11 พฤศจิกายน เวลา 10:39Education

"ประเทศไทยจะเป็นประเทศพัฒนา (Developed) แล้วหรือยัง" และ "เมื่อไหร่จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว" ตอนที่ 3

จากความตอนที่ 2 ก็พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูงและเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการดำรงชีพค่อนข้างใช้ได้เลยทีเดียวถึงเเม้ว่ามาตราฐานจะยังไม่เท่ากับประเทศพัฒนาแล้วก็ตาม..

และนั่นก็ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่อยู่ตอนบนของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันเอง โดยถ้ามองย้อนกลับไปก็จะเห็นว่าจริงๆ แล้วประเทศไทยเราเจริญขึ้นจาก 30-40 ปีที่แล้วมากๆเลยนะครับ

ถ้าประเทศไทยเป็นรถยนต์เราก็คงเหมือนรถที่อยู่ตรงสี่แยกไฟแดงพอดีที่เตรียมตัวจะข้ามไปเป็นประเทศเทศพัฒนาแล้วที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามการจะข้ามสี่เเยกไปอีกฝั่งของความเจริญนี้ก็คงไม่ง่ายนักเนื่องจากองค์ประกอบหลายๆ อย่างทั้งภายในและภายนอกที่เป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้เราข้ามฝั่งไปได้อย่างสะดวกนัก..

ปัญหาภายในหลักๆ ก็ดั่งเช่นที่เกริ่นมาในตอนที่แล้วก็คือ

1. ปัญหาคอรัปชั่น

คอรัปชั่นคืออะไร??

คอรัปชั่นคือการกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรชอบได้ด้วยกฏหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่น

- การเบียดบังทรัพย์ของทางราชการเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต

- การใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ

- การบอกว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่เจ้าพนักงาน

*นิยามจากประมวลกฎหมาย

และก็อาจรวมถึงการให้สินบนเพื่อให้พนักงานใช้อำนาจในการลดระยะเวลาในการพิจารณาเรื่องต่างๆให้เร็วขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตน เป็นต้น นั่นก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องเหล่านี้เราก็มักประสบพบเจอหรือได้ยินมากันจนชินสำหรับประทศไทย..

คอรัปชั่นจริงๆแล้วไม่ได้เป็นปัญหาที่มีเฉพาะในประเทศไทยนะครับเพราะปัญหานี้มีทุกประเทศและมีมาตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษย์จนถึงปัจจุบัน

แต่ปัญหาคอรัปชั่นของประเทศไทยอาจจะซับซ้อนในแบบของตัวเองและเเก้ยากพอสมควรเนื่องจากสภาพสังคมที่เหลื่อมล้ำ ภาวะการพึ่งพิงผู้อื่น และระบบอวุโส

ก็เลยเกิดระบบที่ผู้มีอำนาจหรือมีเงินแลัวใช้อำนาจหรือเงินนั้นมาช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าเพื่อแลกมาด้วยความจงรักภักดีและก็ได้สร้างกลุ่มเครือข่ายขึ้นมาเพื่อเป็นเส้นสายหรือกำลังพลเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ

นั่นก็คือ "ระบบอุปถัมภ์" และระบบนี้ก็สร้างเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างนักธุรกิจ คนชั้นปกครอง นักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชน

ระบบนี้ก็ครอบคลุมถึงระบบซื้อเสียงเลือกตั้งที่ซับซ้อนเพราะการซื้อเสียงเลือกตั้งมันไม่ใช่เพียงการให้เงินแบบสุ่มๆแต่เป็นการให้แบบต่างตอบแทนลงไปในระบบอุมถัมภ์นั่นเอง

เมื่อมองย้อนไปประวัติศาสตร์ของประเทศเจริญแล้วอย่างยุโรปก็จะเห็นว่าประเทศเหล่านี้ก็เป็นระบบอุปถัมป์แบบนี้มาก่อนตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 5 -16

แต่ระบบอุปถัมภ์ในยุโรปได้อ่อนแอลงเมื่อถึงยุคล่าอาณานิคมและยุคการได้ค้นพบแผ่นดินโลกใหม่อย่างทวีปอเมริกาและออสเตรเลียเพราะคนที่เคยถูกอุปถัมถ์ในยุโรปก็ได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรของชาติอื่นๆ (ยุคตื่นทอง) เอามาเป็นของตนเช่นกัน

เพราะคนกลุ่มนี้กล้าที่จะไปเผชิญถิ่นกันดารของดินแดนใหม่มากกว่าพวกผู้อุปถัมภ์ในยุโรป...

