14 ธ.ค. 2019 เวลา 02:40
ธุรกิจสมัยนี้ กำลังกลายเป็น สตูดิโอถ่ายรูปกันหมดแล้ว
ทุกวันนี้ถ้าอยากเปิดร้านอะไรให้สำเร็จ สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญก็คือ “ลูกค้าต้องถ่ายรูปได้”
เวลาไปร้านกาแฟ สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่คนดื่มกาแฟ แต่เป็นคนกำลังจัดท่าถ่ายรูป
เวลาไปร้านอาหาร สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่คนทานข้าว แต่เป็นคนกำลังถ่ายรูปอาหาร
หรือแม้แต่เวลาไปห้างสรรพสินค้า
สิ่งที่เราเห็นคือ คนกำลังถ่ายรูปกับสิ่งของต่างๆ ที่ตัวเองซื้อมา
แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน
สิ่งเหล่านี้คงเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนสมัยนั้น..
เฟซบุ๊ก เกิดขึ้นในปี 2004
ยูทูป เกิดขึ้นในปี 2005
ทวิตเตอร์ เกิดขึ้นในปี 2006
อินสตาแกรม เกิดขึ้นในปี 2010
 
แพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เราเชื่อมต่อกันมากขึ้น
ผ่านการโพสต์เรื่องราวและรูปภาพลงบนโลกออนไลน์
เมื่อก่อนถ้าเราจะบอกอะไรกับใคร
สิ่งที่เราต้องทำก็อาจเป็นการเดินไปเคาะประตูบ้านทีละหลัง
ถ้าอยากบอก 10 คน เราก็ต้องเดินไปเคาะ 10 หลัง เพื่อพูดเรื่องเดิม 10 รอบ
อย่างดีหน่อยก็อาจจะนัดคน 10 คนนั้นมาเจอกัน แล้วบอกรอบเดียว
เมื่อมีสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นมาบนโลกนี้
ความยุ่งยากที่เกี่ยวกับการสื่อสารในอดีตจึงหายไป
ไม่ว่าจะ 10 คน 100 คน หรือแม้แต่ ล้านคน
เราสามารถประกาศเรื่องที่เราอยากให้ทุกคนรู้ได้เพียงกดแค่ปุ่มเดียว
เมื่อปัญหาในการสื่อสารหมดไป
สิ่งที่ตามมาก็คือ แล้วเราจะสื่อสารเรื่องอะไรดี?
ปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงอยากใช้พื้นที่นี้เป็นที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต
โดยเฉพาะเรื่องราวดีๆ เช่น เวลาไปเที่ยว เวลาได้ทานของอร่อย
ซึ่งคนเราก็คงอยากเก็บภาพที่ดีสุดเอาไว้ในความทรงจำ และสิ่งสำคัญต้องเป็นภาพที่อยากให้คนอื่นจำ
Cr. Hotel Designs
และคงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่เมื่อเห็นคนอื่นมีความสุข เราก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง
ในที่สุดก็ทำให้เกิดการแห่ทำตามกัน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
หลายคนต้องได้รูปถ่ายในแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นในโซเชียล
พอเรื่องเป็นแบบนี้
เราก็จะได้เห็นร้านอาหารที่มีแต่คนไปถ่ายรูป แต่ไม่ได้สนใจหรอกว่ารสชาติเป็นอย่างไร
และมันก็ทำให้ สิ่งที่ร้านค้าในยุคนี้จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ
คือเรื่องการจัดหน้าร้านหรือสินค้าให้สามารถถ่ายรูปได้
ซึ่งในบางครั้งเรื่องนี้จะสำคัญกว่า คุณภาพของสินค้าเสียอีก..
เพราะสิ่งที่สามารถดึงดูดให้คนบอกต่อก็คือ ร้านต้องมีมุมที่ถ่ายรูปแล้วสวย
เมื่อถ่ายแล้วสวย คนก็อยากเอาไปบอกเพื่อน
เมื่อเพื่อนเห็นก็อยากมีรูปแบบนั้นบ้าง
การถ่ายรูปสวยไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับหน้าร้าน
อาจจะเป็นตัวสินค้าเองที่เมื่อถ่ายรูปแล้วว้าวได้
ทุกวันนี้เราจึงเห็นชานมไข่มุกที่จงใจราดน้ำตาลรอบแก้วให้ดูสวยงาม
แม้ว่าการราดข้างแก้วมันจะไม่ได้มีสาระสำคัญต่อรสชาติ
แต่มันมีสาระสำคัญต่อการถ่ายรูป..
เราจึงได้เห็นขนมที่จัดแต่งจานไว้อย่างสวยงาม
แม้จะทำให้ทานยากกว่าปกติ
แต่มันถ่ายรูปแล้วสวย
หรือร้านกาแฟที่จัดโต๊ะเก้าอี้แบบ minimal
เก้าอี้ไม้แข็งๆ ไม่มีเบาะรองนั่ง ทำให้นั่งแล้วปวดหลัง
แต่ลูกค้ากลับชอบ เพราะถ่ายรูปแล้วสวย
Cr. NewsLifeMedia
กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ลูกค้าสนใจฟังก์ชันของสินค้าน้อยลง แต่ให้ความสนใจกับรูปลักษณ์มากขึ้น
จนในบางครั้งมันอาจจะถึงขั้นที่หลายคนซื้อสินค้ามา เอามาถ่ายรูป แต่ถ่ายเสร็จแล้วทิ้ง
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ในมุมมองของธุรกิจ เขาไม่แคร์
เพราะถ้าเขาสามารถสร้างธุรกิจให้ลูกค้าถ่ายรูปได้ แล้วลูกค้าเหล่านั้นยินดีที่จะเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย
นั่นอาจเป็นความสำเร็จของธุรกิจในยุคนี้
เรื่องนี้บอกอะไรกับเรา?
เทคโนโลยีทำให้เราเชื่อมต่อกับโลกได้ง่ายขึ้น
ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราเห็นความสุขของคนอื่นได้ง่ายขึ้น
และสิ่งที่ตามมาก็คือ เราจะมีความทุกข์ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน..
ทุกวันนี้เรากำลังก้มหน้ามองหน้าจอสี่เหลี่ยมที่มีเรื่องราวอันสมบูรณ์แบบของบุคคลอื่น
แต่เราไม่เคยคิดว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่ในจอมันคือเศษเสี้ยวของชีวิต
คนกำลังเลือกที่จะมองสิ่งสมบูรณ์เพียง 1% แล้วมองข้าม 99% ที่เหลือ
และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะมีความสุขเพียง 1 วัน ตามมาด้วยความทุกข์ในอีก 99 วันต่อมา
เมื่อเทียบกับมนุษย์ยุคก่อนที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร มีความสุขกับตัวเอง ครอบครัวตัวเอง
ในวันนี้เราจำเป็นต้องไปยึดบรรทัดฐานของคนอีกเป็นล้านคน ให้เรามีความสุข
แต่ให้ทำอย่างไรได้
ในเมื่อทุกวันนี้ ทุกอย่างรอบตัวเรากำลังถูกจัดฉากให้เป็นสตูดิโอถ่ายรูป
และ ทุกคนก็หลงไปกับสตูดิโอนี้
โดยที่ไม่รู้เลยว่า
เบื้องหลังสตูดิโอฉากนี้ มันก็แค่สมมติขึ้นมา ก็เท่านั้นเอง..
โฆษณา