13 ก.ย. 2019 เวลา 11:18Education

สิ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องรีบปรับ!

เวลาอยู่ในห้องประชุม เป็นกันบ้างไหมครับ ไม่มีใครกล้าเสนอความเห็นอะไร ถามเสร็จทุกคนเงียบ

อยู่ในห้องเรียน คุณครูถามเด็ก ไม่มีใครกล้าตอบ ต้องเรียกชื่อตอบทีละคน

ในงานสัมมนา อยากถามเหลือเกิน มีหลายประเด็น แต่ไม่กล้าถาม เพราะกลัวเป็นคำถามที่ดูไม่ฉลาด

ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีอาการคล้ายๆแบบนี้หละก็ ไม่แปลกหรอกครับ เพราะคนจำนวนมาก ก็เป็น

มันคงมีหลายเหตุผลที่ทำให้เรา ไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไร ขออยู่เงียบๆดีกว่า ทั้งความไม่รู้ ไม่สนใจ หรือกลัวผิดพลาดต่างๆ

แต่ที่สำคัญส่วนหนึ่ง คือ เรากลัวความล้มเหลว และการถูกลงโทษจากสังคม

ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

ตอนเด็กๆผมยังจำได้ ในคาบคณิตศาสตร์

มีครั้งหนึ่งที่ผมโดนเรียกตอบคำถาม ผมตอบผิด (หรืออาจจะไม่ถูกใจคุณครู จำไม่ได้แน่ชัด)

คุณครูก็จะให้ลุกยืนเรียนต่อไปในคาบ และเรียกเพื่อนคนอื่นตอบต่อไปเรื่อยๆ ใครที่ตอบไม่ถูก(หรือถูกใจ) ก็จะต้องยืน ยืนกันไปเรื่อยๆ จำได้ว่าคาบนั้น เด็กๆโดนเรียกให้ยืนเยอะมาก ประมาณสิบนาที คุณครูถึงให้นั่งลง

คำถามคือ ทำแบบนี้แล้วได้ประโยชน์ในแง่ไหน

จริงๆผมยังนึกไม่ออกนะ

หลายคนบอกว่า “ no pain no gain “

ผมว่ามีบางเรื่องที่จริง เช่น ถ้าสมมติเราลงทุนหรือเล่นหุ้น แล้วไม่เคยขาดทุนเลย ถ้าเกิดเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากครั้งใหญ่ทีเดียว เราอาจจะน็อคไปเลย กลับกัน ถ้าเราเก็บประสบการณ์ความผิดพลาด ทีละเล็กละน้อย มาเรียนรู้ ยอมรับความเจ็บปวด และพัฒนา เราจะเก่งขึ้นกว่าเดิม แบบนี้ pain ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

แต่กับวิธีการเรียนในห้องเรียน ผมว่ามันแตกต่างออกไป

.

ห้องเรียน ควรจะเป็นห้องที่ให้นักเรียน ลองผิดลองถูก ให้นักเรียนได้ฝึกคิด ได้เรียนรู้ในแบบฉบับของเด็ก ไม่ใช่ห้องที่ทำผิดแล้วถูกลงโทษ ขนาดเด็กทำผิดกฏหมาย หลายอย่างยังถูกเว้นโทษหรือลดโทษให้

แต่ในชีวิตประจำวันกลับถูกลงโทษบ่อยๆ ทั้งๆที่อาจจะไม่ใช่เรื่องผิด

.

ห้องเรียนควรกระตุ้นให้เด็กได้ใช้ความคิด ตอบผิดไม่เป็นไร ขอแค่คิดจะตอบก็พอ เพราะแค่นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้แล้ว

.

ถ้าตอบผิดแล้วถูกลงโทษ เด็กๆคงไม่กล้าจะคิดอะไร ขอนั่งหลบสายตาครูจะดีกว่า

ที่ทำงานหลายที่ในปัจจุบัน ก็ยังมีลักษณะที่ค่อนข้างปิดกั้นพอสมควร เพราะใครแสดงความเห็นที่อาจดูไม่เข้าท่า หรือแค่เจ้านายไม่เห็นด้วย ก็จะถูกโจมตีทันที หรือถ้าเจ้านายไม่ชอบใจ คุณก็อาจจะไม่ได้โบนัส หรือไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง

.

