12 พฤศจิกายน เวลา 13:18Science & Tech

Machine Learning กับการตรวจเชื้อแบคทีเรียในทารกแรกเกิด

โลกอาจเป็นสถานที่ที่เลวร้ายโดยเฉพาะในช่วงสองสามเดือนแรกหลังจากที่เด็กเกิด ในช่วงเวลาที่มีค่าเหล่านี้นั้น ทารกแรกเกิดจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ และสิ่งเร้ามากมายรวมถึงแบคทีเรียที่เป็นเชื้อโรคที่จะมาคอยทำร้ายร่างกายที่อ่อนแอของพวกเขา

ซึ่งแบคทีเรียที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อในระบบไหลเวียนโลหิตนั้นได้กลายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของทารกแม้ในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ตาม

การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วของทารกที่ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ แต่อาจเป็นสิ่งที่ท้าทายในโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการแสดงทางคลินิกที่ไม่ชัดเจน ตอนนี้นักวิจัยที่โรงพยาบาลเด็กแห่ง Philidelphia (CHOP) พบว่า ด้วยการให้สร้างจำลองโดยใช้เทคโนโลยี Machine Learning โดยการรวบรวมข้อมูลทางคลินิกของทารกแรกเกิดอย่างสม่ำเสมอ พวกเขาสามารถระบุกรณีของการติดเชื้อในทารกแรกเกิดได้ก่อนเวลาปกติ และทีมวิจัยได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสาร PLoS ONE

เพื่อพัฒนาแบบจำลองโดยใช้เทคโนโลยี Machine Learning ที่สามารถตรวจจับการติดเชื้อได้ ทีมวิจัยได้ฝึกอัลกอริทึมโดยใช้ชุดข้อมูลย้อนหลัง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการระบุการติดเชื้ออย่างน้อยสี่ชั่วโมงก่อนที่แพทย์จะสงสัยว่าเด็กทารกนั้นป่วยจริง ๆ

การใช้ข้อมูลบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ เช่น สัญญาณชีพ ความดันโลหิต และอุณหภูมิจากทารก 618 คนในหอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด CHOP จากปี 2557-2560

โดยทีมนักวิจัยได้ฝึกอบรมโดยใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อเปรียบเทียบสัญญาณชีพกับตัวชี้วัดที่สำคัญ 36 ตัว ซึ่งทีมวิจัยสามารถเปรียบเทียบความแม่นยำของ การใช้ Machine Learning กับการค้นพบทางคลินิกโดยแพทย์เฉพาะทางเด็ก ซึ่งจากการทดสอบ ใน 8 โมเดลนั้น พบว่ามี 6 โมเดล สามารถระบุกรณีของการติดเชื้ออย่างถูกต้องได้เร็วกว่าแพทย์ถึงสี่ชั่วโมงเลยทีเดียว

โดยทางทีมได้สรุปว่า หากมีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการฝึกอบรม อาจมีผลต่อความแม่นยำมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป “ เนื่องจากการตรวจพบ แต่เนิ่นๆและการทำการรักษาอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรีย

เทคโนโลยีอย่าง Machine Learning จึงมีศักยภาพในการปรับปรุงผลลัพธ์ทางคลินิกในทารกเหล่านี้ ซึ่งจากข้อมูลของ Masino การค้นพบของทีมวิจัย เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือแบบเรียลไทม์สำหรับใช้ในโรงพยาบาล โดยการติดตามการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม โดยทีมวางแผนที่จะประเมินประสิทธิภาพของระบบดังกล่าวในโรงพยาบาลจริงในอนาคต

ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog

Twitter : twitter.com/tharadhol

Instragram : instragram.com/tharadhol

Website : www.tharadhol.com

อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog
51
14 พฤศจิกายน เวลา 03:03
13 พฤศจิกายน เวลา 12:55
Jorse Always
ข่าวดีมากครับ.... เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนมีวัฒนาการเพื่อก้าวไปข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือแม้แต่เชื้อแบคทีเรียต่างๆ
13 พฤศจิกายน เวลา 00:32
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ว้าว น่าสนใจมาก ๆ เลยนะคะ 👍😆
12 พฤศจิกายน เวลา 17:24
1
สอนตัวเอง
รอลุ้นให้มีการเอาใช้งานจริง
12 พฤศจิกายน เวลา 13:40
1
ด.ดล Blog
😊😊😊
12 พฤศจิกายน เวลา 13:40
1