โพสต์


หลักฐานใหม่-ไม่ต้องอดอาหารก่อนเจาะเลือดตรวจไขมัน
"งดน้ำงดอาหารก่อนเจะเลือด" เป็นธรรมเนียมปฎิบัติมานาน แต่หลักฐานใหม่พบว่าผลไขมันในเลือดที่ไม่ต้องอดอาหารอาจพยากรณ์โรคได้ดีกว่าด้วยซ้ำ..จนมีการปรับปรุงแนวทางเวชปฎิบัติของยุโรปและอเมริกา
🌻ประวัติความเป็นมา "งดน้ำงดอาหาร"
ไขมันในเลือดมีสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. ไตรกลีเซอไรด์ (TG) ซึ่งขึ้นกับการทานอาหารไขมันและแป้ง
2. คลอเลสเตอรอล ขึ้นกับระบบเผาพลาญจำกัดออกจากร่างกาย ผลของการทานอาหารน้อย
ผลรวมคลอเลสเตอรอล (TC) ประกอบด้วย
LDL (เพิ่มความเสี่ยงหัวใจ ยิ่ง Low ยิ่งดี) การใช้ยาลดค่านี้ได้มาก
HDL (ลดความเสี่ยง ยิ่ง High ยิ่งดี) การใช้ยามีผลน้อย ปรับที่พฤติกรรม เช่นออกกำลังกาย
ค่าที้สำคัญมากที่สุด ในการปรับยาคือ LDL แต่ค่านี้ไม่ได้มาจากการวัดโดยตรง มาจากการคำนวณที่ใช้ LDL = TC - (HDL+ TG/5) โดยสมการนี้ใช้ได้ต่อเมื่อ TG น้อยกว่า 400
โดยสรุป อาหารก่อนมาตรวจเลือดไม่ได้มีผลต่อ LDL โดยตรง
แต่มีผลต่อไตรกลีเซอไรด์ ถ้าสูงจะมีผลต่อความถูกต้องของค่า LDL
ข้อมูลจากการทดลองให้คนกินอาหารมัน (fat load) พบว่า ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่ขึ้นจากอาหารนั้น ใช้เวลา 8 ชั่วโมงก่อนจะกลับสู่ค่าเดิม ก่อนกินอาหาร
เราจึงให้งดอาหารและน้ำที่เป็นนมหรือมีน้ำตาลก่อนมาเจาะไขมัน 8 ชั่วโมงแต่นั้นมา
🌻 การเปลี่ยนแปลงแนวทางปฎิบัติ
นักวิจัย เกิดความ "เอ๊ะ" เหตุใดจึงใช้ค่าเลือดหลังอดอาหาร...ทั้งที่ชีวิตเราส่วนใหญ่ไม่ใช่ภาวะขาดอาหาร?
ทีความดันโลหิต เรายังให้ความสำคัญกับความดันวัดตอนอยู่ที่บ้านมากกว่าความดันที่โรงพยาบาล
ความก้าวหน้าทางห้องปฎิบัติการณ์ ทำให้มีวิธีวัดค่า LDL โดยตรง ไม่ต้องคำนวณจาก TG
ความต่างเฉลี่ยของ LDL ระหว่างอดกับไม่อดอาหาร อยู่ที่ 8 ขณะที่ TG ค่าอดอาหารน้อยกว่าไม่อดคือ 26 ซึ่งหากคิดธรรมดาๆ ก็เห็นจริง เช่น LDL 102 กับ 110 ไม่มีความแตกต่างของแพทย์ ดูแลเหมือนกัน (2)
มีงานวิจัย ความเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ พบว่า ค่า LDL แบบไม่อดอาหาร ก็มีความแม่นยำในการพยากรณ์การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้เท่าเทียมกับแบบเดิมที่ต้องอดอาหาร (2)
บางงานวิจัยพบว่า ไตรกลีเซอไรด์แบบไม่อดอาหาร พยากรณ์การเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ดีกว่าแบบเดิมที่อดอาหาร (3)
ภาพจาก (2)
⭐จนปี 2016 สมาคมแพทย์หัวใจยุโรปนำร่อง ตามด้วยสมาคมแพทย์หัวใจอเมริกา มีคำแนะนำให้ไม่จำเป็นต้องอดอาหารก่อนตรวจไขมัน แต่ถ้า TG เกิน 440 (มักเจอในคนเป็นเบาหวาน) จึงควรตรวจแบยอดอาหาร หรือใข้เทคนิควัด LDL โดยตรง (2,4)
🌻ความคิดเห็นส่วนตัว
วันก่อน ข้าพเจ้านัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบมาตามติดตามหลังออกโรงพยาบาล พบว่าความดันสูงมาก จึงสอบถาม ได้ความว่า ผู้ป่วยอดอาหารและน้ำอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ตอน 20 นจนถึงเวลาตรวจ 10 น. จึงไม่ทานยาความดันหลังอาหารไปด้วยร่วมกับหงุดหงิดด้วยความหิวความดันจึงขึ้น...
