14 พฤศจิกายน เวลา 01:35Entertainment

จาก10 ล้าน สู่ 7.4 พันล้าน

Steve Jobs กับการก่อตั้ง Pixar Studio

ปี 1976 สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs)และ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak)ร่วมกันก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ลขึ้นในโรงรถบ้านพ่อบุญธรรม ใครจะคิดว่าจากจุดเริ่มต้นเล็กๆนั้นจะขยายกลายมาเป็นบริษัทระดับโลกที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐในปัจจุบัน

9 ปี ต่อมา(1985)หลังก่อตั้งบริษัท...

สตีฟ จอบส์ ถูกกดดันอย่างหนักด้วยข้อหาเรื่องความไร้ประสิทธิภาพเพราะเครื่อง Macintoshรุ่นแรกไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับบุคลิกส่วนตัวของเขาที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเกรี้ยวกราด โมโหร้าย ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ยาก ทำให้เขาต้องออกจากบริษัทที่ก่อตั้งมากับมือ

สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นจุดตกต่ำของชายชื่อสตีฟ จอบส์

แต่ไม่เลย...มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นตำนานบทใหม่ของเขา

สตีฟ จอบส์ มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผลิตภาพยนตร์ชื่อ Lucusfilm เพื่อนคนนั้นคือ จอร์จ ลูคัส (Josh Lucas)ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Star Wars นั่นเอง

เขาได้ซื้อทีมคอมพิวเตอร์กราฟฟิคและแอนิเมชั่นจาก Lucusfilm ในราคา 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และแยกมาก่อตั้งบริษัทPixar Studio ในปี 1986

แม้ Pixar Studio จะก่อตั้งขึ้นมาแล้ว แต่การจะสร้าง

แอนิเมชั่นสักเรื่องโดยใช้คอมพิวเตอร์แทนการวาดมือไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังมีต้นทุนที่สูงมาก

แต่นั่นคือความฝันของจอห์น แลสซีเตอร์ (John Lasseter)หนึ่งในทีมPixarที่เป็นอดีตพนักงานของ Disney

จอห์น แลสซีเตอร์ ถูกไล่ออกจากDisneyเพราะพยายามผลักดันแอนิเมชั่นจากคอมพิวเตอร์ เนื่องจากต้นทุนที่สูงมาก Disneyจึงไม่สนใจและเขาก็ถูกไล่ออกในเวลาต่อมา

เมื่อคนมีฝันอย่างจอห์น แลสซีเตอร์ได้มาพบกับมนุษย์มหัศจรรย์อย่างสตีฟ จอบส์ เราจึงได้เห็นสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นในวงการแอนิเมชั่น

ถึงตอนนี้ Pixarมีเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ต้นทุนในการผลิตแอนิเมชั่นด้วยคอมพิวเตอร์ลดลงแล้ว สตีฟ จอบส์ จึงเข้าไปเจรจากับ เจฟฟรีย์ แคตเซนเบิร์ก (Jeffrey Katzenberg)ประธานบริษัทDisney Pictures เพื่อขอเงินทุนมาผลิตแอนิเมชั่นเรื่องแรกของ Pixar

และเมื่อการเจรจาบรรลุผลโปรเจคแรกของ Pixarจึงเริ่มขึ้น

ในส่วนของงานสร้างนั้น สตีฟ จอบส์ ไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆเลย เขาเป็นเพียงแต่คนดูผู้ให้คำวิจารณ์ในฐานะของผู้ชมเท่านั้น

หลังจากนั้น4 ปี Toy Story(1995)แอนิเมชั่นเรื่องแรกของสตูดิโอ Pixarจึงเสร็จสมบูรณ์และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

จากทุนสร้าง 30 ล้านเหรียญ สามารถทำรายได้ในอเมริกาถึง 191 ล้านเหรียญ และรายได้รวมทั่วโลกกว่า 373 ล้านเหรียญ

จากความสำเร็จของ Toy Story ทำให้ Pixarผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ A Bug's Life(1998) , Toy Story 2(1999) , Monsters, Inc.(2001) , Finding Nemo(2003) , The Incredibles(2004) จนมาถึงเรื่อง Cars(2006)

จะเห็นว่าแอนิเมชั่นที่กล่าวถึงนี้ล้วนแต่ประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้

จุดเด่นของแอนิเมชั่น Pixar คือ เป็นแอนิเมชั่นที่ดูสนุก ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีคาแรคเตอร์ตัวละครที่ชัดเจน และเนื้อหาที่สนุก มีความขี้เล่นแบบเด็กแต่ก็เปี่ยมไปด้วยประเด็นและแง่คิดแบบผู้ใหญ่หลายเรื่องมีแก่นที่ลุ่มลึกและตีความได้หลายระดับ