บริษัทเหล่านี้สุดท้ายก็มักจะไปไหนได้ไม่ไกล เพราะไม่มีใครอยากอยู่ด้วย

คำถามบางอย่างมันไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัว แม้แต่ทฤษฎีหลายๆอย่าง ก็ยังถูกล้มล้างมาแล้วนักต่อนัก เรื่องที่เคยจริงเมื่อสิบปีก่อน มาตอนนี้ถูกพิสูจน์ว่าใช้ไม่ได้ก็มี หรือกลายเป็นเรื่องตลกไปเลย

ผมจึงคิดว่ากระบวนการเรียนรู้นั้น สำคัญกว่ามาก และทฤษฎีใหม่ๆที่โด่งดังขึ้นมา ก็เกิดจากการที่เค้าคิดต่าง หรือคิดต่อยอดจากเรื่องเก่าๆ เพราะมันไม่มีคำตอบไหนที่สมบูรณ์แบบ และเป็นจริงเสมอตลอดไป

แม้แต่ในหนังสือ what I wish I knew when I was 20 ซึ่งแต่งโดย Tina Seelig อาจารย์จาก Stanford ยังยกตัวอย่างของเรื่องการที่ถูกสังคมตีตรา หรือทำให้ละอายใจจากความล้มเหลว เป็นลักษณะของสังคมไทย

ดังนั้นผมจึงอยากให้ระบบการศึกษาไทย เริ่มปรับแนวคิดเรื่องนี้ใหม่อย่างเร่งด่วน เพราะสิ่งนี้ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กถึงจะได้ผล ต้องฝึกให้เด็กรู้จักคิด รู้จักลองผิดลองถูก และแนะนำทางที่ให้เด็กพัฒนาได้ แทนที่จะใช้การลงโทษ เราก็อาจจะบอกเด็กว่า อันนี้น่าสนใจ ไหนลองบอกครูหน่อย ว่าทำไมถึงคิดว่าอย่างนั้น และเสริมสิ่งที่เราอยากเสริมให้ต่อ

เพื่อที่เด็กจะได้พัฒนาบุคลิกภาพที่เหมาะสมเมื่อโตขึ้นมา ถ้ามาปรับตอนเป็นผู้ใหญ่ จะแก้ยากกว่ามาก

ในการทำงานก็เช่นกัน ในยุคนี้ ถ้าบริษัทคุณยังลงโทษคนจากความล้มเหลว จากการลองผิดลองถูกอยู่ละก็ คุณอาจจะไปตามคนอื่นไม่ทัน และต้องล้มหายไปในที่สุด...

สุดท้าย ขอให้ทุกคนเรียนรู้จากความล้มเหลว และใช้โอกาสนั้นเริ่มต้นใหม่ 😁

เพื่อนๆมีความเห็นอย่างไรกับระบบการศึกษามาแชร์กันนะครับ ความเห็นของทุกท่าน อาจช่วยบุตรหลานในอนาคตได้ 😄

