30 ก.ย. 2019 เวลา 09:38Education

“อยู่ดี ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอค้นตัว หรือสิ่งของ หรือรถยนต์ของเรา ขณะอยู่ในที่สาธารณะได้หรือไม่ ?”

ผู้อ่านหลายคนคงเคยได้ยิน หรือบางคนอาจเคยเจอมากับตัวบ้างแล้ว เกี่ยวกับการขอตรวจค้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นตัวบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้

บางคนอาจจะเคยถูกตรวจค้นในระหว่างขับรถกลับบ้าน

บางคนอาจจะเคยถูกตรวจค้นในระหว่างซื้อของอยู่ในร้านสะดวกซื้อ

ซึ่งสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นที่สาธารณะ หรือสาธารณสถาน

แต่เคยสงสัยกันบ้างมั้ยครับว่า การขอค้นตัว หรือสิ่งของ หรือยานพาหนะ ในขณะที่เราอยู่ในที่สาธารณะ หรือสาธารณสถานนั้น จริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำได้หรือไม่ ?

สำหรับเรื่องนี้ ผมขอสรุปโดยเรียงลำดับเป็นข้อ ๆ เพื่อความสะดวกในการทำความเข้าใจอย่างนี้นะครับ

1) เรามีสิทธิเสรีภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

2) การตรวจค้นเป็น เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของเรา แม้ผู้กระทำจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ถ้าไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ก็ไม่สามารถทำได้

3) แม้การตรวจค้นนั้น จะมีกฎหมายให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้สามารถทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน หากฝ่าฝืนอาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้

4) การค้นในที่สาธารณสถานนั้น ก่อนอื่น

เราต้องรู้ก่อนว่าสถานที่ใดบ้างคือที่สาธารณสถาน ถ้าให้สรุปง่าย ๆ ก็คือ ที่ที่ประชาชน คนทั่ว ๆ ไปมีสิทธิเข้าไปได้ เช่น โรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร (ในเวลาร้านเปิดทำการ) เป็นต้น

5) การค้นในที่สาธารณสถานนั้น กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า “ห้ามค้น” บุคคลใดในที่สาธารณสถาน “เว้นแต่” เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง (เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) หรือตำรวจ เป็นผู้ค้น (ซึ่งจริง ๆ แล้วกฎหมายให้รวมถึงเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่กฎหมายได้ให้อำนาจสำหรับการตรวจค้นเอาไว้ เช่น เจ้าหน้าที่สรรพสามิตร เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง) และ

6) จะต้องมีเหตุควรสงสัยว่าบุคคลนั้นครอบครองสิ่งของเพื่อจะใช้ทำความผิด หรือได้มาจากการทำความผิด หรือสิ่งที่มีไว้เป็นความผิด (เช่น ยาเสพติด เป็นต้น)

ปัญหาอยู่ที่คำว่า “เหตุอันควรสงสัย” นี่แหละครับ เพราะว่าคำ ๆ เดียวสามารถตีความได้อย่างกว้างขวางเลยทีเดียว อย่างไรคือเหตุอันควรสงสัยและต้องสงสัยแค่ไหน ลองมาดูจากตัวอย่างคำพิพากษาฎีกานี้เลยครับ

“บริเวณที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุทธาวาสไม่ใช่หลังซอยโรงถ่าน ที่มีอาชญากรรมประเภทความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เป็นประจำ และจำเลยไม่มีท่าทางเป็นพิรุธ คงเพียงแต่นั่งโทรศัพท์อยู่

การที่สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. อ้างว่าเกิดความสงสัยในตัวจำเลยจึงขอตรวจค้น โดยไม่มีเหตุผลสนันสนุนว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความสงสัยในตัวจำเลย จึงเป็นข้อสงสัยที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 ที่จะทำการตรวจค้นได้ การตรวจค้นตัวจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยซึ่งถูกกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายย่อมมีสิทธิโต้แย้งและตอบโต้เพื่อป้องกันสิทธิของตนตลอดจนเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใด ๆ อันสืบเนื่องจากการปฏิบัติที่ไม่ชอบได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 มาตรา 138 วรรคสอง และมาตรา 367"

(คือ ไม่ผิดฐานดูหมิ่น และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และไม่บอกชื่อที่อยู่แก่เจ้าพนักงาน)

(อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 8722/2555)

จากคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว เห็นได้ว่าศาลค่อนข้างตีความคำว่า “เหตุอันควรสงสัย” ไว้อย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว การตั้งข้อสงสัยใครนั้นจะอ้างความรู้สึกขึ้นมาลอย ๆ ไม่ได้ แต่จะต้องมีพยานหลักฐานสนับสนุนเหตุอันควรสงสัยนั้นพอสมควร เจ้าหน้าที่จึงจะสามารถเข้าตรวจค้นในที่สาธารณะได้