เป็นแอนิเมชั่นในสไตล์เฉพาะตัวของ Pixar

ซึ่งจุดแข็งเหล่านี้แลกมาด้วยการทำงานที่ละเอียดทุกขั้นตอนในการทำงานด้านภาพและบทภาพยนตร์

เมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญาที่ทางDisney Picturesทำไว้กับPixar Studio(ทั้งหมด 7 เรื่อง) ทาง Disney เล็งเห็นในศักยภาพของ Pixarจึงทำการซื้อ Pixarโดยแลกหุ้นของ Disney มูลค่ากว่า 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7 เปอร์เชนต์ของมูลค่าหุ้นDisneyทั้งหมดให้กับสตีฟ จอบส์

เป็นอันว่าจากเงินทุน 10 ล้านเหรียญที่จอบส์ลงทุนไปในตอนแรกได้งอกเงยเป็น 7.4 พันล้านเหรียญในเวลา 20 ปี

นอกจากตัวเงินแล้ว...สิ่งที่สตีฟจอบส์ได้จาก Pixarก็คือ วิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป ว่ากันว่าการที่สตีฟ จอบส์ ได้เข้ามาร่วมงานกับ Pixarทำให้เขาได้เปลี่ยนตัวเองจากชายขี้โมโห ไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น มาเป็นคนที่เปิดใจรับฟัผู้อื่นมากขึ้น เพราะการทำงานใน Pixarนั้น สตีฟ จอบส์ ไม่ได้มีส่วนในขั้นตอนการผลิตเลย เป็นแต่เพียงผู้ให้ความเห็นในฐานะผู้ชม

และนี่คือส่วนหนึ่งในช่วงชีวิตของสตีฟ จอบส์ ที่เขาได้มีส่วนร่วมในบริษัทแอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง Pixar Studio

จนถึงปัจจุบันPixar Studio ผลิตแอนิเมชั่นออกมาแล้วรวม 21 เรื่อง และกำลังจะมีผลงานรอเข้าฉายในปี 2020 อีก 2 เรื่องคือ Onward และ Soul

จากจุดเริ่มต้นในแผนกหนึ่งของ Lucusfilm มาวันนี้ Pixar Studio ได้กลายมาเป็นบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นคุณภาพอันดับต้นของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

และพวกเขายังคงยึดถือในปรัชญาการทำงานที่สตีฟ จอบส์ บอกกับพวกเขาเสมอมาว่า " Make it great "

" สตีฟให้โอกาสและเชื่อในความฝันบ้าๆของพวกเราในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากคอมพิวเตอร์ สิ่งหนึ่งที่เขามักจะบอกกับพวกเราเสมอ คือ ' ทำมันให้ยอดเยี่ยม 'และเขาคือเหตุผลที่เรายังคงอยู่บนเส้นทางนี้

ความแข็งแกร่ง ความซื่อสัตย์และความรักที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของเขาทำให้พวกเราทุกคนดีขึ้นเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในดีเอ็นเอของ Pixarไปตลอดกาล "

จากถ้อยคำแถลงของจอห์น แลสซีเตอร์ และ เอ็ดวิน แค็ตมัล สองผู้ร่วมก่อตั้ง Pixar Studio ที่ได้แถลงไว้หลังการเสียชีวิตของสตีฟ จอบส์ ในปี 2011

สามารถติดตามบทความเของหนังหลายมิติเพิ่มเติมได้ที่ :

