Post


14 ก.ย. 2019 เวลา 14:29History

นาที ต่อ นาที กับเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2001 ...

EP.6 (ตอนจบ) นับตั้งแต่วินาทีที่เวิลด์เทรดเซนเตอร์ถล่มลงมา ...มันทำให้หลายครอบครัวจมอยู่กับความทรงจำในถ้อยคำสุดท้ายของคนที่พวกเขารักไปตลอดกาล

ต่อจากตอนที่แล้ว...หลังจากที่ Orio Palmer หัวหน้าหน่วยดับเพลิง ได้ขึ้นไปถึงชั้นที่ 78 ซึ่งเป็นจุดที่ถูกชนได้รับความเสียหายหนักที่สุดแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ช่วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเลยสักคน....ตึกใต้ก็ถล่มลงมา

9.59 น. อาคารเวิลด์เทรดเซนเตอร์ ด้านใต้ที่สูง 110 ชั้น ได้ถล่มลงมา มันเป็นภาพที่สะเทือนใจคนทั้งโลกที่ได้เห็นในเวลานั้น

เมื่อตึกใต้ถล่มสำหรับทุกคนที่มีญาติติดอยู่ในตึกเหนือ การพังถล่มของตึกใต้มันคือลางบอกเหตุที่หน้ากลัว

และมันเป็นช่วงเวลาเดียวกัน ที่หน่วย 911 สามารถบันทึกเสียงผู้ที่ติดอยู่ในเหตุการณ์นี้ได้จากชั้นที่ 105 ของตึกใต้ Kevin Cosgrove คุณพ่อลูก 3 ยังคงพูดกับเจ้าหน้าที่หน่วย 911 จนกระทั่งถึงวินาทีที่ตึกถล่ม

(บางส่วนในคำพูดของ Kevin แทบจะไม่ถูกเปิดเผยมาหลายปี จนกระทั่งมันถูกเปิดโดยอัยการในการพิจารณาคดีการก่อการร้าย วันที่ 11 กันยายน มันถูกใช้เพื่อแสดงความทุกข์ของเหลื่อในวันนั้น)

K e v i n :

___ มีควันเยอะมาก ชั้น 105 ตึกใต้นะครับ

ห น่ ว ย 9 1 1 :

___ ใจเย็นๆนะครับ จะไปช่วยคุณให้เร็วที่สุดนะครับ

K e v i n :

___ คุณก็พูดอย่างงั้นนั่นแหละ ควันมันเยอะมาก ผมหายใจไม่ออกอยู่แล้ว เร็วหน่อยสิครับ

ห น่ ว ย 9 1 1 :

___ เราจะไปที่นั่นนะ

K e v i n :

___ คุณอยู่ไหน ถึงชั้นไหนแล้ว

ห น่ ว ย 9 1 1 :

___ ผมเข้าใจครับ

K e v i n :

___ อย่าโกหกผมนะ ลูกๆผมยังเล็กอยู่อะ

ห น่ ว ย 9 1 1 :

___ ครับ

K e v i n :

___ มีคนติดอยู่บนนี้หลายคน เมื่อพวกคุณเข้ามาถึงในตึกแล้วคุณต้องมาช่วยเรานะครับ ข้างบนเนี้ยความมันเยอะมากเลย เราอยู่บนพื้นใกล้หน้าต่าง รีบมานะผมหายใจจะไม่ออกอยู่แล้ว มองอะไรก็ไม่เห็นด้วย

ห น่ ว ย 9 1 1 :

___ อดทนหน่อยนะครับ

K e v i n :

___ คุณก็พูดได้(น้ำเสียงเริ่มสบท และเริ่มหายใจติดขัด) คุณอยู่ในห้องแอร์นี่ ผมแย่มากนะตอนนี้มันมืดไปหมดแล้ว...(เสียงหืดหอบ) เรายังหนุ่ยังสาว เรายังไม่อยากจะตาย ได้โปรดเถอะ

ห น่ ว ย 9 1 1 :

___ ฮัลโหล

K e v i n :

___ ฮัลโหล คือเรายังอยู่ที่ห้องศูนย์บริหารการเงิน อยู่กัน 3 คนใกล้หน้าต่างที่แตก 2 บาน.....เสียงตึกใต้ถล่มดังสนั่นหวั่นไหว

หลังตึกใต้ถล่มลงไม่กี่อึดใจ ที่ศูนย์ควบคุมการบินกำลังเร่งตรวจสอบว่า เที่ยวบิน United 93 ถูกจี้จริงหรือไม่ แม้มันจะเป็นช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่มันก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่ระบบไฟฟ้าของเครื่อง United 93 นั้นขัดข้อง

โดยนักบินอาจจะพยายามเอาเครื่องลงโดยไม่มีการสื่อสารกับทางภาคพื้นก็เป็นได้... Ben Sliney ทำได้เพียงจับตาดูว่ามันมุ่งหน้าไปที่ วอชิงตัน ดีซี หรือไม่

10.03 น.ในขณะที่จับตาดูเที่ยวบิน United 93 อยู่นั้นมีรายงานเข้ามาว่าเกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ในรัศมีที่เครื่องบินอยู่แถวนั้น โดยสันนิษฐานว่าเครื่อง United 93 น่าจะตกลงในทางตะวันตกของเพนซิลวาเนีย

