โพสต์

ยืดเส้นแก้ไมเกรน&ออฟฟิศซินโดรม
วิธีที่ปันสุขใช้ยืดเส้นก่อนนอนก็ง่ายๆ
ทำได้ทุกคน ไม่ได้ยากเหมือนโยคะ
🔹เพียงแค่พอล้มตัวนอนลงบนเตียง แล้วให้เวลาสักพักกับการยืดเส้นด้วยท่าง่ายๆ ต่อไปนี้ค่ะ
ท่าแรก ให้นอนหงายและเหยียดขาตามปกติ แล้วออกแรงยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา
จากนั้นเหยียดแขนออกไปและเอามือทั้งสองข้างไปสอดประสานกันไว้ที่ด้านหลังของขา ตรงบริเวณเหนือหัวเข่าขึ้นมา แล้วออกแรงที่แขนเริ่มโยกขาข้างนั้นเข้ามาหาลำตัวและผ่อนออก
ให้โยกเข้า-โยกออกเท่าที่รู้สึกสบาย หรือรู้สึกว่าทนไหว เพราะโยกครั้งแรกๆ จะตึงมากค่ะ แล้วค่อยสลับทำอีกข้าง
ท่านี้ขอให้เครดิตพี่คนขับแท็กซี่ที่มาเผยแพร่ในโลกโซเชียล เลยเรียกท่านี้ว่า “ท่าพี่แท็กซี่”
“ท่าพี่แท็กซี่” จะช่วยยืดเส้นใต้ขาได้ดีมาก ถ้าใต้ขาเราตึงมากๆ มันจะส่งผลไปกระทบเส้นคอ บ่า ไหล่ และศีรษะได้
และหากทำท่านี้จนเริ่มผ่อนคลายแล้ว
จะลองค่อยๆ กระเถิบมือขยับขึ้นไปจับอยู่หลังน่อง แล้วค่อยๆ โยกเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ขาจะไม่งอ ขาจะเกือบเหยียดชี้ตรงขึ้นไป
การที่โยกโดยขาเหยียดชี้ตรงขึ้นไป พอหยุดโยกและวางขาลงแล้วนอนนิ่งๆ สักครู่ เราจะได้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายไปอีกแบบ
ก่อนทำท่าถัดไปทุกครั้งให้พักใน "ท่าศพ"
โดยนอนหงาย แยกขาให้ห่างจากกัน แขนทั้งสองวางห่างจากลำตัวประมาณ 45 องศา หงายฝ่ามือและงอปลายนิ้วมือเล็กน้อย ไม่เกร็ง
ปิดเปลือกตาลงเบาๆ พิจารณาภายในร่างกาย สัก 4-5 ลมหายใจเข้า-ออก แล้วค่อยทำท่าถัดไป
ในระหว่างพักในท่าศพ จะเป็นการผ่อนคลาย สัมผัสได้ถึงความสบาย (หลังจากที่รู้สึกทรมานตอนโยก😄)
ท่าที่สอง ท่านี้ได้มาจากนักกายภาพบำบัด ขอเรียกว่าท่า “เลข 4”
เพราะทำขาเหมือนเลข4กลับหัว😊
ตั้งเข่าชันขึ้นมาข้างหนึ่ง แล้วยกขาอีกข้างวาดขึ้นมาพาด โดยให้ตาตุ่มข้างที่เพิ่งยกขึ้นมา วางสัมผัสขาข้างที่ตั้งชันนั้นตรงบริเวณเหนือหัวเข่าขึ้นมาเล็กน้อย (คล้ายเลข4กลับหัว)
จากนั้นเหยียดแขนออกไปและเอามือทั้งสองข้างไปสอดประสานกันไว้ที่ด้านหลังของขาข้างที่ตั้งชัน ตรงบริเวณเหนือหัวเข่าขึ้นมา แล้วออกแรงที่แขนเริ่มโยกขาข้างนั้นเข้ามาหาลำตัวและผ่อนออก
ให้โยกเข้า-โยกออกเท่าที่รู้สึกสบาย หรือรู้สึกว่าทนไหว เพราะโยกครั้งแรกๆ จะตึงเช่นกัน
แต่ท่านี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาทั้งสองข้าง
แล้วสลับทำอีกข้างเช่นกัน
