4 ตุลาคม เวลา 03:50

พุทธ​ประวัติ​ ตอนที่​ 23

ทรง​บำเพ็ญ​ทุกรกิริยา 6 ปี

ความเดิมจากตอนที่แล้ว...

ในนิมิตอุปมาทั้ง 3 ข้อ

ที่เกิดแก่พระบรมโพธิสัตว์นั้น

เป็นเหตุให้​พระองค์​ ทรงเกรงว่าอกุศลธรรมทั้งหลาย อันมีกามวิตกเป็นต้น

จักเข้าครอบงำเราได้ทุกขณะจิต

พระองค์​จึงทรงเริ่มทำความเพียรโดยทำทุกรกิริยา ซึ่งเป็นวิธีที่ในยุคสมัยนั้นนิยมทำกันมาก เพราะเชื่อกันว่าจะเป็นหนทางสู่การตรัสรู้ได้

และตอนนั้นพระองค์ทรงบำเพ็ญอยู่ที่ภูเขาดงคสิริ ทั้งในป่าและในถ้ำ

ดังนั้น...

พระ​บรม​โพธิสัตว์​จึง​ทรงกระทำ​ด้วยวิธีการอันยากยิ่งกว่าที่คนอื่นๆ จะสามารถกระทำได้ โดยพระองค์ได้ทำเป็น 3 วาระ ดังนี้

**วาระที่ 1**

- ทรงกดพระทันต์ด้วยพระทันต์

(คือใช้ฟันบนกับฟันล่างกัดกดกัน)

- ทรงกดพระตาลุด้วยพระชิวหา

(กดเพดานด้วยลิ้น)

*ทรงกระทำ​อยู่​อย่างนี้ จนพระเสโท (เหงื่อ) ไหลออกจากพระกัจฉะ (รักแร้)*

ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า เหมือนคนมีกำลังอันมาก มาจับคนมีกำลังน้อย ที่ศรีษะหรือที่คอ แล้วกำบีบรัดให้แน่นฉันนั้น...

แต่ทุกขเวทนานั้นก็มิอาจเข้าครอบงำพระทัยให้กระสับกระส่ายได้ พระองค์​นั้นยังคงทรงมีพระสติมั่นคงไม่ฟั่นเฟือน ทรงปรารภความเพียรไม่ท้อถอยตลอดเวลา จนกระทั่ง​พระองค์​ทรงเห็นแล้วว่าวิธีการอย่างนี้ มิใช่ทางตรัสรู้

จึงทรงเปลี่ยนวิธีอื่นต่อไป...

**วาระที่​ 2**

- ทรงผ่อนกลั้นลม อัสสาสะ ปัสสาสะ

(คือ การกลั้นลมหายใจเข้าออก)

พระองค์​นั้น พยายามกลั้นลมหายใจไม่ให้สามารถออกทางช่องนาสิก (จมูก) และช่องพระโอษฐ์ (ปาก)ได้

จึงทำให้ลมนั้นวิ่งแล่นจะไปออกทางโสตทวาร แต่ก็ไม่สามารถออกได้

ลมนั้นจึงได้ตีตลบขึ้นไปบนพระเศียร (ศรีษะ​) และหวนวิ่งแล่นตีกลับลงมาสู่พระอุทร (ท้อง)

จึงทำให้เกิดทุกขเวทนาอย่างแรงกล้าจนปวดพระเศียร เสียดแทงพระอุทร แสบร้อนภายในพระวรกายอย่างสุดกำลัง

แต่ทุกขเวทนานี้ ก็มิอาจทำให้พระทัยกระสับกระส่ายได้ พระองค์​นั้นยังทรงมีพระสติมั่นคงเสมอ และยังทรงปรารภความเพียงวิธีนี้อย่างไม่ย่อหย่อน จนกระทั่ง​พระองค์​ทรงเห็นแล้วว่าวิธีการอย่างนี้ มิใช่ทางตรัสรู้

จึงทรงเปลี่ยนวิธีอื่นต่อไป...

**วาระ​ที่ 3**

- ทรงอดพระกระยาหาร

ใน​ตอนนั้น​เอง...

พระ​บรม​โพธิสัตว์​ทรงดำริตรัสแก่พระองค์เองว่า...

