โพสต์


พื้นฐานของแนวความคิดด้านการตลาดยุคใหม่มาจากไหน?
ตอนที่ 3
Credit: Cio,com
เราได้รู้แล้วว่าคนที่ประสบความสำเร็จเขาทำอะไรทีวิธีคิดอย่างไรรวมถึงการสร้างคุณค่าให้ผู้คนเพื่ออะไรแล้ว ในตอนที่ 1 และ 2 ครั้งนี้จะเป็นเรื่องของสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติต่อผู้อื่น แบบที่เราสามารถลงมือทำได้ทันทีและเห็นผลได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง
เรามาดูเหตุการณ์ที่พบในที่ทำงานโดยเฉพาะในส่วนของผู้ปฏิบัติงานที่พบว่ามีการย้ายงานลาออกจากงานหรือการทะเลาะเบาะแว้ง บางครั้งถูกไล่ออกจากงานก็ที
Credit: Brighthillgroup,com
เมื่อผู้คนออกจากงานเขาไม่ได้ออกจากงานจริงๆแต่เขาได้หนีจากผู้นำต่างหากและเขาก็ทิ้งคนที่อยู่รอบข้างเขาไป ประมาณ 78% ของคนที่ถูกไล่ออก ไม่ได้ถูกไล่ออกเพราะว่าเขาขาดทักษะแต่ถูกไล่ออกเพราะเขาเข้ากับคนอื่นไม่ได้ 95% ของการให้คำปรึกษาเป็นเรื่องปัญหาด้านความสัมพันธ์ เกิดจากการที่เขาไม่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ ผลงานวิจัยของ Stanford กล่าวว่า 87%ของความสำเร็จของเราเป็นความรู้เรื่องคน 13%ในความสำเร็จเป็นความรู้ด้านสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก
การที่เราจะรู้เรื่องคนได้มีหลัก 3 ประการด้วยกัน คือ
หลักการที่ 1 หลักการฆ้อน (Hammer) กล่าวว่า “อย่าใช้ฆ้อนทุบแมลงวันบนหน้าฝากใคร” เป็นการแสดงออกที่เกินความพอดี เพราะทำให้ประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์ ทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตไปมากกว่าตอนเริ่มต้น
Google
“อย่ายอมให้สถานการณ์กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากเกินไปในความสัมพันธ์ เพราะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นไปอย่างไรก็ตามและเราให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าความสัมพันธ์ เกือบทุกครั้งความสัมพันธ์นั้นจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก”
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่มีการละเมิดหลักการนี้เช่นหลายๆครั้งที่คู่สามีภรรยาทะเลาะกัน ซึ่งพอทะเลาะกันทีไรสามีจะกลายเป็นคนโง่เขลามากที่แม้ว่าจะชนะทุกครั้งเพราะมีเหตุผลที่ดีกว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเมื่อสามีเถียงชนะทุกครั้งมันทำให้เขาสูญเสียความรักของภรรยา การยกเลิกการเอาชนะในการถกเถียงเลิกแสดงออกมากเกินไปในการเอาชนะ เพราะว่ามันไม่สำคัญเท่าไหร่นักเพราะความสัมพันธ์มีความสำคัญมากกว่าสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเอาชนะในทุกครั้ง
