15 ธ.ค. 2019 เวลา 09:52Business

"ความมั่นคงของหมูกำลังถูกสั่นคลอน"

Afican Swine Fever : ASF หายนะของหมูทั่วโลก

.

*ก่อนอื่นผมขอแจ้งให้ทราบเพื่อความสบายใจของทุกท่านครับว่า

โรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร(Afican Swine Fever : ASF)

เป็นโรคไวรัสที่ติดต่อร้ายแรงในหมู แพร่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลก

แม้ว่าโรคนี้จะไม่ได้ติดต่อจากสัตว์สู่คน แต่โรคนี้สามารถสร้างหายนะให้กับอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเหตุผลหลักๆคือ

1. ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและควบคุมโรค

2. เชื้อไวรัสมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง

3. หมูที่หายป่วยแล้วยังคงเป็นพาหะของโรคได้ตลอดชีวิต

4. เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงทำให้หมูที่ติดเชื้อมีอัตราการเสียชีวิตเฉียบพลันเกือบ 100%

ด้วยปัจจัยข้างต้น ทำให้หากมีการระบาดของโรคแล้วการจะกำจัดโรคทำได้ยาก

โดยกลุ่มสัตว์ที่มีความไวต่อโรคนี้คือ "สัตว์ในตระกูลหมูทุกชนิด"

.

โดยเชื้อไวรัสสามารถติดต่อและแพร่กระจายได้ทาง การกิน หายใจ บาดแผล และ ถูกเห็บอ่อน(genus ornithodoros) ซึ่งเป็นพาหะกัด

พูดกันง่ายๆว่า ถ้ามีหมูแค่ตัวเดียว ใน "ฟาร์มหมูน้อยร้อยกระเพาะ" ติดเชื้อ ASF นี่ล่ะก็

ธุรกิจของหมูน้อยอาจจะถึงขั้นล่มจมในคืนเดียวก็เป็นได้

เพราะการที่มีหมูติดโรค 1 ตัว หมูทุกตัวในฟาร์มจะถูกนับว่ามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ดังนั้นจึงต้องล้างบางหมูให้สิ้นไปจากฟาร์ม เท่านั้นยังไม่พอหลังจากที่จัดการหมูทั้งฟาร์มแล้ว พื้นที่ในฟาร์มนั้นจะถูกจัดเป็นพื้นที่สีแดงทันที

หลังจากนั้นก็ต้องจัดการไปตามกระบวนการของการควบคุมโรคระบาด

เมื่อราวๆ 3 ปีที่แล้วผมได้ไปสะดุดตากับข้อมูลชิ้นหนึ่งในขณะที่กำลังอ่านข่าวเศรษฐกิจรอบโลกอยู่ ข่าวนั้น คือ พบการตายของหมูโดยไม่ทราบสาเหตุที่ แอฟริกาใต้บริเวณทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า

หลังจากนั้นก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเรื่องนี้มาโดยตลอด

ปี 2464 การระบาดของโรค เริ่มต้นที่ ทวีปแอฟริกา

 

ปี 2500 เริ่มระบาดไปยังทวีปยุโรปหลายประเทศ เช่น โปรตุเกส ฝรั่งเศส อิตาลี มอลตา เบลเยี่ยม เนเธอร์เเลนด์ คิวบา

ปี 2520 กระจายไปยังบราซิล โดมินิกัน และเฮติ

หายนะของเรื่องนี้มันมาเริ่มเอาตอนที่เชื้อไวรัสชนิดนี้ได้แพร่ไปยัง

"ประเทศจีน" ในปี 2561 - 2562 ซึ่งเป็นประเทศที่บริโภคหมูมากที่สุดในโลก

ในขณะนี้ทางฝั่งเอเชียสถานการณ์การระบาดของโรคได้แสดงดังภาพด้านล่าง (ผมนำภาพมาจากกระทรวงเกษตรของออสเตรเลียที่เพิ่งทำข้อมูลชุดนี้ออกมาในเดือนตุลาคม)

.

จะเห็นได้ว่า ขณะนี้ในแถบเอเชีย ไทย โดนล้อมไว้หมดแล้ว

แต่ ผมอยากให้ทุกท่านไม่ต้องกังวลจนเกินไปนัก

เพราะประเทศเราได้มีการเตรียมความพร้อม ในการรับมือสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์หมู(ASF) เอาไว้เป็นที่เรียบร้อย

เป็นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในประเทศ ทีมงานเหล่านี้ทำงานได้อย่างน่าชื่นชมมากครับ อยากให้ทุกท่านวางใจ และ เป็นกำลังใจให้พวกเขาเหล่านั้น

ที่ปกป้อง "ความมั่นคงของหมูในประเทศไทย" อย่างสุดความสามารถ

เรื่องนี้ผมไม่ได้พูดตลกๆนะครับ เพราะเรื่องโรคอหิวาต์สุกร(ASF)

ในประเทศจีนได้กลายเป็นวาระแห่งชาติ ที่กระทบถึงความมั่นคงด้านอาหารของประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผมอยากจะบอกทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นทั้งวิกฤติ และ โอกาส ครับ

เพราะในจีน มีเจ้าของกิจการฟาร์มหมูแห่งหนึ่งรวยเละไปเรียบร้อย จากการขายหมูปลอดเชื้อได้ในราคาสูง

