โพสต์


ชีวิตเรา เรากำหนดเองถ้า...
หากมีใครถามท่านว่าให้เลือกระหว่างอยู่ในสภาพติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไป 10 ปีกับขอหยุดชีวิตเท่านี้..ท่านจะเลือกอะไร..ท่านอาจเบือนหน้า ไม่อยากคิด ไม่อยากเลือก แต่เรื่องของ Vincent Lambert อาจทำให้ท่านหันมาเห็นความสำคัญของเครื่องมือกำหนดชีวิตตนเองที่ชื่อ
" Living will"
ใครควรเป็นเจ้าของชีวิต แม่ หรือ ภรรยา?..ภาพจาก 1
แลมเบิร์ต อดีตบุรุษพยาบาลชาวฝรั่งเศสวัย 31 ปี ประสบอุบัติเหตุรถชนรุนแรง จนไขสันหลังส่วนคอบาดเจ็บอยู่ในสภาพแขนขาขยับไม่ได้..ศรีษะยังได้รับกระทบกระเทือนจนรู้สึกตัว เพียงมองตามคน สิ่งของได้บ้าง ที่เรียกว่า Minimaly concious stage (MCS)
ภาวะนี้ เหมือนกับที่เกิดในอดีตพระเอกไทย คุณอโนเชาว์ ยอดบุตร ที่อยู่ในสภาวะนี้ตั้งแต่อายุ 25 จนเสียชีวิตเมื่ออายุ 60 ปี ด้วยการดูแลของคุณแม่และพี่สาว
แต่กรณี แลมเบิร์ต เกิดความเห็นขัดแย้งระหว่าง พ่อแม่ กับ ภรรยาของเขา ภายหลังคณะแพทย์ลงความเห็นว่าโอกาสที่เขาจะฟื้นมากกว่านี้น้อยมาก
5 ปีหลังเกิดเหตุ ภรรยา ขอร้องให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจของแลมเบิร์ต โดยอ้างถึงคำพูดของเขาก่อนเกิดอุบัติเหตุ..แม้ไม่มีลายลักษณ์อักษร แต่แพทย์ก็ยินยอมทำตาม
ทว่า 2 ชั่วโมงหลังจากเอาเครื่องหายใจออก ศาลฝรั่งเศสก็มีคำสั่งให้แพทย์ใส่เครื่องช่วยหายใจกลับเข้าไปใหม่ ตามคำร้องของฝ่ายพ่อแม่..
พ่อแม่ของแลมเบิร์ต ภาพจาก LedePeche.fr
แลมเบิร์ตและภรรยาในวันแต่งงาน 1 ปีก่อนเกิดอุบัติเหตุ ภาพจาก 2
ผ่านมาอีก 5 ปี แลมเบิร์ตสามารถหายใจได้ด้วยตนเอง แต่ยังรู้สึกตัวเพียงเล็กน้อย ต้องรับอาหารผ่านสายยางทางหน้าท้อง
ภรรยาของเขาได้ขอร้องให้แพทย์หยุดการให้อาหารทางสายยาง โดยไม่ให้เขารู้สึกทรมาน คือให้ยาที่ช่วยให้แลมเบิร์ตหลับติดต่อกันหลายวัน
หลังจากการต่อสู้ในศาลระหว่างสมาชิกครอบครัวที่แบ่งเป็นสองฝ่าย แม้แต่ทีมแพทย์ก็แบ่งเป็นสองจ้าง..ในที่สุดคำตัดสินศาลคืออนุญาตให้สามารถยุติการให้อาหาร ด้วยการยอมรับภรรยาของแลมเบิร์ตให้มีฐานะตัวแทนตัดสินใจ (surrogate decision maker) "เพื่อยุติความทรมานของการมีชีวิตแบบนี้"
9 วันหลังจากหยุดอาหาร แลมเบิร์ตก็จบชีวิตลง..แต่การต่อสู้ระหว่างสมาชิกครอบครัวและสังคมยังไม่หยุด มีการประท้วงหน้าโรงพยาบาลจนปรากฎเป็นข่าวไปทั่วโลก
การประท้วงคำตัดสินศาลที่ยอมรับการหยุดให้อาหารแก่แลมเบิร์ต ผู้ป่วยติดเตียง 11 ปี ภาพจาก 3.
⭐ เรื่องของแลมเบิร์ตอาจไม่ลุกลามขนาดนี้ หากเขามีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่เรียกว่า "living will" ซึ่งระบุความต้องการว่า หากมีแนวโน้มสูงที่จะต้องอยู่ในสภาวะเช่นนี้ไปอีกหลายปี.. เขาต้องการหรือไม่ต้องการ อุปกรณ์ยืดชีวิต
ศ.แสวง เฉลิมบุญวิภาค ใหความกระจ่างเรื่องการทำ living will ในประเทศไทย
ในประเทศไทยมีกฎหมายรองรับการทำ living will ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ 2550 มาตรา 12 ซึ่งรายละเอียดสามารถอ่านได้ในอ้างอิง (4) ค่ะ
Living will ไม่จำเป็นต้องมีแบบฟอร์ม เพียงเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรแสดงความต้องการ แต่หลักสำคัญคือจุดมุ่งหมายไม่ใช่เพื่อสนับสนุนการุณฆาต- Euthanasia แต่อย่างไร
ภาพจาก (4)
ตัวอย่าง living will ไทย (4)
🍀 เราอาจกำหนดทุกสิ่งในชีวิตไม่ได้
แต่เมื่อมีโอกาสกำหนดได้..ท่านคิดว่าอย่างไร
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