Fanpage : facebook.com/nunglaimiti

Website : www.movie8d.com

161
Care-Free by Dr.M
น่าสนใจ ที่การเป็นผู้ฟังเท่านั้น สามารถเปลี่ยนเเปลงอารมณ์คนได้นะคะ 😊
15 พฤศจิกายน เวลา 15:17
1
หนังหลายมิติ
ในบทความกล่าวไว้เพียงสั้นๆ แต่ไทม์ไลน์จริงๆในการสร้างแอนิเมชั่นเรื่องแรกคือ 4 ปีครับ ส่วนเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงสตีฟ จอบส์ มันมีเหตุก่อนหน้าครับ ความสำเร็จที่สตีฟ จอบส์ได้มาจากการผลิตคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลทำให้เขามีอีโก้สูงครับ และเครื่องแมคอินทอชรุ่นแรก สตีฟ จอบส์ก้าวก่ายการผลิตทุกขั้นตอน สุดท้ายเมื่อออกขาย ยอดขายไม่ดีเท่าไหร่ครับ ( อันนี้ดอกแรก) และหลังจากนั้นเขาโดนกดดันจนต้องออกจากบริษัทที่ก่อตั้งมากับมือ โดย CEO ที่เขาเชิญมารับตำแหน่ง ( ดอกสอง ) พอมาทำ Pixar Studio สตีฟ จอบส์จึงปล่อยให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองไปแล้วเขาคอยให้คำแนะนำเท่านั้น แล้วปรากฏว่า Toy Story ประสบความสำเร็จมาก หลังจากนั้นเมื่อสตีฟ จอบส์ได้โอกาสกลับมากู้วิกฤตที่แอปเปิ้ลตอนตกต่ำอีกครั้ง เขาให้ทีมงานทำงานกันโดยเขาเป็นผู้กำกับและให้คำวิจารณ์ แต่ไม่ลงไปยุ่งกับกระบวนการทำงานเหมือนก่อนแล้ว เพียงแค่บอกว่าอยากได้แบบนั้น อยากได้แบบนี้ คุณไปทำมา เป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปครับ จริงๆมีบทสัมภาษณ์ผู้ร่วมงานของสตีฟ จอบส์ ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ครับ แต่ผมเป็นเพจเกี่ยวกับหนังเลยข้ามรายละเอียดบางช่วงไปครับ แต่ในขั้นตอนการหาข้อมูล ผมได้อ่านประวัติชีวิตและความเปลี่ยนแปลงของสตีฟ จอบส์ หลายเรื่องเลยครับ จนยกย่องว่าเขาคือคนมหัศจรรย์ครับ
15 พฤศจิกายน เวลา 15:29
เขียนนอก กรอบ 🦅
แวะมาทักทายติดตามครับ
15 พฤศจิกายน เวลา 15:05
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
15 พฤศจิกายน เวลา 15:29
1
เก็บฝัน..🕰
เป็นคนที่เก่งสุดๆเลยคนนี้. ขอบคุณบทความค่ะ^^
14 พฤศจิกายน เวลา 16:29
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
15 พฤศจิกายน เวลา 03:30
and the review goes to
เพิ่งรู้ว่าสตีฟ จ๊อบมีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมหนังด้วย ยอดคนจริง ๆ ขอบคุณมากครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 10:35
1
หนังหลายมิติ
ผมเรียกคนอย่างสตีฟ จอบส์ว่ามนุษย์มหัศจรรย์ครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 14:55
1
ต๋อง.ธนัชช์
Toyทุกภาค และ car1 คือหนังที่ผมดู แล้วอินมากๆ ชอบมากๆ
14 พฤศจิกายน เวลา 10:31
1
หนังหลายมิติ
Car นี่ผมไม่ได้ดูเลยสักภาคครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 14:55
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ชอบดู The incredible มากเลยค่ะ การ์ตูนเรื่ิองนี้ก็น่าดูมาก ๆ เลยนะคะ 😍
14 พฤศจิกายน เวลา 09:17
1
หนังหลายมิติ
เรื่องนี้สนุกครับ ยังไม่ได้ดูภาค 2 เลย
14 พฤศจิกายน เวลา 10:13
1
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ภาคสองสนุกมากเลยค่ะ แบมชอบมาก ๆ เลยค่ะ แจ็ค ๆ น่ารักมากกก ❤😄
17 พฤศจิกายน เวลา 13:59
1
14 พฤศจิกายน เวลา 08:33
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 10:14
ธนกฤต จงภักดี
ถ้าอยู่คงสุดยอดกว่านี้มาก
14 พฤศจิกายน เวลา 08:29
2
หนังหลายมิติ
หลังจากนั้นแอปเปิ้ลซื้อบริษัท next ที่สตีฟ จอบส์ตั้งขึ้นเพื่อทำเกี่ยวกับตอมพิวเตอร์ครับ สตีฟ จอบส์เลยได้กลับไปบริหารที่แอปเปิ้ลอีกครั้ง และสร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่าง ipod และ iphone จนแอปเปิ้ลฟันกำไรเละจนถึงตอนนี้เลยครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 10:16
1
ชัชชัย แซ่อึ้ง
ทำการ์ตูนได้น่ารักและให้แง่คิดกับการดำเนินชีวิตมากเลยครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 07:52
1
หนังหลายมิติ
เป็นค่ายหนังคุณภาพค่ายนึงเลยครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 10:16
waihan​ Sukanthapruk​
เขียนได้เยี่ยมเลยครับ ชอบ Make it great มาก
14 พฤศจิกายน เวลา 07:10
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
14 พฤศจิกายน เวลา 10:16
1