หลักการค้อนยังสามารถนำไปใช้ในครอบครัวได้ ในขณะที่ลูกๆโตเป็นวัยรุ่นและสร้างปัญหาเกิดขึ้นเนืองๆได้ ในฐานะพ่อแม่เราก็ต้องหารือกันเพื่อคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทั่วไปพ่อกับแม่จะแสดงออกแบบรุกรี้รุกรนมากเกินไปเมื่อลูกไม่ได้ดั่งใจ แต่ให้เปลี่ยนมาสื่อเหมือนว่าขอให้ลูกเบาๆลงหน่อย อย่าใช้ฆ้อนทุบแมลงวันบนหน้าฝากลูก และก็ส่งผลให้ลูกๆส่งต่อวิธีการนี้ไปยังลูกๆของเขาเมื่อเขามีครอบครัว ดังนั้นหากเราต้องพูดคุยประเด็นร้อนจำไว้ว่า อย่าให้สถานการณ์สำคัญเกินกว่าความสัมพันธ์ แล้วถ้าเราทำเราก็จะทำให้เกิดความเจ็บปวดในความสัมพันธ์
มีคนมากมายมีบาดแผลอักเสบอยู่ในใจ เขาเจ็บปวดอยู่ภายใน และเมื่อเราเจ็บปวดอยู่แล้วเราก็ทำให้คนอื่นเจ็บและคนอื่นก็ทำให้คุณเจ็บด้วย มีถ้อยคำที่สำคัญมากว่า “เราไม่ได้เห็นคนอย่างที่เขาเป็นแต่เราเห็นคนอย่างที่เราเป็น เรามีแนวโน้มที่จะเห็นผู้อื่นและตัดสินเขาตามแบบของเราและอย่างที่เราเป็น”
ตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น ถ้าเราเป็นคนที่มีน้ำใจเราก็จะมองเขาว่าเป็นคนที่มีน้ำใจด้วย ถ้าเราเป็นคนขี้ระแวงเราก็จะมองว่าเขาเป็นคนขี้ระแวงด้วย ถ้าเราไม่ไว้วางใจใครเราก็จะมองว่าเขาไม่น่าไว้วางใจ ถ้าเราเป็นคนมองโลกในแง่ดีเราก็จะมองว่าเขามองโลกในแง่ดีด้วย ถ้าเราเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเราก็จะมองว่าเขามองโลกในแง่ร้ายด้วย ฉะนั้นเรามองคนตามอย่างที่เราเป็น ไม่ใช่ตามที่เขาเป็น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนบางคนถึงเข้ากับคนอื่นไม่ได้ เพราะเขาประสบปัญหาอยู่ภายใน
หลักการที่ 2หลักการ BOB ซึ่งกล่าวว่าถ้าหาก BOB มีปัญหากับทุกๆคน แสดงว่า BOB เป็นตัวปัญหา หรือไม่ BOB ก็ดีกว่าคนอื่น และนี่ก็คือข้อเท็จจริง หรือจะกล่าวได้ว่า BOB ทำกูกทุกสิ่งคนอื่นทำผิดหมด
Credit: Future-trends
เราเคยพบไหมว่าคนบางคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดเขาก็สร้างแต่ปัญหาและเขามีโรคประจำตัวที่เป็นผู้สร้างปัญหา แต่เขาไม่คิดว่าเขามีโรคประจำตัว เพราะเขาสามารถคิดว่าถ้าเขาย้ายไปอยู่ที่อื่นและหางานใหม่ เขาก็จะมีความสุขมากกว่านี้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็ต้องอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นหากภายในเราไม่ถูกต้องภายนอกก็ไม่มีวันถูกต้อง หมายถึงการแสดงออกภายนอกของเรา
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ คนแรกที่เราควรมองไม่ใช่ผู้อื่น แต่เราต้องหันมามองตัวเองและหากเรามีสุขภาพจิตดี เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดี
หลักการที่ 3 เป็นอีกหลักการเรื่องคนที่จะนำไปสู่การชนะใจคน คือหลักการ ELEVATOR บางคนยกระดับคุณและบางคนก็ลดระดับคุณ บางคนเพิ่มคุณค่าให้กับคุณบางคนก็ลดคุณค่าในตัวคุณ บางคนทำให้คุณรู้สึกดีและบางคนก็ทำให้คุณรู้สึกแย่
หลักการที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดีนี้เรียกว่า “นักยก” นักยกที่ให้กำลังกับเราเมื่อเราอยู่ใกล้ๆเขาเขาสามารถทำให้คุณมีกำลังวังชา ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง
Credit: emcee-electronics,com