***บัดนี้ อาตมา​จักกระทำความเพียร ให้ถึงที่สุดแห่งความเพียรอย่างอุกฤษฏ์ การที่จักมามัวกังวลอยู่กับการแสวงหาอาหารนั้นมิสมควรเลย***

แล้วตั้งแต่ตอนนั้น...

เมื่อ​พระองค์​เสด็จไปประทับยังต้นไม้ใด ก็จักเสวยเฉพาะผลที่ร่วงหล่นจากต้นไม้นั้นเท่านั้น...

ต่อมาในภายหลังเมื่อพระองค์​เสด็จเข้าไปบิณฑบาต เมื่อได้อาหารมาแล้วก็ผ่อนเสวยให้ลดน้อยลงๆ โดยลำดับจนกระทั่ง​มิทรงเสวยเลย...

และเมื่อพระองค์ทรงตัดพระกระยาหารทั้งสิ้นแล้วนั้น...

พระ​มหา​ปุ​ริ​ส​ลักษณะ​ 32 ประการ

และ​อนุพยัญชนะ 80 ประการของพระองค์นั้น ก็ได้อันตรธานหายไปโดยหมดทั้งสิ้น...

ใน​ตอนนี้​เอง...

พระวรกายของพระ​บรมโพธิสัตว์​เจ้านั้น เหี่ยวแห้งยิ่งนัก พระอัฐิ(กระดูก​) มีปรากฏขึ้นทั่วทั้งพระวรกาย ผิวพรรณที่เคยเปล่งรัศมีดังองค์ท้าวมหาพรหมก็กลับเศร้าหมอง

ครั้น​เมื่อ​พระองค์​ทรงใช้พระหัตถ์(มือ) ลูบพระวรกาย เส้นพระโลมา(ขน) ที่มีรากเน่าก็หลุดล่วงออกจากขุมขน...

ในส่วนของพระกำลังที่เคยองอาจประดุจดังพญาราชสีห์ ก็ลดน้อยถอยลงไปอย่างมากที่สุด เมื่อพระองค์จักลุกขึ้นเสด็จไปทางใด จักถ่ายพระบังคนหนักเบา (อุจจาระ​ ปัสสาวะ​) ก็ซวนเซจนประครองพระวรกายแทบมิไหว คอยแต่จักล้มลงอยู่ตลอด...

จวบจน​กระทั่ง​วันหนึ่ง...

พระองค์​ได้ทรงมีพระอาการประชวรอย่างหนัก อ่อนเพลียอิดโรยหิวโหยเป็นที่สุด

จน​พระองค์​นั้นมิสามารถจักทรงพระวรกายไว้ได้ จนถึงกับวิสัญญีภาพ (หมด​สติ) สลบล้มลง ณ ที่นั้นทันที...

ขณะนั้น​เอง!!!

มีเทวดาองค์หนึ่ง ซึ่งสำคัญผิดคิดว่า

*พระ​โพธิสัตว์​นั้นได้​ดับขันธ์​ทิวงคตแล้ว* จึงรีบเหาะไปแจ้งเหตุให้ แก่พระเจ้า​สุทโธ​ท​นะ​พระบิดาได้ทรงทราบ...

ตัดเหตุการณ์มาที่พระราชวัง

กรุงกบิลพัสดุ์

เทวดาทูลแจ้วข่าว :

***มหา​บพิตร​ บัดนี้ สิทธัตถราชกุมาร โอรสของท่านได้ล้มลงสลบหมดสติแน่นิ่งบนพื้นธรณี อาจจัก​ดับขันธ์​ทิวงคตแล้วเสียกระมังท่าน***

พระเจ้า​สุทโธ​ท​นะ​ตรัสถาม​เทวดา :

***ท่านผู้มีกายทิพย์ แล้วโอรสของเรา ได้ทรงตรัสรู้​เป็น​พระ​สัพพัญญู​เจ้าแล้วหรือยังเล่า ? ***

เทวดากล่าวตอบ :

***ยังมิได้ตรัสรู้​ พระเจ้า​ข้า***

พระเจ้า​สุทโธ​ท​นะ​ตรัสตอบเทวดา :

***ถ้าเช่นนั้น ท่าน​จง​หลีก​ออกไปจากที่นี้โดยด่วน!!!

เพราะถ้าโอรสของเรายังมิได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพญญูเจ้าแล้วนั้น

การที่จะมาทำลายพระชนมชีพทิวงคตนั้นจักไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!!!!***

เมื่อ​เทวดา​ได้รับคำตรัสเช่นนั้นก็จึงได้รีบอันตรธานหายไปจากที่นั้นทันที...