คนที่เคยถูกอุปถัมภ์มากมายก็ได้สร้างเนื้อสร้างตัวเเละได้กลายเป็นคนของเจ้าอาณานิคมที่ได้ครองทรัพย์สิน ที่ดิน และธุรกิจในอาณานิคมใหม่

ต่อจากนั้นก็เริ่มผันตัวเองกลายเป็นผู้อุปถัมภ์ซะเอง นั่นก็ทำให้ความเหลื่อมล้ำก็ลดลงแลัวประชากรส่วนใหญ่ก็ได้เริ่มมีการศึกษาที่สูงขึ้นและฐานะดีขึ้นจากรายได้ของทรัพยากรใหม่จากแผ่นดินใหม่

พอระบบอุปถัมภ์มีอิทธิพลลดลงไปก็เลยทำให้รูปแบบของคอรัปชั่นก็ยากขึ้นในประเทศพัฒนาแล้วแต่ก็ไม่เคยหมดไป

ซึ่งจะเห็นว่าบริบทของประเทศไทยก็จะต่างกันออกไปและเราคงไม่สามารถไปยึดดินแดนใครหรือไปล่าอาณานิคมใหม่เพื่อเอาทรัพยากรในแบบที่ประเทศพัฒนาเเล้วส่วนใหญ่ทำมาอีกแล้ว...ดังนั้นเราต้องค้นหาวิธีของตัวเราเองที่จะลดระบบอุมถัมภ์และคอรัปชั่น...

กลับมาที่ประเทศไทยเราก็จะเห็นว่าจริงๆแล้วอย่างระบบอุปถัมป์นี้ในไทยเองก็เริ่มลดลงเช่นกันนะครับโดยเฉพาะในสังคมเมืองเนื่องจากคนมีการศึกษาสูงขึ้น พึ่งตนเองได้ และมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น.. แต่ระบบอุปถัมภ์ยังคงแข็งแกร่งอยู่ในสังคมชนบทหรือสังคมตามหัวเมืองขนาดเล็กลงมา....

โดยส่วนตัวระบบอุปถัมภ์ก็ไม่ได้แย่ไปซะหมดนะครับเพราะผมว่าระบบนี้ก็มีข้อดีอยู่ถ้าคนอุปถัมภ์มีความเป็นผู้นำและคาดหวังให้ชุมชนเจริญ... ระบบนี้อาจทำให้สังคมดีได้เช่นกัน...

นอกจากระบบอุปถัมภ์แล้วประเทศไทยเรายังมีวัฒนธรรมเห็นอกเห็นใจ วัฒนธรรมพวกพ้อง วัฒนธรรมเกรงใจ วัฒนธรรมช่วยเหลือกัน วัฒนธรรมรักสนุก วัฒนธรรมสบายๆ วัฒนธรรมเคารพผู้ใหญ่ และวัฒนธรรมช่างมันเถอะ

ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีมากๆอยู่นะครับเพราะเป็นวัฒนธรรมที่ทำประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่แล้วสบายใจและช่วยเหลือกันรวมถึงเคารพผู้อื่นโดยใจจริง

หลายท่านที่เคยไปใช้ชีวิตในประเทศพัฒนาแล้วสิ่งที่จะเห็นได้ชัดก็คือ "ความช่วยเหลือเกื้อกูล"น้อยกว่ามากเนื่องจากผู้คนมีความเป็นปัจจเจกสูงก็เลยทำให้มองข้ามความช่วยเหลือเกื้อกูล...ซึ่งต่างจากสังคมประเทศไทยเรามากซึ่งมีความเกื้อกูลสูงมากกัน

แต่วัฒนธรรมเหล่านี้ถ้าไม่มีสมดุลก็จะทำให้เกิดขาดความเป็นระเบียบ ไม่พึ่งตนเอง มองความสบายส่วนตนเป็นหลัก และไม่ค่อยคิดถึงส่วนรวม ดังนั้นพอการเกิดภาวะไม่สมดุลนี้เองก็ทำให้คนมักละเลยและไม่เคารพกฎหมายและประกอบกับวัฒนธรรมเห็นอกเห็นใจซึ่งทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้ยากขึ้น..และคอรัปชั่นและการให้สินบนก็ตามมาโดยง่าย

ปัญหาคือเราจะรักษาสมดุลของวัฒนธรรมที่ดีงามได้อย่างไรโดยไม่ให้สูญเสียความเป็นระเบียบของสังคม และเราควรจะทำอย่างไรเพื่อจะเพิ่มทัศนคติในการมองสังคมส่วนรวมให้มากขึ้นด้วย

โดยสรุปก็จะเห็นว่าการแก้ปัญหาคอรัปชั่นของบ้านเราให้ลดลงอาจจะต้องหารูปแบบของตัวเองโดยเฉพาะต้องทำให้ระบบอุปถัมภ์ลดลง คนลดภาวะการพึ่งพิงของผู้อุปถัมภ์และนักการเมืองแต่ยังดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมดีๆแบบให้มีสมดุล..

นั่นคงต้องกลับมาแก้ที่ระบบ "การศึกษา" และ "ความเหลื่อมล้ำ" ครับผมว่า....

2. ปัญหาเรื่องการพัฒนาของเทคโนโลยีและการศึกษา

เมื่อมาถึงเรื่องการศึกษา...จริงๆแล้วประเทศไทยเราก็มีแหล่งความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมมากมายของตัวเองทั้งทางด้านการเกษตร การอาหารและการเเพทย์ (แผนไทย) แต่โบราณนานมาซึ่งก็มีประโยชน์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ นอกจากนี้ความรู้เชิงปรัชญาของพุทธศาสนาอย่าง

อิทธิบาท 4 พละ 5 และอื่นๆ ก็น่าช่วยทำให้พัฒนาคนให้มีศักยภาพได้ไม่ยาก...

