28 ตุลาคม เวลา 01:10Entertainment

ขอข้าว

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณ จอมกะล่อน เทพวายุ สมาชิกกลุ่ม TheHOUSE ครับ คุณจอมกะล่อนเล่าว่า.. เรื่องนี้ผมได้รับฟังมาจากเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน เพื่อนคนนี้มีชื่อว่า ป้อม เรื่องเกิดขึ้นสมัยป้อมอายุประมาณ 12-13 ปี

ที่หมู่บ้านของป้อมจะมีลานกีฬาอยู่แห่งหนึ่ง ลานกีฬานี้จะอยู่ติดกับทางโค้งอันตราย ซึ่งโค้งนี้จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีคนตายอยู่เป็นประจำ ที่หมู่บ้านของป้อมนั้น หากมีคนตายโหงในสถานที่ใดๆ บรรดาญาติพี่น้องของคนตายนั้น จะนำข้าวปลาอาหาร และขนมนมเนย จัดใส่กระทงใบตองมาวางไว้ตรงจุดที่มีเกิดเหตุนั้น ด้วยความเชื่อว่า คนที่ตายไปแล้วนั้นจะได้ไม่อดไม่อยาก

เย็นวันหนึ่ง ป้อมและเพื่อนๆ พากันมาเตะบอลที่ลานกีฬานั้น ขณะที่กำลังเตะบอลกันอย่างสนุกสนาน มีจังหวะหนึ่งที่ป้อมนั้นเตะบอลออกนอกสนามไปตกแถวๆ ทางโค้ง ป้อมเลยวิ่งไปเก็บลูกบอลเพื่อจะนำมาเล่นต่อ โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าลูกบอลนั้นมันไปตกใส่กระทงอาหารที่มีคนมาวางไว้จนคว่ำ อาหารตกลงพื้นกระจายหมด.. ป้อมกับเพื่อนเตะบอลกันต่อจนเกือบ 2 ทุ่ม จึงพากันแยกย้ายกลับบ้าน

บ้านของป้อมนั้นอยู่ไม่ไกลจากลานกีฬาเท่าไร ป้อมเลยเดินกลับ ส่วนเพื่อนๆ ที่บ้านอยู่ไกลก็ขี่รถกลับกันไปก่อน ถัดจากลานกีฬาไปจะมีศาลาประชาคมหมู่บ้าน ที่ศาลาจะมีแท็งค์น้ำ ป้อมก็เลยไปล้างหน้าล้างตาที่แท็งค์น้ำนั้น ขณะที่กำลังล้างอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนคนพูดยานๆ ลอยมาตามลมว่า ‘หิววว..ข้าวววว..’ ป้อมได้ยินก็หันมองซ้ายมองขวา แต่ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นเลย ป้อมเลยคิดว่าคงหูฝาดไปเอง จึงรีบเดินกลับบ้าน

พอมาถึงบ้านทำอะไรเสร็จเรียบร้อย ก็เตรียมตัวจะเข้านอน บ้านของป้อมจะมี 2 ชั้น ห้องนอนของป้อมจะอยู่ชั้น 2 ที่หลังห้องนอนของป้อมเปิดประตูออกไปจะมีระเบียงเล็กๆ ให้ออกไปยืนเล่นได้ แล้วด้านซ้ายมือของประตูหลังห้องจะมีหน้าต่างกระจกบานเกล็ดด้วย ที่นอนของป้อมจะหันเท้าไปทางระเบียง

ที่ระเบียงป้อมจะเปิดไฟไว้ให้พอมีแสงสว่างบ้าง ตอนนั้นเวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้ ป้อมกำลังนั่งเล่นเกมเพลย์สเตชั่นอยู่ ทันใดนั้น ป้อมก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาเคาะกระจกบานเกล็ด ‘แก๊กๆๆ’ ป้อมสะดุ้งโหยง ละสายตาจากจอทีวีมองไปที่บานเกล็ด ก็ไม่เห็นอะไร.. ก็เลยไม่สนใจเล่นเกมต่อไป สักพักมีเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ‘แก๊กๆๆๆๆ’