ท่านยังจำเรื่อง เจาะโครงสร้างการส่งออก ที่ผมทำไว้ในหมวดปศุสัตว์ ได้หรือไม่ครับ

สถานะไทยตอนนี้คือหนึ่งในฟาร์มหมูปลอดเชื้อโรค ASF

ดังนั้น นี่คือโอกาสครั้งหนึ่ง อยู่ที่เกษตรกรและอุตสาหกรรมหมูในไทยกำลังจะได้ลูกค้าชั้นเยี่ยม ที่ "ส่งหมูไปให้เท่าไหร่ก็ไม่พอกิน"

ประเด็นมันอยู่ตรงที่ ผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง ของประเทศเราจะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ คงต้องลองติดตามกันละครับ

***หากท่านไปเที่ยวยังประเทศที่มีโรคอหิวาต์หมูระบาดอยู่ โปรดอย่านำผลิตภัณฑ์จากหมูทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหมูแห้ง หมูหมัก ใส้กรอกที่ทำจากเนื้อหมู เข้าประเทศนะครับ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถนำเชื้อตัวนี้เข้ามาได้

คนกินได้อย่างปลอดภัย แต่ของเสียจากคนเมื่อออกไปสู่ธรรมชาติไม่ว่าจะด้วยทางใด มันมีโอกาสที่เชื้อโรคตัวนี้จะกระจายไปยังหมูในประเทศได้

ช่วงนี้ตามแนวตะเข็บชายแดนเข้มงวดเรื่องนี้มาก

ล่าสุดทางออสเตรเลียเพิ่งจะไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่องบินเพราะแอบนำเนื้อหมูเข้ามาในประเทศด้วยครับ

และทางหมูน้อยขอย้ำอีกครั้งว่า "โรคอหิวาต์หมู(ASF)" นี้ไม่ติดต่อสู่คน

ในช่วงชีวิตของผมที่ผ่านมา ผมได้ส่งหมูไปสู่สุขติในท้องน้อยๆมาหลายตัวแล้ว และ จะยังคงทำต่อไป ... เป็นพันธกิจหมูน้อย

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมูน้อย(ปลอดเชื้อ ASF) เสมอมา

reference

แผนเตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม โรคอหิวาห์ในสุกร

จาก กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

TheEnd.
ขอบคุณบทความดีๆค่า
25 มี.ค. เวลา 14:26
Tong
แก้คำผิดหน่อยครับ "3. หมูที่หายป่วยแล้วยังคงเป็นพาหะของ(โลก)ได้ตลอดชีวิต "
21 ม.ค. เวลา 04:41
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
ขอบพระคุณมากๆเลยครับ
21 ม.ค. เวลา 14:04
Tong
แก้เป็น โรค สิคร้าบ
21 ม.ค. เวลา 16:53
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
ขอบคุณอีกครั้งนะครับ เมื่อคืนกำลังเบลอๆ
22 ม.ค. เวลา 00:31
ณรงค์ชัย. แซ่เตียว
เอามาทอดกินด้วยความร้อนยังไม่รอดอีกหรือ
16 ธ.ค. 2019 เวลา 12:33
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
ต้องทอดด้วยอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสประมาณ 30 นาทีครับ ซึ่งปรกติการทำอาหารธรรมดาไม่ได้ใช้ความร้อนระดับนี้เป็นเวลานาน ลองดูตารางด้านล่างได้ครับ
16 ธ.ค. 2019 เวลา 12:39
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
ขอบคุณที่เข้ามาแชร์มุมมองนะครับ คุณ ณรงค์ชัย หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมอ่านที่เอกสารอ้างอิงในส่วนของกรมปศุสัตว์ท้ายบทความได้นะครับ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจเลยทีเดียว
16 ธ.ค. 2019 เวลา 12:40
Theerachai
ความเข้มงวดในการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีกีบ ทั้งสดและแปรรูป.....เข้มงวดมากๆ
16 ธ.ค. 2019 เวลา 12:11
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
เท่าที่อ่านในเอกสาร เชื้อไวรัสสามารถคงอยู่ในผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างใส้กรอกซาลามี่ได้นานมากครับ
16 ธ.ค. 2019 เวลา 12:18
1
Aumnuaichai
หุ้นวัฏจักร บ.เลี้ยงหมูมาแล้ว😁
16 ธ.ค. 2019 เวลา 07:39
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
เท่าที่ผมติดตาม สินค้าทดแทนอย่างสัตว์ปีกได้ผลประโยชน์ไปส่วนนึงแล้วครับตอนนี้
16 ธ.ค. 2019 เวลา 12:16
Good Stories | ทุกอย่างมีเวลาของมัน
เรื่องหมู ๆ 🐽 ที่ไม่ค่อยหมูเท่าไหร่นัก 😎
16 ธ.ค. 2019 เวลา 00:47
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
คุณกู๊ดรอตอน 2 นะครับ ฮ่าๆ
16 ธ.ค. 2019 เวลา 05:06
1
Wornstory
บทความมีประโชน์ครับผม
16 ธ.ค. 2019 เวลา 00:16
1
16 ธ.ค. 2019 เวลา 05:05
Feel Good
5555ผมก็เคยลั่น
15 ธ.ค. 2019 เวลา 12:59
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
เขียนจนตาลายเลยครับ
15 ธ.ค. 2019 เวลา 23:09
15 ธ.ค. 2019 เวลา 12:17
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
อร่อยจริงครับคุณข้าว
15 ธ.ค. 2019 เวลา 23:10
เรื่องของลุง..ทัฟฟี่
หมู ทำอะไรก็อร่อยยย
15 ธ.ค. 2019 เวลา 09:54
1
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
อร่อยจริงครับลุงทัฟฟี่
15 ธ.ค. 2019 เวลา 10:10
1