได้อีก

“ในยุคสมัยก่อนก็แบบนี้แหล่ะคุณ” เนชัวบอกขณะที่นั่งคุยกับเธอที่คอนโดของเขา-สถานที่ที่ทั้งสองมักมาประชุมแผนการจับผิดประธานาธิบดีกันเสมอ “เวลาเราปวดตด ปวดอึ ท้องไส้ปั่นป่วนในที่สาธารณะ เราก็ต้องอดทนกันทั้งนั้น”

“คนสมัยก่อนนี่ความอดทนสูงนะคะ” มารีชื่นชม

“ไม่หรอกครับ พวกเขาไม่ได้อั้นไว้ตลอดเวลา พวกเขามีที่หนึ่งที่สามารถปลดปล่อยได้เสมอ เราเรียกมันว่า ‘บ้าน’”

“บ้านคืออะไรคะ”

“บ้านคือสถานที่หรือคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ” เนชัวบอก หยุดคิดสักพัก ก่อนตัดสินใจพูดต่อ “รู้มั้ย…ผมเป็นบ้านสำหรับคุณได้นะ”

“จริงหรือคะ?” หล่อนไม่มั่นใจนัก “ฉันไม่แน่ใจเลยว่าคุณจะรับตัวตนของฉันได้”

“อยู่กับผม คุณไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าก็ได้ หรือคุณจะตด 10 นัดต่อกันก็ได้” ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอย แต่จริงใจที่สุดที่มารีเคยพบเห็นมาทั้งชีวิต “ผมรับได้ทุกอย่าง”

“ถ้างั้น ฉันจะลบหน้าออกให้คุณดูก็ได้ค่ะ”

แม้มารีจะไม่มั่นใจเท่าไหร่ หล่อนก็ตัดสินใจลอกบางอย่างออกจากบริเวณคิ้ว และคาง ทำให้คนที่นั่งรอดูอยู่ถึงกับตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ

“จริงๆแล้ว ฉันเป็นผู้หญิงไม่มีคิ้วค่ะ” หล่อนบอกขณะเอาคิ้วปลอมออก คิ้วหล่อนมีแค่ 3 เส้นบางๆเท่านั้น และทำให้ความสวยงามลดลงไปเกินครึ่ง แต่ที่น่าตื่นตระหนกกว่านั้นคือความจริงที่ใต้คางของเธอ “พอดีว่าพันธุกรรมของฉัน…บ้านเราไม่มีขนคิ้ว แต่มันจะมาขึ้นเป็นเคราแทนน่ะค่ะ”

ความดำเฟิ้มของเครา และความโล้นเตียนของคิ้วทำให้เนชัวกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ มารีมองท่าทีนั้นอย่างไม่สบายใจ “…คุณรับไม่ได้ใช่มั้ยคะ…”

“ใครว่าล่ะครับ” เขาหัวเราะ “มันเป็นใบหน้าที่จริงและสวยที่สุดที่ผมเคยเห็นมาเลยล่ะ”

“จริงหรือคะ”

“ไม่จริงครับ” ชายหนุ่มตัดสินใจตอบตามตรง “แต่ผมชอบใบหน้าของคุณ แค่เพราะมันเป็นหน้าของคุณ คนที่ผมรักมาตลอดเท่านั้นเอง”

แล้วใครบางคนก็หัวเราะออกมา แล้วผายลมไปด้วย ดังแพร่ดๆๆ

ทั้งสองต่างหัวเราะไปพร้อมๆกับการผายลมราวกับจะแข่งกัน

แพร่ดๆๆๆๆ

....

....

อืม

‘บ้าน’ คือสถานที่ที่ดีแบบนี้นี่เอง

//เราอยากจบท้ายด้วยเรื่องนี้ค่ะ 😂😂😂 เดี๋ยวจะแว๊บไปเตรียมอ่่านสอบพักใหญ่นะ :)

28
รับชม 1.4k ครั้ง
การเดินทางของผีเสื้อ 🦋
55555555 อ่านเพลินมากเลยค่ะ ขอให้สอบผ่านๆๆ แล้วมาเขียนให้อ่านอีกนะคะ ปูเป้ชอบ 🥰
12 กันยายน เวลา 16:04
EveryGreen
5555555 พิมมมมมม​ ❤️❤️❤️ Home is where the heart is. My heart is yours. So you are my HOME. :)
12 กันยายน เวลา 09:38
1
Good Stories | ทุกอย่างมีเวลาของมัน
อ่านไปขำไป ไม่อยากนึกภาพตาม กลิ่นจะได้ไม่มา 😉😜 🤟เป็นกำลังใจในการสอบครั้งสำคัญด้วยนะคะ ♥️♥️
11 กันยายน เวลา 23:08
เก็บฝัน..🕰
มีเรอ มีผายลม เอิ๊กๆๆ ขอให้สอบผ่านน๊าาน้องพิมคนเก่ง^^🥰❤️
11 กันยายน เวลา 14:53
เรื่องสั้นๆ
จำได้เรื่องนี้ ยังสุดยอดเหมือนเดิม คิดได้ยังไง
11 กันยายน เวลา 14:23
Blockพูดได้byข้าวน้อยฯ
เขียนเก่ง มาก ยังนั่งนึก เป็นพี่จะเขียนยังไง ตัวละครเยอะแยะเนี่ย...ขอให้สอบได้นะจ๊ะ
11 กันยายน เวลา 14:17
Strongแล้วเดินหน้าต่อ
ขอให้สอบผ่านนะคะ
11 กันยายน เวลา 14:04
I'm happy.
ถึงเราจะไม่ใช่คู่รักกัน แต่เราก็เป็นบ้านให้เธอได้นะ ขออย่างเดียว ถ้าเป็นตดหัวขี้เราอยากให้เธอไปขี้เลยไม่ต้องมาตดใส่ 😣
11 กันยายน เวลา 13:14
KATO
พิมครับ KATO รู้แล้วว่าทำไมห้องมืดถูกปิด เพราะ....กำลังปรับปรุงเป็น ....ร้านขายเย็นตาโฟ!!!
11 กันยายน เวลา 13:14
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยาก
อ้าวพี่พิมจะไปสอบอะไรคะ แต่ยังไงก็ขอให้ผ่าน😊
11 กันยายน เวลา 13:03