10 ธ.ค. 2019 เวลา 08:01

คำพูดที่มีผลต่อใจ

หัวใจและความรู้สึกของมนุษย์นั้นเปราะบางเกินกว่าที่เราจะคาดถึง มาปรับเปลี่ยนวิธีพูดสักนิด เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีและกำลังใจให้แก่ผู้ฟัง

เอลเลียต แอรอนสัน และดาร์วิน ลินเดอร์ นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับวิธีการพูดของคนเราไว้ 4 แบบอย่างน่าสนใจ

เขาได้ทำการทดลองโดยการสร้างเงื่อนไขการพูดเป็น 4 แบบ

และทำการทดลองเพื่อเก็บผลของความรู้สึกจากผู้ฟัง

ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง

เงื่อนไขที่ 1 คือ พูดชม พูดข้อดี ตั้งแต่ต้นจนจบ

เงื่อนไขที่ 2 คือ พูดชม พูดข้อดี ในตอนแรก แล้วจบด้วยพูดตำหนิ ข้อเสีย

เงื่อนไขที่ 3 คือ พูดตำหนิ พูดข้อเสีย ตอนแรก แล้วจบด้วยพูดชม พูดข้อดี

เงื่อนไขที่ 4 คือ พูดตำหนิ พูดข้อเสีย ตั้งแต่ต้นจนจบ

ผลจากการทดลองพบว่า

เงื่อนไขที่ 3 สร้างความรู้สึกที่ดีให้ผู้ฟังมากที่สุด

เงื่อนไขที่ 2 สร้างความรู้สึกแย่ให้กับผู้ฟังมากที่สุด

กล่าวคือ การพูดตำหนิ หรือพูดข้อเสียในตอนแรก แล้วจบด้วยการพูดชมเชย จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่ผู้ฟังมากที่สุด

เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ประโยคสุดท้าย หรือ ตอนท้ายของการพูด เปรียบเสมือนบทสรุปของสิ่งที่พูดมาทั้งหมด

ซึ่งอาจเหมือนกับละครรักหวานแหวว ที่พระเอกเป็นคนดีมาตลอด แต่ดันมาเล่นบทโหด ตกม้าตายตอนจบ

เราลองมาอ่านคำพูดเหล่านี้และลองรู้สึกตาม

ว่ามันสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้จริงหรือเปล่า

คุณเป็นคนน่ารักมากนะ คุณมีเสน่ห์ และผมก็สนใจคุณจริงๆ แต่จะดีกว่านี้มาก ถ้าคุณจะมีเหตุผลให้มากและใช้อารมณ์ให้น้อยกว่านี้

กับ

คุณอาจจะเป็นคนหน้าตาธรรมดาๆ และแต่งตัวไม่เก่งสักเท่าไหร่ แต่ผมคุณน่ารักในสายตาผมมากๆ เลยนะ

มีความรู้สึกที่แตกต่างกันในรูปประโยค 2 แบบนี้ไหมคะ

ลองดูนะคะ

ปรับเปลี่ยนรูปประโยคในการพูดนิดหน่อย

สร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันให้แก่ผู้ฟังอย่างเห็นได้ชัดเลยคะ

ที่มาของเรื่อง

Why? ไขปริศนารอบโลก เรื่อง มนุษย์และจิตใจ

ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
กว่าจะหาเพจเจอ ค้นกัยเหนื่อยเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ ไอ้ผมก็ปากเสียใช่ย่อย ประมาณว่าด่าแล้วลืมชม555
14 ธ.ค. 2019 เวลา 23:56
Different angles
ติดตามครับ
10 ธ.ค. 2019 เวลา 08:04