บางคนที่ลดกำลังหรือคุณค่าเรา เราเรียกว่า “นักลด” เขาพาเราลงต่ำทุกครั้งต่ำกว่าที่เราพบ ทำให้เราอ่อนล้าเอากำลังของเราไป
มีคนอยู่ 2ประเภทในโลกนี้ไม่ใช่คนดีและคนเลวแต่เป็น นักยกและนัดลด “ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าผู้นำที่ไม่ได้เป็นผู้ยกชูผู้อื่น ไม่มีอะไรที่ยากไปกว่าการที่จะต้องทำงานให้คนแบบนั้นหรืออยู่ใกล้ๆคนแบบนั้น” ตัดสินใจตั้งแต่วันนี้เลยว่าคุณจะเป็นนักยกและคุณจะเป็นคนที่ให้กำลังใจผู้อื่น สิ่งที่ต้องทำคือการเพิ่มคุณค่าให้ผู้อื่น
มีกฎสำคัญที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกเหมือนได้เงินล้านและเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณช่วยผู้อื่นรู้สึกดีกับตัวเอง นั่นคือการฝึกกฎ 30 วินาที กฎนี้ง่ายๆคือ “ในการสนทนา 30 วินาทีแรก ให้พูดชมเชย หรือสร้างความมั่นใจแก่บุคคลที่เราคุยด้วยพูดอะไรดีๆอะไรที่สร้างความเชื่อมั่นแก่คนที่เราคุยด้วย” เป็นกฎที่สำคัญมากและได้ผลจริงได้ผลกับคนอื่นด้วย เมื่อเราเริ่มคำสนทนาให้พูดชมเชยคนที่เราคุยด้วยก่อน ทำให้เราเป็นคนที่มีเสน่ห์
YouTube “คนมีเสน่ห์”: ป้าง นครินทร์
บางคนมักคิดว่าเสน่ห์เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิด เพราะมีบางคนที่ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่จะบอกให้ว่า ลักษณะเด่นหรือเสน่ห์ไม่ได้อยู่ที่บุคลิกแต่เป็นแนวคิดและเป็นวิธีคิดของคุณต่างหาก คนมีเสน่ห์ในเวลาที่พูดคุยกับคนอื่นพวกเขาจะจดจ่อให้ความสนใจคนที่กำลังสนทนาด้วย กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ “คนมีเสน่ห์จดจ่อที่ผู้อื่นส่วนคนที่ขาดเสน่ห์จดจ่อที่ตัวเอง”
ตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น เมื่อเราอยู่ในงานๆหนึ่งแล้วมีคนเดินมาหาเราและเริ่มเปิดการสนทนาในระหว่างการสนทนาเขาก็เริ่มพูดคุยเรื่องของเรา เริ่มจากตัวเราครอบครัวของเรา บ้านอยู่ไหน ทำงานอะไร มีงานอดิเรกอะไร เขาใช้เวลา 5-8 นาทีคุยแต่เรื่องของเรา เสร็จแล้วเขาก็ไป เนื่องจากเขาให้ความสนใจเรา เมื่อเขาเดินจากไปเราก็จะพูดขึ้นว่า “โอ้ว เขาเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน” เขาพูดเรื่องของเรา
แต่ถ้าตลอด 5-8 นาทีนั้นเขาคุยแต่เรื่องของตัวเอง ว่าตัวเองเป็นใครและทำอะไรอยู่ล่ะผลจะเป็นไปในทางตรงกันข้าม คนมีเสน่ห์จะพูดเรื่องคนอื่น คนที่ขาดเสน่ห์คุยแต่เรื่องของตัวเอง
คนมีเสน่ห์จะร้องพลง You are always on my mind ส่วนคนที่ขาดเสน่ห์จะไม่ร้องเพลงนี้ให้เราฟังหรอก แต่เขาจะร้องว่า I was always on my mind
นี่คือหลักการสำคัญ 3 ประการที่ทำให้เราจะรู้เรื่องคน สร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี เป็นสร้างคุณค่าให้ผู้อื่น และที่สำคัญมากๆคือการยกระดับจิตใจตนเอง
ที่มา:
How to be a REAL success seminar, 14th July 2015 by John C Maxwell
ข้อมูลมุมมองการตลาดที่ทันสมัยจากประสบการณ์จริง อ่านได้ใน Blockdit ยุคใหม่การตลาดของไทย