เครื่อง United 93 ตก ในขณะที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงวอชิงตัน ดีซี ไปแค่ 20 นาทีเท่านั้น รายงานเบื้องต้นแจ้งว่าไม่มีผู้รอดชีวิตเลย ลูกเรือ และผู้โดยสารทั้ง 44 คนเสียชีวิตทั้งหมด

บนชั้นที่ 106 -107 ที่ตึกเหนือ มันคือที่ตั้งของภัตตาคารหรูที่มีชื่ออย่างเป็นเอกลักษณ์ว่า “Windows on the World” ภัตตาคารเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1974 โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมด 4600 ตรม. จุคนได้ทั้งหมดเกือบ 300 คน

ภัตตาคารแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 โซน ส่วนที่ใหญ่ที่สุดคือ Windows on the World และยังมีห้องอาหารขนาดเล็กอีกร้านชื่อ Wild Blue

ส่วนสุดท้ายเป็นบาร์ The Greatest Bar on Earth นอกจากส่วนของบริการแล้ว ยังมีส่วน Wine school ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของ New York

10.05 น. ในเช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 ภัตตาคารหรูบนยอดตึกที่สูงที่สุดในนิวยอร์ก ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุม Risk Water Financial Technology Congress

ซึ่ง Christopher Hanley (ที่ได้กล่าวถึงใน EP.2) ก็มาร่วมในงานประชุมนี้ และก็ติดอยู่ที่นี่จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ร่วมกับผู้เคราะห์ร้ายในภัตตาคารอีก 72 คน ยกเว้นลูกค้าที่ออกจากร้านกลุ่มสุดท้ายตอน 8.44 น. ซึ่งเป็นกลุ่มที่โชคดีเพราะรอดตายอย่างฉิวเฉียด

ในขณะที่ผู้จัดการร้านพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ด้วยการโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ Port Authority จนวินาทีสุดท้าย

ผู้ที่ติดอยู่ในภัตตาคารเสียชีวิตทั้งหมด เนื่องจากบันได และระบบลิฟท์ทั้งหมดได้รับความเสียหายหลังเครื่องบินพุ่งชน ส่งผลให้ทุกคนที่อยู่ในร้านอาหาร ณ ขณะนั้นไม่สามารถหาทางลงจากอาคารได้ บางคนจึงเลือกตัดสินใจกระโดดตึกลงไปเอง

ในช่วงนั้นเอง Richard Drew ช่างภาพของสำนักข่าว Associate Press ก็ได้จับภาพชายที่กระโดดลงมาจากตึกไว้ได้ทันพอดี จนภาพนี้กลายเป็นภาพที่ถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 9/11 จนถึงปัจจุบัน

ภาพนี้มีชื่อว่า “The Falling Man” หรือ บุรุษผู้ดำดิ่ง สิ่งที่โดดเด่นของภาพที่เป็นตัวตึก และภาพบุคคลที่แบ่งฉากหลังออกเป็นสมมาตรซ้ายขวาด้านมืดด้านสว่างเท่ากัน ท่าทางที่เอาศรีษะลง มือแนบลำตัว ดิ่งลงสู่เบื้องล่างด้วยความเร็ว 32 ฟุต/วินาที

มันเป็นภาพที่สะท้อนความสงบนิ่ง ไม่มีเปลวไฟ เศษซากอิฐหรือกระจกปลิวว่อนเหมือนภาพอื่น

แต่ทว่าภาพนี้กลายเป็นภาพที่ถ่ายทอดความสิ้นหวังของมนุษย์กว่า200 ชีวิตที่ตัดสินใจในลักษณะเดียวกัน ด้วยการกระโดดสู่เบื้องล่างดีกว่ายอมติดอยู่ในตึกที่กำลังจะถล่มลงในไม่ช้า

นอกจากนี้มันยังสื่อถึงความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเด็ดเดี่ยว ,อิสรภาพ ,การไม่ยอมจำนนต่อความตาย ,ความกล้าหาญ ,การเผชิญหน้ากับความตาย หรือ การยอมรับในโชคชะตาตามความเป็นจริง

แต่จนถึงปัจจุบัน ชายที่ปรากฏในภาพนี้ยังไม่มีใครสามารถระบุรายละเอียดที่ชัดเจนใดๆ ของชายผู้โชคร้ายคนนี้ได้ เนื่องจากไม่มีการค้นพบร่างในภายหลัง

แต่จากลักษณะยูนิฟอร์มของชุดที่สวมใส่ คาดว่าน่าจะเป็น 1 ในพนักงานในร้าน Window on the World ภัตตาคารหรูที่อยู่บนช้ัน 106-107 ในตึกเหนือ

10.28 น. อาคารเวิลด์เทรดเซนเตอร์ ตึกเหนือไม่สามารถตั้งยืนหยัดอยู่ได้อีกต่อไป เมื่อโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายจนถึงจุดวิบัติ ตึกเหนือจึงได้พังถล่มลงมา หลังยื้อเวลาจากการชนมาได้ 102 นาที