AuntyWara

เพิ่งตัดสินใจเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา และเพื่งเสร็จสิ้นงานศพ ไปเมื่อวันอาทิตย์ นี้เองค่ะ คือ พ่อป่วยเป็น CA Colon advance ไป liver lung ต่อมน้ำเหลือง รักษาโดยการผ่าตัด ให้ คีโม 2 สูตร ไม่ตอบสนองเลย ผล CT ก้อนมะเร็งไม่ยุบลง กลับแพร่กระจายไป BRAIN พบก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ 3 ก้อน มีอาการสมองบวม หมอคีโม ยกเลิกการให้คีโม แจ้งว่าให้รักษาตามอาการ จนสุดท้ายเริ่มมีอาการทางสมอง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ความจำสับสน ปวดกระดูก ตลอดเวลา หมอ ONCO ส่งปรึกษา หมอ รังสีรักษา และแจ้งญาติ ไ
1 ม.ค. เวลา 16:13

meeyou

ผมไม่ยื้อครับ ไม่อยากทรมานครับ
19 พ.ย. 2019 เวลา 06:33
1

Happiness D.I.Y. by Schoko

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ 🤔น่าจะดีถ้าได้ทำเอกสารนี้ไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจของครอบครัวค่ะ 😌
17 พ.ย. 2019 เวลา 12:43
1

Sivat Suwitsilapakul

ขอบคุณครับ
17 พ.ย. 2019 เวลา 01:52
1

เรื่องเล่าจากดาวนี้

เป็นเรื่องน่าคิดมาก ๆ เลยค่ะ คุณหมอ ถึงตอนนี้เราจะยังสบายดี แต่หากในวันที่เราต้องป่วยจนทำอะไรไม่ได้การประเมินนี้อาจจะช่วยให้ ง่ายต่อการทำใจ และเข้าใจกระบวนการรักษามากขึ้นด้วยนะคะ 🤔😊
16 พ.ย. 2019 เวลา 08:15
1

หมอสมองประจำบ้าน

ใช่ค่ะ เป็นเครื่องมือให้เราสนใจหาข้อมูลเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ🙂
16 พ.ย. 2019 เวลา 15:50
1

Good Stories | ทุกอย่างมีเวลาของมัน

ที่บ้านย่าเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ 5 ปี ก๋งกับย่ามีลูก 9 คนนะคะ แต่คนที่ดูแลคือพ่อกับแม่กู๊ด แม่จะเป็นคนดูเป็นหลัก คนป่วยก็ทรมาน คนดูแลก็เครียดค่ะ (รู้สึกได้) ยิ่งเครียดหนักเวลาพี่ ๆ ของพ่อมาเยี่ยม มาหาบ้างแต่ละครั้ง แล้วคอยซักไซร้ว่าดูแลแม่ หมายถึงย่า ดีแค่ไหน ดีรึเปล่า เยอะสิ่ง อาจจะเป็นเรื่องที่พ่อกับแม่พูดไว้กับพวกเราว่า ถ้าต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียงลูก ๆ ไม่ต้องยื้อ แต่ถึงเวลาคนเป็นลูกจะไม่ยื้อได้หรอ คงตัดสินใจลำบากกันทั้งนั้นนะคะ
16 พ.ย. 2019 เวลา 04:00
2

หมอสมองประจำบ้าน

ขอบคุณ คุณ good มากค่ะที่กรุณาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ตรง คิดว่าลูกๆ หลานๆ ในสังคมไทยคงลำบากใจที่จะบอกว่าอย่ายื้อหากไม่มีหนังสือแสดงเจตนาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ
16 พ.ย. 2019 เวลา 05:57
2

ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด

ถ้าเป็นตัวเองคงเลือกยุติ แต่ถ้าเป็นคนที่เรารักผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะตัดใจยังไง ขอบคุณบทความครับพี่หมอ💕
16 พ.ย. 2019 เวลา 03:14
2

หมอสมองประจำบ้าน

คือ pain point เหตุที่กำเนิด living will นี้เลยค่ะ🙂
16 พ.ย. 2019 เวลา 05:53
1

แม่เฒ่ากิมฮวย

ขอบคุณนะคะ...การตัดสินใจ วางแผนและจัดการไว้ด้วยตัวเองน่าจะดีที่สุด
16 พ.ย. 2019 เวลา 01:10
1

หมอสมองประจำบ้าน

ใช้ฟอร์มค่ะ ง่ายดี🙂
16 พ.ย. 2019 เวลา 06:39
2

หมอสมองประจำบ้าน

เปลี่ยนได้เมื่อเวลาเปลี่ยนไปค่ะ
16 พ.ย. 2019 เวลา 06:40
2

แม่เฒ่ากิมฮวย

ขอบคุณมากๆค่ะ🙏🙏🙏😊😊😊
16 พ.ย. 2019 เวลา 06:45
1

sWiTched to ~

ขอบคุณข้อมูลดีๆ ครับ
15 พ.ย. 2019 เวลา 23:08
1
16 พ.ย. 2019 เวลา 05:36
1

เล่าหุ้นให้มันง่าย

ขอบคุณบทความดีๆครับ^^
15 พ.ย. 2019 เวลา 15:58
1
16 พ.ย. 2019 เวลา 05:35
1