ตัดเหตุการณ์​ กลับมาที่เชิงเขาในตำบลอุรุ​เวลา​เสนา​นิคม​

บัดนี้...

พระ​บรม​โพธิสัตว์​ เมื่อได้สัญญาฟื้นคืนพระสติแล้ว พระองค์​จึงทรง

พิจารณา​ถึง ปฏิปทาที่ได้ทรงกระทำใน ทุกรกิริยา​ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น

จึงทรงเห็นว่า...

***บุคคลแม้จักทำความเพียรด้วยการทรมานร่างกายอย่างยิ่งยวดเพียงใด

บุคคลนั้นก็สามารถทำได้เพียงเสมอกับเราเท่านั้น การที่จักมีคนที่ทำให้มากยิ่งขึ้นไปกว่าเรานั้นย่อมไม่มี...

แม้เรานั้นปฏิบัติถึงขั้นอุกฤษฏ์ขนาดนี้แล้ว กระทำมาตลอดระยะเวลานี้ก็ 6 ปีผ่านมาแล้ว เราก็ยัง​มิสามารถ​จักบรรลุพระโพธิญาณได้เลย...

ชะรอยว่า...

หนทางแห่งการตรัสรู้คงจักต้องเป็นหนทางอื่น ต้องมิใช่หนทางนี้เป็นแน่... ***

ครั้น​แล้ว...

พระ​บรม​โพธิสัตว์​เจ้า​ ก็ได้ทรงหวนระลึกนึกถึงความเพียรทางจิต ในตอนที่พระองค์ทรงนั่งประทับใต้ต้นชมพูใหญ่(ต้น​หว้า​) ในวันจรดพระนังคัล​แรกนาขวัญ​ แล้วทรงเข้าถึงปฐมฌานครั้งแรก ว่าการทำความเพียรทางจิตนั้น คงจักเป็นหนทางตรัสรู้ที่แท้จริงเป็นแน่...

***รายละเอียด​เพิ่มเติม​***

***สาเหตุที่พระองค์ต้องหลงปฏิบัติไปผิดทาง***

เพราะว่า : นี้คือกรรมเก่าของพระองค์นั่นเองครับ

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสเล่าไว้ด้วยพระองค์เองในภายหลังที่ตรัสรู้แล้วว่า...

ในสมัยอดีตชาติตถาคต เคยเกิดเป็น มานพหนุ่มนามว่า โชติปาละ และได้เคยกล่าว วาจาอันหยาบจาบจ้วงปรามาส แก่พระ​พุทธ​เจ้านามว่า

(กัสสปะ) ด้วยคำกล่าวที่ว่า...

มานพ​น้อย​โชติปาละกล่าวปรามาส:

***ฮ่าๆๆ โธ่ ฆฏิการะเพื่อนรัก

พระพุทธ​เจ้าจักมาบังเกิดในโลกนี้ ง่ายๆ​ได้ยังไง อย่ามาบอกมุสาหลอกกันเลย เรามิเชื่อหรอก​ แล้วก็ยังพูด

จาดูถูกดูแคลนพระพุทธเจ้ากัสสปะ อยู่อีกเรื่อยๆ...***

จนสุดท้าย ฆฏิการะ ผู้เป็นสหายได้นำพา โชติปาละ ไปพบเจอกับพระพุทธกัสสปะจนได้...

เมื่อ โชติปาละ​ พบเจ้าพระพุทธกัสสปะ ก็ถึงกับทรุดลงเข่าอ่อนยอมจำนน แล้วก็กราบขอขมา และขอบวชในพระพุทธศาสนาและตั้งจิตอธิษฐาน​ขอเป็นพระพุทธเจ้าดังเช่นพระพุทธ​องค์ในบัดนั้น...

