โพสต์


24 ธ.ค. 2019 เวลา 01:09Science & Tech

Frankenstein ใกล้เป็นจริงเมื่อเทคโนโลยีอาจจะทำให้เราสามารถผ่าตัดเปลี่ยนหัวได้ในอีก 10 ปี

ความคิดในการย้ายหัวมนุษย์เข้าสู่ร่างกายของบุคคลอื่น อาจจะฟังดูคล้ายกับนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ บรูซ แมตธิวนักประสาทวิทยาจากอังกฤษ บอกว่าในไม่ช้าเรื่องดังกล่าวที่สุดเหลือเชื่อจะกลายเป็นกระบวนการในชีวิตจริง

บรูซ แม็ตธิว – ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยฮัลล์ ในประเทศอังกฤษ อธิบายว่าหัวของมนุษย์นั้นสามารถปลูกถ่ายเข้าไปสู่ร่างกายของบุคคลอื่นได้หากมีการปลูกถ่ายไขสันหลังทั้งหมดพร้อมกัน

“ ตอนแรกความตั้งใจของเราคือการระดมสมองความคิดและมันดูค่อนข้างงี่เง่า แต่หลังจากนั้นก็รู้ว่ามันไม่น่าจะเป็นความจริง โดยหากคุณปลูกถ่ายสมองและเก็บสมองและไขสันหลังไว้ด้วยกันนั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริง ๆ” เขากล่าว

“ไขสันหลังเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ คุณต้องให้สมองเชื่อมต่อกับไขสันหลัง ความคิดที่คุณจะตัดไขสันหลังนั้นไร้สาระอย่างสิ้นเชิง “

เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำและในขณะที่ความก้าวหน้าล่าสุดได้เปิดความเป็นไปได้ของการแนบเส้นประสาทที่ถูกตัดแยกแต่ละส่วน ทำให้โอกาสของการเชื่อมต่อกระดูกสันหลังทั้งหมดนั้นก็ยังคงอยู่ไกลเกินเอื้อม

แต่ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดที่พัฒนาขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว แม็ตธิว กล่าวว่า “มันก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า”

“ ในขณะนี้คุณสามารถเชื่อมต่อได้หนึ่งหรือสองเส้นประสาทเพียงเท่านั้นด้วยศัลยแพทย์ที่เป็นมนุษย์ แต่ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเราจะสามารถเชื่อมต่อเส้นประสาทได้ ในระดับ 200 เส้น” เขาอธิบาย

แน่นอนว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมากมายในกระบวนการนี้เนื่องจากร่างกายของผู้รับอาจจะปฏิเสธอวัยวะจากผู้บริจาค ในขณะที่แมทธิวเอง ก็ไม่ได้หาคำตอบทั้งหมดในรายละเอียด โดยเขาบอกว่าการถ่ายโอนแบคทีเรียในลำไส้พร้อมกับหัวและไขสันหลัง และการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด อาจช่วยให้มั่นใจว่าการปลูกถ่ายเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

เซอร์จิโอ คานาเวโร่ ศัลยแพทย์ชาวอิตาลีได้ใช้เวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาในการพยายามปลูกถ่ายศีรษะมนุษย์

ในปี 2017 เขาประกาศว่าเขาได้ประสบความสำเร็จในการทำการปลูกถ่ายหัวของศพมนุษย์คนหนึ่งไปยังอีกคน และก่อนหน้านี้อ้างว่าได้ทำในรูปแบบเดียวกันให้กับลิง

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่า ณ ปัจจุบัน มีผู้บริจาคมนุษย์ที่เต็มใจจะทดลองกับเทคโนโลยีดังกล่าว และแน่นอนก็มีคนหลายพันคนทั่วโลกที่ถูกแช่แข็งไว้ในสารชนิดพิเศษ และรอคอยความหวังว่าเทคโนโลยีแห่งอนาคตจะสามารถฟื้นชีวิตพวกเขาได้ ซึ่งบางทีมันอาจจะเกิดขึ้นในวันหนึ่งในอนาคตนั่นเอง

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

แม้ข่าวดังกล่าวนั้น จะดูเป็นเหมือนเพียงแค่ข้อสันนิษฐานจาก บรูซ แม็ตธิว นักประสาทวิทยา ชาวอังกฤษเพียงเท่านั้น ที่เขาได้วิเคราะห์จากเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

