17 ต.ค. 2019 เวลา 06:32

"แสร้งทำว่ารัก"

คุณหมอคะ หนูไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานเลย

หนูนอนร้องไห้ทุกวัน หนูอยากเลิกกับเขา แต่ลูกยังเล็กมาก

มีวิธีไหนที่จะช่วยให้จิตใจหนูดีขึ้น เข้มแข็งกว่านี้ไหมคะ

คนไข้หญิงวัยสามสิบต้นๆ เข้าขอคำปรึกษากับจิตแพทย์

เพื่อคำแนะนำ ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้จิตใจเธอเข้มแข็งขึ้น

ให้มีความกล้าลุกขึ้นมาแก้ปัญหาชีวิตครอบครัว

ซึ่งขณะนี้สร้างแต่ความเศร้าหมองให้กับเธอและส่งผลเสียต่อชีวิตด้านอื่นของเธอด้วย

ใจนึงก็อยากจะเลิก แม้จะเจ็บแต่ก็จบ

แต่อีกใจนึงก็สงสารลูกน้อยที่ยังเล็กน้อย

แต่ใจลึกๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้รักที่เคยหวานกลับมาดั่งเดิม

ฉันจะทำอะไรได้บ้างไหมนะ เพื่อให้ฉันมีครอบครัวที่มีความสุข

คุณหมอ: หมออยากให้หนูทำตามที่หมอแนะนำสัก 3 เดือน ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วค่อยเลิกกันดีไหม

คนไข้: ทำอะไรคะคุณหมอ

คุณหมอ: ให้ "แสร้งทำว่า "รัก"" เป็นเวลา 3 เดือน

คนไข้: ให้หนูแกล้งทำว่าหนูรักเขาหรือคะ

คุณหมอ: ใช่ครับ ทำเหมือนสมัยเมื่อรักกัน ปฏิบัติกับเขาเหมือนยามที่รักกันใหม่ๆ

คนไข้: ให้หนูทำดีกับเขาเหมือนยามรักกันใหม่ๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ดีกับหนูเลยหรอคะ

คุณหมอ: เขาจะเป็นอย่างไรนั้นวางเรื่องไว้ก่อน เราเปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้ แต่หนูเปลี่ยนตัวเองได้ ขอให้หนูทำดีต่อเขามากที่สุดเท่าที่หนูจะทำได้ ลองเชื่อหมอโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ขอแค่ 3 เดือน หากอะไรๆ ยังไม่ดีขึ้น เราค่อยมาคุยเรื่องเลิกกันดีไหม

เธอทำตามที่คุณหมอแนะนำอย่างตั้งใจ แม้จะมีข้อขัดแย้งในใจ

ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้ เธอจะลองทำดู

และหากมันได้ผลขึ้นมา ความสัมพันธ์ดีขึ้น เธอก็ไม่ต้องเป็นซิงเกิ้ลมัมและลูกก็จะได้อยู่กับพ่อแม่อย่างมีความสุข

เธอเริ่มต้น "แสร้งทำว่ารัก"

ด้วยการเลิกทำโอทีและรีบกลับบ้านมาทำกับข้าวที่เขาชอบ

เขาจะกลับดึกอย่างไรไม่ก็ไม่ถาม ไม่บ่น ไม่โทรจิก ไม่โกธร ไม่หงุดหงิด

เธอดูแลตัวเองให้กลับมาสวยเหมือนสมัยก่อนมีลูก

ชวนไปเที่ยว กินข้าวนอกบ้าน ปรับอารมณ์ตัวเองให้ดีที่สุด

เธอพูดขอบคุณ ฟังและชื่นชม แม้ว่าในใจจะไม่อยากทำ

ในบางครั้งเธอแสร้งกอดและบอกรักเขาก่อนเข้านอน

เธอ "แกล้งทำว่ารัก" เขา ทุกๆ วัน ทุกๆ วัน ตามคำแนะนำของคุณหมอ

สามีเริ่มแปลกใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของภรรยา

เขาเริ่มกลับบ้านเร็วขึ้น เพราะภรรยาเตรียมกับข้าวรอและเลิกจู้จี้กับเขา

เขาเริ่มไปเ่ที่ยวกับภรรยาและลูกบ่อยขึ้น

เพราะเธอกลับมาแต่งตัวสวยและน่ารัก

เขาเริ่มมีความสุขขึ้นและอยากอยู่บ้านเล่นกับลูกน้อยในทุกครั้งที่ว่าง

เมื่อพฤติกรรมสามีเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ภรรยาก็เริ่มมีความสุขขึ้นเช่นกัน

ความรักที่เคยถูกฝังกลบ ก่อตัวและเติบโตขึ้นอีกครั้ง

สามเดือนผ่านไป

คุณหมอ: เป็นอย่างไรบ้าง จะเลิกกันเมื่อไหร่ล่ะ

คนไข้: หนูไม่เลิกกับเขาแล้วคะ เขาบอกว่าเขามีความสุขและเขาก็รักหนูคะ

ตามแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมของนักจิตวิทยา Bandura กล่าวว่า พฤติกรรมของมนุษย์เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยทางสภาพแวดล้อม (Environment) พฤติกรรมของตัวเรา (Behavior) และปัจจัยส่วนบุคคล (Person) (ซึ่งประกอบไปด้วย ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก ควาคาดหวัง เป้าหมาย การรับรู้เกี่ยวกับตนเอง ลักษณะทางกายภาพ อายุ เพศฯลฯ)

เมื่อความคิด ความเชื่อเราเปลี่ยน เป็นปัจจัยให้พฤติกรรมตัวเราและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเปลี่ยนตาม