ดังนั้น ส่วนตัวจึงออกจะเอนเอียงเข้าการตรวจไขมันแบบไม่อดอาหารค่ะ
อยากขอความเห็นรู้ผู้เกี่ยวข้อง และฟังความคิดเห็นค่ะ
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
กลอนพาไป
ถ้านำมาปฏิบัติได้จริงจะดีเลยครับ เพราะจะได้ไม่ต้องท้องร้องจ๊อกๆ เวลาตรวจสุขภาพ ครับ
13 ธ.ค. 2019 เวลา 10:30
1
เรื่องของลุง..ทัฟฟี่
แนวทางน่าสนใจครับคุณหมอ
13 ธ.ค. 2019 เวลา 01:43
1
หมีน้อย Block Smile
ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ
13 ธ.ค. 2019 เวลา 00:28
1
Chin@หลากมุมมอง
ขอบคุณความรู้ใหม่มากคะคุณหมอ
12 ธ.ค. 2019 เวลา 23:53
1
NORWARA
ที่นี่ไม่เคยต้องอดข้าว อดน้ำไรเลยค่ะ เวลาเจาะเลือด แรกๆ คิดว่าแปลก คิดเองว่ามันคงไม่จำเป็นมั้งสำหรับที่นี่ พออ่านบทความอาจารย์แล้วอ๋อเลยค่ะ
9 พ.ย. 2019 เวลา 19:50
3
หมอสมองประจำบ้าน
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลค่ะ แสดงว่เขาทำตามแนวทางออกใหม่ของยุโรปแล้ว🙂
9 พ.ย. 2019 เวลา 23:57
เก็บฝัน..🕰
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหมอ ขอบคุณข้อมูลดีดีด้วยค่ะ🥰
8 พ.ย. 2019 เวลา 23:18
3
หมอสมองประจำบ้าน
ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมค่ะ ^_^
9 พ.ย. 2019 เวลา 01:04
1
Happy Life 😊
ขอบคุณคุณหมอครับ
8 พ.ย. 2019 เวลา 13:53
1
8 พ.ย. 2019 เวลา 14:06
SaraUpdate
ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ
7 พ.ย. 2019 เวลา 17:31
1
7 พ.ย. 2019 เวลา 22:39
KhunKidD
ส่วนตัวคิดว่าวัดแบบไม่อดน่าจะดีนะครับ. เพราะจริงอย่างเค้าว่าเราดำเนินชีวิตแบบไม่ได้อด...บางคนกินตลอดวันยิ่งหนักใหญ่เลยครับ. อย่างแย่ถ้ากินแล้ววัดได้ค่าสูงหน่อยก็มองเป็น worst case และอาจช่วยแนะนำเรื่องการทานให้คนไข้ได้ด้วยครับ. 🤔
7 พ.ย. 2019 เวลา 15:35
1
หมอสมองประจำบ้าน
เน่าคิดค่ะ เจาะแบบไม่อดจะได้เห็น worst case scenario ด้วย
7 พ.ย. 2019 เวลา 22:40
1
and the review goes to
สิ้นปีตรวจสุขภาพประจำปี LDL, HDL พอดีขอบคุณครับ ❤️
7 พ.ย. 2019 เวลา 15:23
1
7 พ.ย. 2019 เวลา 22:38