Blockdit Logo (Mobile)
BDNF สารในสมองผู้ "เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส"
ธรรมชาติคัดสรรให้สิ่งมีชีวิตที่ "ใช้วิกฤตเป็นโอกาส"...ร่างกายเรามีกลไกตอบสนองต่อภาวะขาดอาหารหรือมีการใช้พลังงานสูง โดยการหลั่งสาร 'BDNF' เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสติปัญญาในการแก้ปัญหา..ในคนที่เป็นโรคซึมเศร้าและอัลไซเมอร์มีสารตัวนี้ต่ำ แล้วเราจะเพิ่มมันอย่างไรดี
ภาพประยุกต์จาก internet ไม่ประสงค์ใช้เพื่อการค้า
🌻 วัฎจักรวิกฤตคือโอกาส : G-to-K และ K-to-G
สัตว์ต่างๆ รวมถึงมนุษย์ในอดีต มีช่วงฤดูกาลขาดแคลนอาหาร ต้องเดินทางไกลไปหาอาหาร ทำให้ร่างกายต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด..สำหรับมนุษย์นอกจากอยู่รอดแล้วยังเกิดการเรียนรู้ใหม่จากวิกฤตแต่ละครั้งด้วย
วัฎจักรวิกฤตสู่โอกาส IMS = Intermittent Metabolic Switching : ซ้ายคือช่วง fasting หรือ exercise G-to-K และขวา Resting K-to-G (1)
🍀ช่วงขาดอาหารหรือออกกำลัง : เสมือนช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
ร่างกายสะสมแป้ง glycogen ในตับประมาณ 700 Kcal ซึ่งนำออกมาใช้เป็น glucose ได้ประมาณ 12 ชั่วโมง หากมีการวิ่งอาจใช้ได้เพียง 4 ชั่วโมง เมื่อ glucose หมด ก็ต้องหันมาใช้ไขมันในรูป ketone..เราเรียกช่วงนี้ว่า G-to-K
Gherlin เป็นผู้สื่อข่าวที่บอกสมองว่าร่างกายเริ่มต้องเตรียมรับภาวะขาดแคลนด้วย'ความรู้สึกหิว'
นอกจากนี้ การเดินหาออกหาอาหาร ทำให้กล้ามเนื้อหลั่งสารออกมาหลายชนิด (Myokines) ช่วยเสริมสัญญานจาก Gherlin
สมองจึงสั่งการต่อด้วย BDNF ชื่อเต็มว่า Brain Derived Neurotrophic Factor..เป็นผู้จัดการ จัดสรรทรัพยากรเพื่อ
แก้ไขโครงสร้างพื้นฐานสมองแบบใหม่ให้รับกับปัญหาในอนาคต (Neuroplasticity)
ลดการทำงานของ mTOR เพื่องดโครงการก่อสร้างที่ไม่จำเป็น
เซลล์ใดมีปัญหาภายในเช่น DNA แตกหัก mitochondria เสื่อม ก็จะถูกเข้าแผนฟื้นฟู (Autophagy)...ถ้ายังไม่ไหวเซลล์นั้นก็จะถูกกำจัด
🍀ช่วงกินอิ่มนอนหลับ : ช่วงฟื้นฟู
เมื่อได้รับอาหารมี glucose อีกครั้ง ร่างกายจะหยุดนำคีโตนมาใช้ เรียกว่าช่วง K-to-G
Gherlin หยุดส่งสัญญานวิกฤต..mTOR เดินหน้าก่อสร้างเต็มที่ รวมถึงเซลล์สมองที่ถูกวางโครงสร้างไว้มีการเจริญต่อเนื่อง
จะเห็นได้ว่า ไม่มีวิกฤติก็ไม่มีการเรียนรู้ปรับปรุง สะสมปัญหาเรื้อรังจนก่อโรคความเสื่อมทีหลัง
แต่ถ้าวิกฤติลากยาวไม่มีพักฟื้นเลย ร่างกายก็จะทนไม่ได้..
การมีวัฎจักรขึ้นลงจึงเป็นวิถีสร้างความสมดุลของธรรมชาติ
..ข้าพเจ้านึกไปถึงสี่แยกรินคำที่ตั้งห้างเมญ่าและทิงค์พาร์คในปัจจุบัน คือพื้นที่บ้านจัดสรรถูกทิ้งร้างและป่าไมยราพหลังช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งค่ะ😎
🌻เราจะเพิ่ม BDNF ได้อย่างไร
ปัจจุบันมีการสังเคราะห์ BDNF เป็นอาหารเสริม แม้คงไม่มีพิษภัยเพราะผ่าน อย. .. แต่ก็น่าสงสัยในประสิทธิภาพเพราะการทำงานของสมองต้องการความ "ถูกที่-ถูกเวลา" ในการเพิ่มขึ้นลดลงของ BDNF เหมือนวงออแคสตร้า ที่ความไพเราะของเสียงบรรเลง.. ไม่ได้ขึ้นกับเพียงจำนวนไวโอลิน..แต่ขึ้นกับจังหวะไหนจึงเล่น และเมื่อถึงจังหวะที่ตัวเองเล่นก็ต้องเล่นให้ดีที่สุด
⭐สิ่งที่น่าจะช่วยเพิ่ม BDNF อย่างมีความหมายต่อการทำงานของสมอง จึงน่าจะเป็นการสนับสนุนการสร้างของร่างกายเอง โดย..
1. การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (exercise)
2.การอดอาหารบางช่วง (intermittent fasting)
และ
3. การเจริญสติ (mindfulness ) ?
ข้อ 1 และ 2 เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ และสามารถอธิบายได้ด้วยกลไก "วิกฤตสร้างโอกาส"
จากการเปลี่ยนแปลงโหมดพลังงานระหว่างกลูโคสและตีโตน ดังที่เล่าไปแล้ว
ผู้ฝึกสมาธิมีโครงสร้างการเชื่อมโยงสมองต่างไปจากเดิม คือเพิ่มในส่วน Salience network ที่เกี่ยวกับความรู้ตัวทั่วพร้อมและ cognitive flexibility (3)
แต่สำหรับ 3 ผลของการเจริญสติต่อ BDNF นั้น
มาจากการพบว่าผู้ที่ฝึกสมาธิมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมอง คือมี neuroplasticity แน่นอน แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่า mindfulness เพิ่ม BDNF หรือไม่ โดยกลไกใด
มีสมมติฐานว่า mindfulness ช่วยลดการยับยั้ง/ทำลาย BDNF จาก inflamation ตามทฤษฎี polyvagal theory (4)
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
กษิระ
บทความดีครับ แต่หลายๆศัพท์ ก็ เป็น ศัพท์ ทางการแพทย์ ที่คนทั่วไป อาจไม่เข้าใจ ผมขออณุญาติ เก็บความรู้นี้ ไปเป็นประโยชน์ ต่อ ผู้ป่วยโรคทาง อารมณ์ นะครับ ขอบพระคุณ ครับ
10 ก.พ. เวลา 21:46
เทคโนยาง..ยางไงกัน
ติดตามนะคะคุณหมอ
19 ธ.ค. 2019 เวลา 12:27
1
ChinChiĺĺChiK😇ชิน
ติดตามคะคุณหมอ อยากอ่านเรื่องสมองกับสมาธิคะ เห็นว่า สมองตอนนอนหลับลึกกับสมองตอนนั่งสมาธิ มีค่าเดียวกัน
18 ธ.ค. 2019 เวลา 02:30
1

ChinChiĺĺChiK😇ชิน

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ
19 ธ.ค. 2019 เวลา 12:27
1