ซึ่งแน่นอนว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์นั้น เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ทั้งด้าน ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ เซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่มีความละเอียดสูง ที่สามารถชอนไช เข้าไปในร่างกายเราได้แบบละเอียดกว่า การใช้แพทย์ที่เป็นมนุษย์

ซึ่งถ้าถามว่า อีก 10 ปีนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นไปได้มั๊ย ก็ต้องบอกว่า มีโอกาสที่จะเป็นไปได้สูง เพราะมองในเรื่อง Device ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนา ร่วมกับหุ่นยนต์ หรือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ซึ่ง ในอีก 10 ปี หากเรื่องนี้ทำสำเร็จนั้น อาจจะไม่ใช่เกิดจากฝีมือของมนุษย์อีกต่อไปก็ได้ เพราะหุ่นยนต์สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้เอง และวิเคราะห์ผ่านข้อมูลต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีทางด้าน AI ที่่ล้ำหน้าในยุคนั้น

เพราะอย่าลืมว่าเมื่อก่อนเราก็ไม่เคยคิดว่า เราจะไปดวงจันทร์ได้ จะใช้มือถือโทรคุยกันได้ หรือ อะไรต่าง ๆ อีกมากมายที่คนยุคก่อนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็ล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น และที่สำคัญ ด้วยอัตราเร่งของการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงข้อมูลข่าวสาร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้มันอาจจะเกิดขึ้นเร็วจนเราไม่ทันตั้งตัวก็เป็นได้ครับ

ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog

Twitter : twitter.com/tharadhol

Instragram : instragram.com/tharadhol

Website : www.tharadhol.com

อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog
tum
จริงๆแล้วไทยเราทำได้นานมากละคับ แถวบ้านผมเรีย กระสือ
24 ธ.ค. 2019 เวลา 12:23
1
ด.ดล Blog
😁😁😁
24 ธ.ค. 2019 เวลา 13:20
Just Read It แค่อ่านมันส์
จะเสี่ยงไหไหมพี่ดล
24 ธ.ค. 2019 เวลา 05:51
1
ด.ดล Blog
🤔🤔🤔
24 ธ.ค. 2019 เวลา 13:20
1
24 ธ.ค. 2019 เวลา 04:13
1
NATTAWAT PoMFAI
แฟรงเกนสไตน์ = avatar สมอง = สติปัญญา = AI avatar + AI = IRONMAN
24 ธ.ค. 2019 เวลา 03:35
2
Blockพูดได้byข้าวน้อยฯ
คงมีแน่ๆเลยจารย์ ผมว่านะ
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:44
1
ให้เพลงพาไป
ถ้าทำได้จริง ความรู้สึกนึกคิดจะยังคงอยู่เหมือนเดิมไหมหนอ 🤔
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:42
1
Hussapong pongsayathanawat
ถ้าประเด็นคือการมีอายุวัฒนะเปนอมตะหรือการฟื้นคืนชีพให้คนตาย วิธีการที่ง่ายกว่าและมีความเปนไปได้มากที่สุด น่าจะใช้การปลูกถ่ายอวัยวะที่สำคัญที่สุดก่อนที่มันจะหมดสภาพใช้การไม่ได้ เช่น หัวใจ สมอง ตับ ใต ปอด ปลูกถ่ายหรือเปลี่ยนอวัยวะเหล่านี้ก่อนเลย ค่อยๆทยอยเปลี่ยนเหมือนอะไหล่รถยนต์ เมื่อเข้าสู่วัยชรา โดยไปตรวจสุขภาพวัดค่าประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะเหล่านี้ ซึ่งน่าจะทำได้ คิดเปนเปอร์เซนต์จากประสิทธิภาพ100% จะลดลงเหลือกี่เปอร์เซนต์เมื่ออายุ60ปี สมมติเหลือ10-20% ก้อน่าจะทำการปลูกถ่ ...ดูเพิ่มเติม
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:28
1
ด.ดล Blog
👍👍👍
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:28
พยาบาลวิชาชีพอิสระ💉
น่ากลัวเหมือนกันถ้าทำได้ เพราะคนอาจจะฆ่ากันแย่งสมอง ค้ามนุษย์ ดูมองโลกในแง่ร้ายไปมั้ยคะเนี่ย 😂
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:20
2
ด.ดล Blog
นั่นสิๆๆ😁😁😁
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:28
1
Atthaphon Singhararto
สุดยอดครับ
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:11
1
Tuck
ล้ำๆๆๆ โครตๆๆๆๆ
24 ธ.ค. 2019 เวลา 02:10
1