ซึ่งมันเป็นเวลาที่เพียงพอให้คนที่อยู่ในตึกส่วนล่างสามารถหนีออกมาได้ทันจำนวนหนึ่ง

เมื่อฝุ่นควันจากเศษซากปรักหักพังเริ่มจางลง นับตั้งแต่วินาทีนั้น หลายครอบครัวอยู่กับความทรงจำในถ้อยคำสุดท้ายของคนที่พวกเขารักไปตลอดกาล

จากรายงานผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรม 9/11 ที่บันทึกไว้ในขณะนั้น มีทั้ง

- ผู้ก่อการร้ายที่ปล้นเครื่องบิน

- ลูกเรือบนเครื่องบินทั้ง 4 ลำ กว่า 78 สัญชาติ

- ผู้ที่ติดอยู่ในตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ทั้ง 2 อาคาร

- เจ้าหน้าที่ดับเพลิง

- ทีมแพทย์

- ตำรวจนิวยอร์ค

- ตำรวจการท่าเรือของนิวยอร์ก

- ตำรวจนิวเจอร์ซีย์

- เจ้าหน้าที่ในตึกเพนตากอน

- ผู้สูญหาย

คาดว่ามีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น ไม่น้อยกว่า 3,000 คน ที่ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร...

จากคำกล่าวบางส่วนของญาติผู้เสียชีวิต อาคารเวิลด์เทรดเซนเตอร์อาจอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคนในมุมมองอาคารที่เคยสง่างาม แล้วโดนผู้ก่อการร้ายทำลายลงไปพร้อมคนบริสุทธิ์นับพันคนจนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

แต่สำหรับญาติที่ต้องสูญเสียคนรักไปจากเหตุการณ์นี้ อาคารเวิลด์เทรดเซนเตอร์คือเครื่องเตือนความทรงจำที่มันเกิดขึ้นจริงๆ เป็นเรื่องจริงที่คนรักของพวกเขาต้องจากไปในวันนั้น มันเป็นเสมือนวันที่โลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ

พวกเขายินดีที่ได้รับโทรศัพท์ และข้อความเสียงจากคนที่พวกเขารักในวินาทีสุดท้ายของชีวิต แม้มันจะทำให้เจ็บปวดมากๆก็ตาม

แต่ในวันนี้มันคือมรดกที่มีค่ามาก กับ Moment ความทรงจำในครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะหมดลมหายใจ มันคือสิ่งที่พวกเขามอบไว้ให้ ก่อนที่จะจากไปตลอดกาล

ญาติหลายคนที่สูญเสียคนรักไป ต่างเก็บไฟล์บันทึกเสียงครั้งสุดท้าย หรือ สิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคนที่พวกเขารักในวันนั้นไว้เป็นอย่างดีจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

(ประมวลภาพเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 9/11 )

อ้างอิงโดย :

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ถ้าหากมีประเด็นใดที่ตกหล่น ขาดตก บกพร่อง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่แปลมา และเรียบเรียงใหม่ จึงอาจไม่ตรงตามต้นฉบับเดิม 100%

ถ้าหากเรื่องราวนี้ ช่วยสร้างแรงบัลดาลใจ หรือ สร้างความน่าสนใจให้กับท่านผู้อ่าน สามารถกดแชร์ และติดตาม Inspire Story เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะครับ

Inspire Story
ขอบคุณทุกท่านนะครับที่ติดตามมาตั้งแต่ต้นจนจบเลย^^
18 ก.ย. 2019 เวลา 15:06
แอดพี่บี
มาถึงตอนจบแล้ว ขอบคุณที่ช่วยรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ผ่านเสี้ยวชีวิตของผู้คนในเหตุการณ์นี้นะครับ 🙏
15 ก.ย. 2019 เวลา 02:06
2
Sloth Holmes
ในช่วงเวลานั้น ผมนั่งดูข่าว ตัวชา หน้าชา น้ำตาไหลเลย ไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย
14 ก.ย. 2019 เวลา 23:05
1
อุบลรัตน์ เพราะดี
จำได้.. ตอน​นั้น​เรา​เศร้า​มาก​
14 ก.ย. 2019 เวลา 15:12
1
ชัยวัฒน์
จำได้ว่าเรียนอยู่ ม. ปลาย ถ่ายทอดสดกลางคืน พ่อเรียกไปให้ช่วยดูทีวีที่ตัดเข้าข่าวนี้ เราแปลให้พ่อฟัง ตอนเช้าก็ที่โรงเรียน อจ.หน้าเสธงถามใครทราบเรื่องบ้างเราเป็นคนเดียวที่ยกมือ และได้แชร์ข่าวกับทุกคน ตอนนั้นทั้งหกหู่ ตื่นเต้น ตกใจ
14 ก.ย. 2019 เวลา 15:09
1
Success Journey
เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่มนุษย์ทำด้วยกันเอง
14 ก.ย. 2019 เวลา 15:06
1
ตีแผ่ชีวิตเซลส์แมน 👔
RIP แด่ผู้เสียชีวิตครับ
14 ก.ย. 2019 เวลา 14:44
1