สิ่งแวดล้อมรอบตัว (อาทิ เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน อากาศ สภาพแวดล้อม ฯลฯ) ก็มีผลต่อพฤติกรรมและความคิดความเชื่อของตัวเรา

และก็เช่นกัน พฤติกรรมของเรา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างผลและปรับเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเช่นกัน

ขอยกตัวอย่างเช่น

นิสัยขี้หงุดหงิดของลูกน้อง มีผลต่ออารมณ์ของเจ้านาย

และนิสัยขี้โวยวายของเจ้านายก็มีผลต่อพฤติกรรมของลูกน้อง

เด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวจะกระตุ้นให้เพื่อนมีปฎิกิริยาสนองตอบแตกต่างจากเด็กที่มีพฤติกรรมเรียบร้อย

ปัจจัยทั้ง 3 มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน มีส่วนร่วมในลักษณะที่กำหนดซึ่งกันและกัน

ดังนั้น

หากเราเปลี่ยนความคิดความเชื่อตัวเองไม่ได้ ให้เปลี่ยนพฤติกรรมหรือสิ่งแวดล้อม

หากเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมไม่ได้ก็ลองเปลี่ยนความคิดความเชื่อตัวเองดู

หรือเมื่ออยากเปลี่ยนพฤติกรรมก็ลองเปลี่ยนทัศนคติหรือเปลี่ยนสถานที่ที่เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา

ขอยกตัวอย่าง ชีวิตจริงของผู้เขียน

ฉันเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานที่ไม่ชอบ อาชีพนั้นคือ Salesman

แต่ต้องทำเพราะเงิน

ฉันต้องทำงานนั้นด้วยความรู้สึกอยากจะลาออกวันละร้อยรอบ

ผ่านมา 15 ปี ฉันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในอาชีพ

ฉันทำมันได้ดีเพราะ 15 ปีนี้ก็ทำอยู่อย่างเดียว (ฮา)

ในวันนั้นเปลี่ยนใจให้รักไม่ได้ เปลี่ยนงานก็หาใหม่ไม่ได้ ก็เปลี่ยนตัวเองด้วยการลงมือทำ ทำให้ดี ทำให้ได้ แล้ววันนึงใจฉันก็เปลี่ยนไป

ณ วันนี้ ฉันรู้สึกรักและหลงใหลในอาชีพนี้

เรื่องเล่าของคุณหมอกับคนไข้

เป็นเรื่องที่ฉันเคยได้ฟังจากสถานีวิทยุ แต่จำไม่ได้แล้วว่าคลื่นอะไร

และทฤษฎีการเรียนปัญญาทางสังคมรวบรวมมาจากหนังสือ ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม เขียนโดย อาจารย์สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต

ขอบคุณทุกๆ กำลังใจและการติดตามนะคะ

เป็นพลังที่ดีเยี่ยมจริงๆ

ส่งยิ้มให้คะ

สมถุย
ติดตามและเป็นกำลังใจให้ครับ ผมพึ่งทำเพจครับเป็นน้องใหม่ ยังไงฝากติดตามเพจ A MAN หน่อยนะครับ😊
19 ต.ค. 2019 เวลา 06:23
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณคะ ติดตามและเป็นกำลังให้กันและกันคะ
19 ต.ค. 2019 เวลา 11:56
1
สมถุย
ขอบคุณครับ ติดตามละค้าบ💕
19 ต.ค. 2019 เวลา 13:51
18 ต.ค. 2019 เวลา 09:14
SaraUpdate
เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน สิ่งดีๆที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของตัวเราเองจะสะท้อนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบข้าง
18 ต.ค. 2019 เวลา 07:45
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
จริงที่สุดนะ เมื่อโลกภายในเราเปลี่ยนโลกภายนอกจะค่อยๆ เปลี่ยนไป
18 ต.ค. 2019 เวลา 09:06
Feel Good
เยี่ยทเลยครับ
18 ต.ค. 2019 เวลา 07:15
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณสำหรับกำลังใจคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 09:05
Strongแล้วเดินหน้าต่อ
ยอดเยี่ยมเลยค่ะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 04:50
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณมากคะ ดีใจที่ชอบคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 09:05
pa tu
ค่ะคิดว่าผลคงออกมาดีค่ะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 03:17
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
😍😍😍 เป็นกำลังใจให้นะคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 09:04
1
Si nin
เขียนได้ดีมากเลยค่ะ
17 ต.ค. 2019 เวลา 15:59
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 02:52
นายสิทธิโชค มนัสรังษี
ถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆครับ
17 ต.ค. 2019 เวลา 15:11
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณสำหรับคำชม เป็นกำลังที่ดีมากๆ เลยคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 02:52
นายสิทธิโชค มนัสรังษี
ยินดีครับผมถ้าผมอ่านบทความนี้ก่อนความรักของผมคงดีกว่านี้ ขอบคุณจ้า
18 ต.ค. 2019 เวลา 03:35
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
เป็นกำลังใจให้นะคะ ความรักเริ่มต้นใหม่ได้หลายครั้งนะคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 09:03
1
17 ต.ค. 2019 เวลา 14:43
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณสำหรับคำชม เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ เลยคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 02:53
1
piyaanong
เปน ข้อความดี เหนด้วยค่า
17 ต.ค. 2019 เวลา 14:03
เพ(ร)าะรัก คือชีวิต
ขอบคุณที่ชอบนะคะ เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ เลยคะ
18 ต.ค. 2019 เวลา 02:54