ตีแผ่ชีวิตเซลส์แมน 👔
เห็นด้วยครับพี่หมอ การศึกษาบ้านเราถูกสอนว่า ใครทำผิด คนนั้นต้องได้รับการลงโทษได้รับความอับอาย แต่ในโลกความเป็นจริงแล้ว การทำผิดพลาดเป็นส่วนนึงของการเรียนรู้สู่ความสำเร็จ(ผิดพลาด แล้วแก้ไขนะครับ ไม่ใช่ทำซ้ำ) ขอบคุณบทความดีๆครับ ติดตามเรื่อยๆนะครับ 🤗
16 ก.ย. 2019 เวลา 15:46
1
เรียนแบบหมอ
ขอบคุณมากครับพี่ ขอบคุณที่แชร์ความเห็นกันนะครับ
18 ก.ย. 2019 เวลา 02:52
1
Wornstory
เปิดรรเองครับหมอ🤣🤣🤣
16 ก.ย. 2019 เวลา 15:01
1
เรียนแบบหมอ
รอเชิญพี่วอนมาสอนประสบการณ์ท่องโลกเลยครับ
18 ก.ย. 2019 เวลา 02:52
ปันปัน
เห็นด้วยเลยค่ะ. อยากบอกว่าบางวิชา ที่เรียนมาตลอดหลายปี ก้อไม่ได้ใช้เลย😥~ หวัดดีค่ะคุณหมอ~❤️
15 ก.ย. 2019 เวลา 08:34
1
เรียนแบบหมอ
นั่นสิเนอะปันปัน หมอก็เป็นเหมือนกัน 555
18 ก.ย. 2019 เวลา 02:52
Poomjai | Watthanachat
คนคิดต่าง จะ โดนโจมตี ตะปูที่ยื่นออกมาจะถูกตอก ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คิดอะไรไม่เหมือนใคร แต่ก็ไม่มีใครในห้องคิดเหมือนผมเช่นกัน ^ ^
14 ก.ย. 2019 เวลา 03:59
1
เรียนแบบหมอ
จริงครับ ไม่ค่อยมีใครกล้าเสนอความคิดที่แตกต่างเท่าไรเนอะ เรื่องนี้น่าจะต้องช่วยกันปรับครับ
14 ก.ย. 2019 เวลา 11:21
1
Pen..Sharing is Wow
สังคมไทย..ดังไกลถึงต่างแดน .เศร้าจัง. อยากให้ผู้ใหญ่เห็นบทความนี้จัง. นอนหลับฝันดีค่ะคุณหมอ^^🥰
13 ก.ย. 2019 เวลา 16:54
1
เรียนแบบหมอ
ฝันดีครับพี่เพ็ญ ^^
13 ก.ย. 2019 เวลา 17:01
1
เรื่องสั้นๆ
คาดว่าอีกหน่อย หมอคงเปิดโรงเรียนทางเลือก หุหุหุ
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:43
1
เรื่องสั้นๆ
สั้นๆ "อย่าเรียนอย่างพี่" 5555555555555
13 ก.ย. 2019 เวลา 16:13
1
เรียนแบบหมอ
เอาจริงๆนะ นี่สาระเลย ถ้าเรียนแบบพี่แล้วมีความคิดในการใช้ชีวิตที่ดีได้ขนาดนี้ ก็น่าเรียนแบบพี่อยู่นะ 😁
13 ก.ย. 2019 เวลา 16:19
1
เรื่องสั้นๆ
ใช่เหรอ การเรียนที่หนึ่งปี นอนหลับในห้องไปเสียเทอมหนึ่งเนี่ยอ่ะนะ 5555 ไม่ใช่แน่ๆ ครับ
13 ก.ย. 2019 เวลา 16:40
1
การเดินทางของผีเสื้อ 🦋
ไหนๆจะปรับแล้วขอเพิ่ม BLS การพยาบาลเบื้องต้น การว่ายน้ำและการช่วยคนจมน้ำ แทรกลงในวิชาลูกเสือด้วยนะคะ มีประโยชน์กว่าการสอบควงไม้เยอะเลย
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:17
1
เรียนแบบหมอ
ปูเป้ก้อเอาเรื่องจริงมาพูด 555 มีอะไรที่ควรเรียนมากกว่าที่เรียนอยู่เยอะเลยเนอะ
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:24
1
การเดินทางของผีเสื้อ 🦋
จริงๆอยากย้อนเวลากลับไปบอกครูว่าในวิชายุวกาชาดนอกจากรำไทยและการแยกขยะแล้ว อันอื่นแทบไม่ได้ใช้เลยค่ะ
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:28
1
เรียนแบบหมอ
อ่อ ปูเป้เรียนยุวกาชาด พี่เรียนลูกเสือ นั่นสิ แต่งชุดให้ร้อนปล่าวๆ 555
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:31
แอดพี่บี
นึกถึงหนังสือวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง 'โต๊ะโตะจัง' เล่มแรก ที่เล่าถึงชีวิตช่วงวัยประถม ในโรงเรียนตู้รถไฟเก่าที่ไม่เหมือนใคร เด็กทุกคนมีความคิด ได้ลองผิดลองถูก และพัฒนาศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ สมัยเด็กอ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นรร.ที่ดีมากครับ อยากเรียนในรร.แบบนี้จริงๆ
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:11
2
เรียนแบบหมอ
โรงเรียนในฝันเลยครับพี่บี ขอบคุณที่มาแชร์กันนะครับ
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:23
แม่เฒ่ากิมฮวย
อยากให้ รมต.ศึกษาฯ ได้มาอ่านบทความแนวนี้...😑😑😑😑
13 ก.ย. 2019 เวลา 14:48
1
แม่เฒ่ากิมฮวย
เน้อะไปดูงาน ปท แถว สแกนดิเนเวีย จนพรุน...ก็คือเก่า🤣🤣🤣
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:28
1
เรียนแบบหมอ
ถ้าไปดูงาน ก็ได้เยอะอยู่นะแม่เฒ่า... ไข่ปลาคาเวียร์น่าจะอร่อย มือลั่นๆ พรุ่งนี้ไม่เจอกันไปช่วยข้าด้วยแม่เฒ่า...
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:31
1
แม่เฒ่ากิมฮวย
ชอบโอเลี้ยงหรือลาเต้ร้อนดีอ่ะ...แถมผัดไทยพิสมัย ประตูผีให้ห่อนะ...ข้าจะจัดหาไป🤣🤣🤣
13 ก.ย. 2019 เวลา 15:34
1
13 ก.ย. 2019 เวลา 14:38
1
เรียนแบบหมอ
ขอบคุณครับพี่ใจดี
13 ก.ย. 2019 เวลา 14:49
1