หากอยู่ดี ๆ เจ้าหน้าที่เข้ามาขอตรวจค้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรแล้ว ผู้ถูกตรวจค้นก็มีสิทธิปฏิเสธการตรวจค้นเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองดังเช่นคำพิพากษาฎีกานี้ได้

ส่วนเจ้าหน้าที่นั้นหากเข้าตรวจค้นโดยอาศัย “ความรู้สึก” มากกว่าพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักที่น่าเชื่อถือพอสมควรแล้ว ก็อาจจะมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้เช่นเดียวกันครับ

ขอบคุณภาพจาก pixabay

ถ้าได้ประโยชน์จากบทความนี้ ช่วยกด Like, Share ด้วยนะครับ 😻

พรพงษ์ กาจกำแหง
เจ้าหน้าที่ใช้คำถามยวนยุ เจ้าหน้าที่ผิดแล้วเราจะไปแจ้ง ใครครับ
18 ม.ค. เวลา 06:21
BB
ผมเคยโดนตรวจริมถนนหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ผมใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ตำรวจเรียกผมลงจากรถ มองหน้าผมแล้วขอค้นรถ ผมก็เปิดท้ายรถให้แต่โดยดี พอไม่เจออะไร ผมเลยถามว่าค้นผมเนื่องจากเหตุผลอะไร ตำรวจไม่ตอบ แต่เลือกที่จะเดินหนี ผมก็เดินตามไปถามอีกครั้ง เขาตอบมาว่า หน้าผมคุ้นๆเหมือนโจรที่เคยจับได้..... ตอนนั้นผมไม่รู้กฎหมายเรื่องนี้ แต่คิดว่ามันควรจะมีเหตุผลที่ดีกว่าแค่ความรู้สึกคุ้นๆแบบที่เขาตอบ .. #ตำรวจกำแพงเพชร
30 ธ.ค. 2019 เวลา 07:28
1
ศุภกาญจน์ จันทกิจ
ค้นรถยนต์ ก็เช่นกันใช่ไหมครับ
4 ธ.ค. 2019 เวลา 13:08
1
ดีต่อใจ
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้น สามารถถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานได้ไหมครับ​เพื่อป้องกันตัวเอง
1 ต.ค. 2019 เวลา 23:45
1
1 ต.ค. 2019 เวลา 23:48
1
การคิด.การอ่าน.คือการเรียนรู้
ขอก๊อปแชร์นะครับให้ความรู้กับคนทั่วไปครับ
1 ต.ค. 2019 เวลา 12:05
1
กฎหมายย่อยง่าย by Natarat
ยินดีครับ แชร์จาก blockdit ไปเลยก็ได้ครับ
1 ต.ค. 2019 เวลา 12:22
2
ธ.เอสวัน
ถ้าเราบริสุทธิ์ และไม่ให้ตรวจค้น จนท.ก็จะบอกว่าเรามีพิรุธ หาว่าถ้าเราบรืสุทธิ์ใจไม่มีไรแอบแฝง ก็ต้องยอมให้ค้นสิ เป็นงั้นก็มีครับ
1 ต.ค. 2019 เวลา 09:05
2
นัง วิวัฒนา
เกรงว่าอาจจะโดนยัด ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งน่ะสิครับ
9 พ.ย. 2019 เวลา 14:08
1
🔰ไดโนสคูล
ขอบคุณข้อมูลค่ะ จะ Bookmark ไว้ 🙏🌹
30 ก.ย. 2019 เวลา 15:54
3
30 ก.ย. 2019 เวลา 16:12
1
Retire rich Retire young by Xerway
ขอบคุณความรู้ดีๆครับ วันหลังถ้าเจอตำรวจขอค้นจะได้เอากฎหมายไปอ้างได้🤣
30 ก.ย. 2019 เวลา 14:49
3
30 ก.ย. 2019 เวลา 15:39
ทวีศักดิ์ สระแก้ว
เยี่ยมมากครับ
30 ก.ย. 2019 เวลา 14:19
1
กฎหมายย่อยง่าย by Natarat
ขอบคุณมากครับ 😄🙏
30 ก.ย. 2019 เวลา 14:38
1
Aumpad
ได้ความรู้มากค่ะ
30 ก.ย. 2019 เวลา 14:14
1
กฎหมายย่อยง่าย by Natarat
ขอบคุณครับ ☺️
30 ก.ย. 2019 เวลา 14:18