นี้จึงเป็นวิบากกรรมที่พระองค์ต้องได้รับในชาติสุดท้าย โดยการบำเพ็ญทุกรกิริยา นั่นเองครับ

ตรงนี้กระผมขอเล่าเพียงแต่โดยย่อนะครับ ไว้ถึงสถานที่ๆ พระองค์​ทรงประทับแล้วเล่าให้ฟังจริงๆ ผมจะนำมาให้อ่านแบบเต็มๆ เลยครับ

**ขออนุญาต​แจ้งข่าวนิดหน่อยจ้า**

FB: ธรรม Story

เอวัง​ก็มี​ด้วย​ประการ​ฉะนี้​

หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย ท่านผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

หากท่านผู้ใดชอบ ก็ขอฝากติดตามอ่านตอนต่อไปด้วยนะขอรับ ^-^

ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน​ผู้อ่าน​ขอธรรมของพระพุทธองค์จงมีแด่ ท่าน​ สาธุครับ​ (ต้นธรรม)

เอกสารอ้างอิง

#หนังสือ.ปฐมสมโพธิกถา

#หนังสือพุทธประวัติ​ตามแนวปฐมสมโพธิ (พระครูกัลยาณสิทธิวัฒน์)

#เพิ่มเติมเนื้อหาใหม่/ภาพประกอบ.ต้นธรรม

54
แชร์ 3 ครั้งรับชม 5k ครั้ง
Tee Supp
ดีมากเลย
6 ตุลาคม เวลา 05:34
1
ธรรม STORY
กราบสาธุขอรับ​ พระคุณ​เจ้า 🙏🙏🙏😄
6 ตุลาคม เวลา 05:40
1
palida
ตอนนี้ เป็นตอนที่เนื้อหาสาระจัดเต็มมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วอยากไปสถานที่จริงเลยถ้ามีโอกาสนะคะ ขอบคุณจ้า แอดต้นธรรม 😊😊สาธุๆๆ จ้า
4 ตุลาคม เวลา 13:53
1
ธรรม STORY
ขอให้มีโอกาสได้ไปจริงๆจ้า สาธุครับ​ผม 😄
4 ตุลาคม เวลา 14:35
1
4 ตุลาคม เวลา 08:19
1
ธรรม STORY
สาธุในธรรมจ้า​ 🙏👍
4 ตุลาคม เวลา 08:44
Tri pakorn
สาธุครับ
4 ตุลาคม เวลา 06:12
1
ธรรม STORY
สาธุในธรรมจ้า​ 🙏🙏🙏
4 ตุลาคม เวลา 06:16
ธัญญเขต วิศวกุล
ขอบคุณครับ
4 ตุลาคม เวลา 06:05
1
ธรรม STORY
สาธุในธรรมจ้า​ 🙏😄👍
4 ตุลาคม เวลา 06:16
เรื่องเล่าจากดาวนี้
เขียนดีมากๆเลยนะคะ ได้ความรู้ และเข้าใจง่ายมากๆเลยค่ะ 😍🙏🙏
4 ตุลาคม เวลา 05:57
1
ธรรม STORY
สาธุในธรรมจ้า​ 😄🙏
4 ตุลาคม เวลา 06:15
กฤษดา พุกกะมาน
อ่านแล้วเพลินดีครับ
4 ตุลาคม เวลา 05:34
1
ธรรม STORY
ขอบคุณ​ที่ชอบครับผม😄สา​ธุในธรรมจ้า🙏
4 ตุลาคม เวลา 05:37
Nakorn Civil
สาธุ
4 ตุลาคม เวลา 05:21
1
ธรรม STORY
สาธุในธรรมจ้า​🙏🙏🙏
4 ตุลาคม เวลา 05:36
enjoykidsshop
เข้าใจง่ายมากเลยต้า
4 ตุลาคม เวลา 05:17
1
ธรรม STORY
ขอบคุณ​จ้า สาธุ​ครับผม​🙏😄😄
4 ตุลาคม เวลา 05:22
KidDD
อ่านง่าย มีรายละเอียด ดีงามครับ❤️
4 ตุลาคม เวลา 05:11
1
ธรรม STORY
ขอบคุณ​ทีแวะมาอ่านมาชมจ้า สาธุ​จ้า 🙏🙏🙏
4 ตุลาคม เวลา 05:21
1