ท่าที่สาม ประยุกต์มาจากท่าโยคะ “หมุนท้องทีละข้าง”
ให้นอนหงายและเหยียดขาตามปกติ และกางแขนทั้งสองข้างเหยียดวางไปบนที่นอน สบายๆ ในระดับเสมอไหล่
จากนั้นออกแรงยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาจนเกือบตั้งฉาก แล้วค่อยๆ วาดเฉียงลงไปหาที่นอนตรงฝั่งตรงข้ามกับขาที่เรายก (ลงเท่าที่ได้)
แล้วเคลื่อนขาข้างนั้นกลับขึ้นมาตั้งฉาก และค่อยๆ วางลงบนที่นอน
แล้วทำสลับข้าง
ทำข้างละ 5-10 ครั้ง
ท่านี้ยืดเส้นสีข้าง โดยเฉพาะบริเวณเอว ได้ดีนักแล
ท่าที่สี่ เจอโดยบังเอิญค่ะ
ให้นอนหงายและเหยียดขาตามปกติ แล้วเอามือวางหงายไว้ใต้ศีรษะ คล้ายๆ กับท่าเตรียมซิทอัพ แต่ไม่ต้องประสานมือ จะได้ไม่ถูกศีรษะกดทับ
จากนั้นตั้งเข่าชันขึ้นมาข้างหนึ่ง และออกแรงยกขา(ข้างที่ตั้งเข่าชัน) ข้ามไปวางข้างๆ ขาอีกข้างหนึ่ง แล้วเริ่มออกแรงโยกเข่าที่ตั้งอยู่กดลงหาที่นอน เท่าที่ทำได้
โยกขึ้น-โยกลง(จากที่นอน) จนรู้สึกผ่อนคลาย
แล้ววาดขาข้ามกลับไปวางเหยียดสบายๆ และทำสลับข้าง
ท่านี้จะยืดได้ทั้งเส้นสีข้าง และเส้นใต้ท้องแขนท่อนบน
ซึ่งถ้าเส้นใต้ท้องแขนตึง หรือเส้นใต้ขาด้านหลัง(เหนือหัวเข่าขึ้นมา)ตึงมากๆ
ก็จะส่งผลไปถึงเส้นคอ บ่า ไหล่ สะบัก
และเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้มึนหัว คิดอะไรไม่ค่อยออก ปวดหัว หรือปวดไมเกรน และขี้ง่วงด้วย
เนื่องด้วยสรีระและพฤติกรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นบางท่าที่ทำแล้วไม่รู้สึกตึง ก็ข้ามไปลองทำท่าอื่นที่เหมาะกับเราได้เลยค่ะ
ถ้าตื่นนอนตอนเช้า พอจะมีเวลายืดเส้นบนเตียงซ้ำอีกสักนิดก่อนที่จะลุกจากเตียง ก็จะช่วยให้หายเร็วขึ้นนะคะ
จริงๆ ยังมีอีกหลายท่าให้เลือกใช้ยืดเส้นกันไปตามวาระโอกาส เช่น ท่ายืดเส้นหลังตื่นนอน หรือในระหว่างวัน แต่เกรงว่าจะยาวเกินไป 😊
รบกวน
กด👍 ช่วยเติมพลังใจให้ผู้เขียน
กดแชร์ แบ่งปันข้อมูลให้คนที่คุณห่วงใย
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเข้ามาทักทายกันนะคะ🙇‍♀️
ความคิดเห็น

Secret tone

ขอบคุณค่ะ กำลังเป็นออฟฟิศซินโดรมพอดีค่ะ เป็นประโยชน์มากค่ะ 😀
16 เม.ย. เวลา 16:39
1

แบ่งปันความสุข

ยินดีค่ะ🥰
4 พ.ค. เวลา 03:31

ท้องร้องแล้ว🍽

ต้องไปลองทำบ้างแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ😊🎉❤️
21 ม.ค. เวลา 12:36
1

แบ่งปันความสุข

ยินดีค่ะ😊
21 ม.ค. เวลา 14:19

บทความคริสเตียน panarat.com

คลายปวดสักหน่อย
17 ธ.ค. 2019 เวลา 15:30
1
21 ม.ค. เวลา 14:19
1