โพสต์

ก่อนเล่นหุ้นเราต้องเข้าใจธุรกิจแค่ไหน ❓
📌ต้องรู้ก่อนว่าหุ้นคือบริษัท
หุ้นคือบริษัท ดังนั้นก่อนที่เราจะซื้อหุ้นตัวไหนก็ตามเราจะต้องทำความรู้จักหรือเข้าใจธุรกิจที่บริษัทนั้นทำได้เป็นอย่างดี ลองคิดง่ายๆ ถ้ามีคนมาคุยกับคุณแล้วบอกว่า อยากขายร้านอาหารที่ทำอยู่ให้ คุณจะตกลงซื้อเลยหรือ? คุณคงต้องฟังรายละเอียดอื่นๆ ก่อนใช่ไหมครับ ว่าร้านนั้นอยู่แถวไหน ค้าขายอะไร กำไรดีหรือไม่ ลูกค้าเป็นใคร แต่เอาเข้าจริง หลายๆ คนที่ลงทุนหุ้นไม่แม้แต่จะศึกษาดูว่าหุ้นที่ซื้อทำกิจการอะไร เรียกว่า ใครเขาบอกว่าตัวไหนเด็ดก็ซื้อตาม เพราะแบบนี้หลายๆ คนที่ลงทุนหุ้นจึงขาดทุนหนักจนขยาดกันไปเอง
📌 คำถามก่อนซื้อหุ้น
เรามาดูกันดีกว่า เรารู้จักหุ้นที่เราจะซื้อดีแค่ไหน ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างคำถามที่เราจะต้องตอบให้ได้เกี่ยวกับกิจการที่เราจะซื้อ เพราะถ้าซื้อแบบหลับหูหลับตา จิ้มตามคนอื่นไป เวลากำไรก็ดีใจ เวลาขาดทุนก็ไม่รู้ว่าทำไมขาดทุน แถมถ้าเรายังตามถามหุ้นจากคนอื่นอยู่แบบนี้ ถ้าเกิดที่คนที่เราถามเขาไม่หวังดีกับเรา เงินที่เราอุตส่าห์หามาลงทุนก็คงหายไปอย่างแน่นอน ส่วนธุรกิจไหนที่เรายังไม่เข้าใจก็อย่าเพิ่งไปลงทุน ศึกษาหาความรู้ไปก่อน
1. หุ้นที่เรากำลังจะซื้อ ทำธุรกิจอะไรบ้าง
ข้อนี้เราจำเป็นต้องรู้ว่าจริงๆ แล้วบริษัทที่เราจะซื้อทำธุรกิจอะไรบ้างกันแน่ เพราะหุ้นบางตัว อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหารแต่มีกิจการโรงแรมด้วย หรือบางตัวอยู่อาหารเหมือนกันแต่ดันทำพลังงานด้วย หรือกิจการนั้นมีบริษัทย่อยอะไรบ้าง เพราะบางครั้งอาจจะมีปัจจัยที่เข้ามากระทบกับธุรกิจเราอย่างคาดไม่ถึงก็ได้ เช่น การท่องเที่ยวมีปัญหาแต่ดันมากระทบกับหุ้นของเราเพราะมีหน่วยธุรกิจที่ทำโรงแรมด้วย แบบนี้ ถ้าเรารู้อยู่แล้วก็จะได้เตรียมตัวได้ว่าจะ Cut Loss หรือซื้อเพิ่ม
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัทเป็นอย่างไร
อันนี้ตอนข่าวดียังไม่สำคัญเท่าตอนเจอข่าวร้าย เพราะเมื่อเจอข่าวร้ายที่เข้ามากระทบรายได้ของบริษัทที่เราถือ แล้วเรารู้ว่ารายได้ส่วนนั้นไม่ได้เยอะอะไร แต่คนอื่นแห่ขาย เราก็อาจจะเลือกที่จะซื้อเพิ่ม เพื่อเก็บไว้ทำกำไร หรือถ้ากระทบรายได้ส่วนใหญ่ เช่น แนวโน้มของผู้บริโภคเปลี่ยนเราก็จะได้ไหวตัวทัน
3. ความแข็งแกร่งของธุรกิจนั้นคืออะไร
ความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจนั้นสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงความเลือกธุรกิจที่มีความได้เปรียบด้านนี้สูง เช่น สามารถทำให้ต้นทุนถูกกว่าคู่แข่ง อยู่ในธุรกิจที่เริ่มต้นต้องใช้เงินจำนวนมาก มีจำนวนสาขามาก หรือมีแบรนด์ที่ติดหู เรียกว่า พูดถึงสิ่งนี้จะต้องนึกถึงแบรนด์นี้
อันนี้อาจจะลองนึกถึงสิ่งของรอบตัว ว่าถ้าเรานึกถึงสินค้าแล้วนึกถึงแบรนด์ใด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงซักฟอก ร้านสุกี้ โรงแรม ปั๊มน้ำมัน หรืออาจจะดูจากอัตราส่วนทางการเงินเช่น GPM, NPM ซึ่งแสดงถึงความโดดเด่นในบางอย่างเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
4. โอกาสและอุปสรรคของธุรกิจนี้คืออะไร
ในเมื่อเราศึกษาธุรกิจของเรามาอย่างดีแล้ว เราก็จะสามารถคาดการณ์โอกาสในอนาคตและอุปสรรคที่อาจจะต้องเจอได้ เช่น แนวโน้มของประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อาจจะทำให้กิจการโรงพยาบาลดีขึ้น หรือคนอยู่บ้าน สั่งของออนไลน์มากขึ้นอาจจะทำให้ธุรกิจที่ต้องเช่าหน้าร้านขายของได้ยากขึ้น เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้เราเลือกธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ดีขึ้นนั่นเอง
สนใจเรียนรู้เรื่องหุ้น การออม การลงทุน
Line ID: @BestCom (มีตัว@ด้วยนะครับ)
หรือคลิ๊กมาเลยที่: http://line.me/ti/p/@ldj3404k
ความคิดเห็น

Arayan

Thxs
17 ธ.ค. 2019 เวลา 08:56

ธน กฤตยาภิวัฒน์

ความรู้เพียบเลยครับ
16 ธ.ค. 2019 เวลา 02:54

Hedhorm

สิ่งสำคัญคือความรู้และควาทเข้าใจจริงๆครับ ตามคำเตือนเลยการลงทุนมีความเสียง
15 ธ.ค. 2019 เวลา 13:53