นอกจากนี้เรายังได้รับวิทยาการสมัยใหม่มานานพอตัวจนได้เป็นผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องประดับ รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

"แล้วทำไมการศึกษาเราถึงยังไม่ดีพอ"....นั่นเราคงต้องมามองที่

-สถาบันและระบบการศึกษาและการเรียนรู้??

-สถาบันครอบครัว ??

-สถาบันและระบบสื่อสารมวลชน ??

-สถาบันและระบบการเมือง ??

และเราอาจจะต้องมาดูต้นแบบประเทศที่พึ่งมาเป็นประเทศพัฒนาแล้วหลังยุคล่าอาณานิคมเช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ อิสราเอล และ โปเเลนด์ เป็นต้น ว่าเขากลายมาเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างไร รวมถึงเข้าใจว่าประเทศที่เคยเพัฒนาแล้วอย่างอาร์เจนติน่า และอาฟริกาใต้ กลับกลายไปเป็นประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างไรแล้วนำมาเรียนรู้หรือเปล่า??

ซึ่งผมคงจะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะครับ😁😁

#wornstory

149
I'm happy.
บทความแบบนี้มันต้องคนที่ไปเห็นด้วยตาสัมผัสด้วยใจจากหลาย ๆ ที่ ไม่ใช่ไปแค่ 2-3 ที่ หาจากกูเกิ้ลหรือจากปากใคร ชื่นชมพี่วรครับ 🤗
20 พฤศจิกายน เวลา 13:31
2
Wornstory
🙏🙏🙏🙏
20 พฤศจิกายน เวลา 14:03
1
funny talk
อ่านเพลินเลยค่ะ
14 พฤศจิกายน เวลา 14:16
1
Wornstory
ขอบคุณครับผม
15 พฤศจิกายน เวลา 01:06
Dream School ⭐️
พอพี่วรพูดถึงเรื่องการศึกษากับความเหลื่อมล้ำว่าเป็นปัญหาที่สมควรแก้ไขดรีมเห็นด้วยและรู้สึกว่าตัวเองมาถูกทางแล้วค่ะ เพียงแต่แม้ในสังคมของคนมีการศึกษาก็ยังมีระบบอุปถัมภ์และการคอรัปชั่นที่แข็งแกร่งอยู่ดี หรือควรไปหวังพึ่งเด็ก gen ใหม่แล้วปล่อยคน gen เก่าไปเลยดีคะ 🤔🤔
14 พฤศจิกายน เวลา 03:39
1
Wornstory
gen เก่าคือคลังความรู้ อดทน ...gen ใหม่คือสร้างสรร และรวดเร็ว ต้องร่วมประสานชาติเจริญครับ😊😊😊
14 พฤศจิกายน เวลา 11:08
2
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
วิเคราะห์ได้ดีจริงๆเลยครับพี่👍
13 พฤศจิกายน เวลา 03:09
1
Wornstory
ขอบคุณมากครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 11:07
1
12 พฤศจิกายน เวลา 16:58
1
Wornstory
🙏🙏🙏
14 พฤศจิกายน เวลา 11:06
1
Care-Free by Dr.M
หลายๆเรื่องคงต้องช่วยกันค่ะ 😊
12 พฤศจิกายน เวลา 11:29
1
Wornstory
ช่ายครับผม
12 พฤศจิกายน เวลา 11:44
Weera Hingprakhon
👍👍👍
12 พฤศจิกายน เวลา 10:38
1
Wornstory
🙏🙏🙏
12 พฤศจิกายน เวลา 11:44
The Knowledge ความรู้สำคัญกว่าทองคำ
จะกี่ปีๆ ก็แบบที่เห็นนี่ละครับ555
12 พฤศจิกายน เวลา 07:37
2
Wornstory
เดี๋ยวดีขึ้นครับผมว่า🙂🙂
12 พฤศจิกายน เวลา 11:44
Anuchit Julgasem
อย่างแรกคือคนในชาติต้องเลิกคิดที่จะรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือรับความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น
12 พฤศจิกายน เวลา 06:12
2
Wornstory
ส่วนหนึ่งใช่เลยครับ
12 พฤศจิกายน เวลา 11:43
Anuchit Julgasem
ประเทศเจริญได้ด้วยรัฐและภาคเอกชน เลิกด่ากันเสียที ที่ว่ารัฐเอื้อประโยชน์เอกชน
20 พฤศจิกายน เวลา 01:36
Just Read It แค่อ่านมันส์
อยากให้พัฒนาไวๆ
12 พฤศจิกายน เวลา 04:45
1
Wornstory
ช่ายครับน้องเเว่น
12 พฤศจิกายน เวลา 11:43
1
Just Read It แค่อ่านมันส์
ได้แต่คาดหวัง
12 พฤศจิกายน เวลา 12:10