ตอนนี้ป้อมเริ่มใจหวิวๆ ละ ละสายตาจากทีวีมองไปที่บานเกล็ดอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่หลังบานเกล็ดตรงระเบียงนั้นไม่ได้ว่างเปล่าอีกแล้ว.. ป้อมเห็นเหมือนมีเงาดำๆ ยืนอยู่ ป้อมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่างกาย ขนหัวขนตัวลุกชูชัน มือเกร็งจิกที่นอนแน่น แล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดสวิทช์ไฟที่อยู่ตรงหัวนอน พอเปิดไฟปุ๊บ เงานั้นก็หายไปปั๊บ ป้อมรู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อยที่ไม่เห็นเงานั้น ก็เลยปิดเกมปิดทีวี และปิดไฟเพื่อเตรียมจะเข้านอน

แต่พอปิดไฟปุ๊บ ป้อมเผลอมองไปที่บานเกล็ดอีกครั้ง ป้อมก็ต้องตกใจ เพราะเงานั้นยังอยู่! ป้อมรำพึงในใจ ‘นรกอะไรวะเนี่ย?’ ตอนนี้ป้อมมั่นใจแล้วว่ามันไม่ปกติแน่ๆ ละ เลยทำท่าจะลุกออกจากที่นอนไปหาพ่อแม่ที่อยู่ห้องข้างๆ แต่ให้ตายเถอะ ร่างของป้อมอยู่ดีๆ ก็ขยับไม่ได้ เหมือนถูกตรึงไว้กับที่นอน แม้แต่แรงจะอ้าปากร้องเรียกพ่อแม่ก็แทบไม่มี

แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงพูดดังแหบพร่ามาจากเงานั้นว่า ‘หิวววว..ข้าววววว กู หิววววว..ข้าววว..’ พอพูดจบ สิ่งที่ป้อมเห็นคือ เงานั้นค่อยๆ โผล่หัวทะลุบานเกล็ดเข้ามาดื้อๆ เป็นหน้าผู้ชายตัดผมสั้นเกรียน แต่ใบหน้านั้นมันบิดเบี้ยวผิดรูป ยุบไปข้างหนึ่ง เหมือถูกอะไรกระแทกมาอย่างแรง ดวงตาเหลือกโปน เลือดไหลเต็มหน้า คราวนี้พูดเสียงแหบพร่าแต่น้ำเสียงเหมือนไม่พอใจอย่างมากว่า ‘กูหิวข้าวววว เอาข้าวให้กู!’ พูดซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ก่อนที่ร่างนั้นจะพุ่งตรงเข้ามาหาป้อม ทำท่าเหมือนจะมาจับตัวป้อมให้ได้!

ถึงตอนนี้สติป้อมแตกกระเจิงครับ ฉี่แทบราดกางเกง พยายามรวบรวมกำลังตะโกนออกมาว่า ‘แม่! ช่วยด้วย!’ ร่างผีนรกนั้นเกือบจะถึงตัวป้อมแล้ว พอดีที่มีเสียงเคาะประตูห้องของป้อมดังขึ้นมา ‘ปังๆๆๆ’ ร่างผีนั้นหายวับไปทันที.. ป้อมหลุดจากพันธนาการที่ตรึงไว้ ผวาพุ่งไปเปิดประตู พอเปิดประตูได้เห็นแม่ยืนอยู่ก็โผเข้ากอดแม่แน่น ตัวสั่นเทา ร้องไห้ พูดจาไม่ได้ศัพท์ คืนนั้นแม่จึงปลอบ และนอนเป็นเพื่อนป้อม

พอเช้ามา ป้อมมีสติแล้ว จึงเล่าให้แม่ฟัง แม่เลยพาป้อมไปวัดทำบุญสะเดาะเคราะห์ ถวายสังฆทาน แล้วเล่าเรื่องราวให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อจึงพูดขึ้นว่า ‘เพราะเขาหิว เขาเลยมาขอเรากิน.. เราอาจจะไปทำกระทงข้าวของเขาคว่ำโดยไม่ตั้งใจ ก็ให้ทำกระทงอาหารใหม่ไปให้เขา แล้วขอขมาเขา ให้อโหสิกรรมต่อกันด้วย..’ เรื่องราวทั้งหมดก็มีเท่านี้ครับ

เครดิตแหล่งข้อมูล : thehouse.online

ภาพ: อินเตอร์เน็ต

ร่วมส่งเรื่องขนหัวลุกมาที่

https://tinyurl.com/yxpkeeua

13