9 ตุลาคม เวลา 01:00Business

"จังหวะเวลาของการลงทุน

เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาอยู่เสมอ"

— ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

"จังหวะเวลาของการลงทุน เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาอยู่เสมอ" — ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ในการลงทุน สิ่งที่เราต้องมีเป็นอันดับแรกคือ "ความรู้และความเข้าใจ" ในภาพรวมและข้อมูลของสิ่งที่เราจะลงทุน หากเป็นหุ้น ก็ควรทำความเข้าใจ "ตลาดโดยรวม" และ "พื้นฐาน" ของบริษัทที่ต้องการจะลงทุน

จากนั้นทำการวิเคราะห์ "ภาพรวมเศรษฐกิจของโลกและของประเทศที่เราต้องการลงทุน" ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร น่าลงทุนหรือไม่? จากนั้นทำการวิเคราะห์ "ผลการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัท" ทั้งในอดีต และปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มในอนาคตด้วย ในส่วนนี้เราจำเป็นจะต้องมองเทรนในภาพรวมทั้งของโลกและประเทศที่เราลงทุน ว่าในอนาคตระยะยางเกิน 10 ปีข้างหน้า เทรนจะเป็นอย่างไร?

Cr. earthshare

เมื่อเราวิเคราะห์ทั้งเชิงเศรษฐกิจมหภาค พื้นฐานและผลการดำเนินงานของบริษัทที่เราต้องการลงทุนเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ต้องวิเคราะห์และประเมิน "มูลค่าที่แท้จริง หรือ Intrinsic value" ซึ่งวิธีการก็จะแตกต่างกันไปตามความถนัดของแต่ละคนและแต่ละธุรกิจก็จะมีความเหมาะสมในการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน เช่น การใช้ P/E ratio, DCF, P/BV หรือ การคำนวณโดยใช้เงินปันผล เป็นต้น ซึ่งการจะเข้าซื้อหุ้น ก็ควรมี "ส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety)" ไว้ประมาณ 10-30% ด้วย เหมือนเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

Cr.bestfinanceadvice

หลังจากได้ทั้งหมดที่กล่าวมา สิ่งสำคัญที่อย่างหนึ่ง ที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการลงทุน ก็คือ "Timing หรือ จังหวะในการเข้าลงทุน" !!!

Cr. fool

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ราคาสินทรัพย์ดิ่งลงอย่างหนัก จน "ราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง" ผู้ที่เข้าลงทุนในสินทรัพย์ถูกตัว ก็ได้ผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ หรือบางคนถึงขั้นพลิกชีวิตเลยก็มี

แต่หากเราเข้ามาลงทุนในสภาวะตลาดปกติ หรือตลาดกระทิงที่ราคาตลาดเท่ากับหรือสูงกว่ามูลค่าแท้จริง ในบางครั้งเราอาจทำกำไรได้บ้าง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงและเป็นการลงทุนที่เสียเปรียบผู้ที่มีทุนต่ำกว่าเรา ซึ่งเหมือนกับเรากำลังเล่นในเกมที่มีโอกาสชนะในระยะยาวน้อยมาก ...

Cr. marketbusinessnews

แต่ถ้าหากใครคิดว่า ตัวเองมีความสามารถในการวิเคราะห์ไม่เพียงพอหรือไม่มีเวลาในการติดตามธุรกิจที่ต้องการจะลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมที่มีมืออาชีพคอยดูแลให้

หรือถ้าใครคิดว่ามีความสามารถในการวิเคราะห์ติดตามกิจการ แต่กว่าจะรอให้เกิดวิกฤตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ แล้วพอเกิดวิกฤตจริงๆ ไม่รู้จะกล้าเข้าซื้อหรือไม่ การลงทุนแบบ Dollar Cost Average (DCA) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และสามารถเอาชนะความผันผวนของตลาดได้ในระยะยาว แต่สิ่งสำคัญและเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ สำหรับการลงทุนแบบ DCA ก็คือ "การเลือกหุ้นถูกตัว" และ "วินัย" ในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอครับ

Dollar Cost Average (DCA)

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับการลงทุนของเพื่อนๆไม่มากก็น้อย ของให้เพื่อนๆ ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ สู้ๆ 😁✌️

Cr. thinkingbeyondnumbers

— บทความโดย คลินิกการลงทุน

"จังหวะเวลาของการลงทุน เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาอยู่เสมอ" — ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

อ่าน "คลินิกการลงทุน" สนุกขึ้นในแอปฯ "Blockdit"

ดาวน์โหลดได้ที่: http://www.blockdit.com/app

ช่องทางติดตาม "คลินิกการลงทุน"

FB : https://www.facebook.com/WealthInvestmentClinic/

Website : https://wealthinvestmentclinic.wordpress.com

Blockdit : https://www.blockdit.com/wealthinvestmentclinic

#คลินิกการลงทุน

92
แชร์ 18 ครั้งรับชม 4.9k ครั้ง
somchai
ขอบคุณสำหรับบทความครับ
9 ตุลาคม เวลา 14:43
1
Man new
ไอดอลเลยยยย
9 ตุลาคม เวลา 12:10
1
Jitladdas Sathiratanagron
สุดยอดมากค่ะ
9 ตุลาคม เวลา 12:07
1
jane
เยี่ยมเลยค่ะ
9 ตุลาคม เวลา 12:05
1
เล่าเรื่อง.แบบติดหน้าจอ
มันก็จริงอย่างที่เขาว่านะครับ
9 ตุลาคม เวลา 11:40
1
เล่าเรื่อง.แบบติดหน้าจอ
มันก็จริงอย่างที่เขาว่านะครับ
9 ตุลาคม เวลา 11:40
1
Stock For Life
ผมรอให้เกิดวิกฤตครับ ทำงานปั่นเงินไปก่อน
9 ตุลาคม เวลา 02:32
1
Thai Science News
เยี่ยมเลยครับ ผมก็ลงทุนอะไรอยู่บ้าง เห็นด้วยเลยว่า Timing สำคัญมาก ๆ
9 ตุลาคม เวลา 02:05
1
สุขกาย สบายใจ
ขอบคุณสำหรับแนวคิดคับ
9 ตุลาคม เวลา 01:57
1
9 ตุลาคม เวลา 01:55
1