blockdit.com

ยุคใหม่การตลาดของไทย

5.4k followers. การตลาดแบบเข้าถึงง่ายๆและใช้ได้จริง มุมมองการตลาดที่ต่างออกไปอีกมุม ความรู้จากประสบการณ์จริง Marketing soft skill trainer

สามารถติดตามข้อมูลแนวคิดทางการตลาดยุคใหม่ได้ที่
YouTube Channel: Modernization marketing (ยุคใหม่การตลาดของไทย) ตอนล่าสุด

youtube.com

สัมภาษณ์พิเศษในรายการ ”เมนูธุรกิจพิชิตใจ” Travel Radio FM 104.5 MHz

รายการ Branding Recipe เมนูธุรกิจพิชิตใจ 19-12-19 - Restaurant Global : ข่าวสารเกี่ยวกับแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ - Business Genius : คุณศรายุทธ พุทธรักษา ธุ...

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ทุกๆวันที่มีคุณค่า
บทความดีเยี่ยมเลยครับ
27 ก.พ. เวลา 05:18
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ยินดีและขอบคุณมากครับ
27 ก.พ. เวลา 05:30
1
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
ขอบคุณบทความดีมากเลยครับพี่อู๋🙏💕
7 ม.ค. เวลา 09:16
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ยินดีครับคุณใจดี มีเรื่อง Inward กับ Outward mindset เย็นนี้ด้วยนะครับ
7 ม.ค. เวลา 09:34
1
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
ผมรออ่านนะครับพี่💕😍
7 ม.ค. เวลา 09:41
1
กำลังใจ อยู่ใกล้นิดเดียว
ขอบคุณครับ แวะมาทักทาย ให้กำลังใจครับ ✌️💕
7 ม.ค. เวลา 05:50
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ต้องขอบคุณมากๆเลยครับที่แวะมาเป็นกำลังใจ
7 ม.ค. เวลา 08:22
1
เก็บฝัน..🕰
สวัสดีตอนเช้าค่ะ
6 ม.ค. เวลา 03:42
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
สวัสดีจ้าน้องเพ็ญ
6 ม.ค. เวลา 04:18
1
คลินิกหุ้น(vi) : สาระการลงทุน
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ติดตาม และเป็นกำลังใจให้นะครับ 💐🤟
5 ม.ค. เวลา 23:39
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
เป็นกำลังใจอย่างดีเลยครับ ขอบคุณมากครับ
6 ม.ค. เวลา 01:35
เล่าหุ้นให้มันง่าย
ขอบคุณครับพี่ เยี่ยมเลยครับ
5 ม.ค. เวลา 17:09
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ต้องบอกว่ายินดีมากและขอบคุณที่แวะมาทักทายกันด้วยนะครับ
5 ม.ค. เวลา 17:36
1
Feel Good
ดีมากเลยๆ👍👍
5 ม.ค. เวลา 15:11
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
้ป็นเรื่องที่ผมเคยใช้อบรมด้วยนะครับ คนฟังสนใจมากๆ เพราะสามานถเอาไปใช้แบบง่ายๆเลย
5 ม.ค. เวลา 17:36
🍀หมอยาท่าBD🍀
ผมว่าถ้าเอามาปรับปรุงตัวเองแล้วเราจะน่าคบมากครับ
5 ม.ค. เวลา 13:35
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
จริงๆครับคุณหมอ
5 ม.ค. เวลา 14:32
1
เทวฤทธิ์ ศรีชัยพล
เยี่ยมเลยครับ
5 ม.ค. เวลา 12:03
1
5 ม.ค. เวลา 12:11
1
เขียนไปเรื่อย
หลักการน่าสนใจดีครับ บางอย่างคงต้องค่อย ๆ ปรับไป ผมไม่ใช่นักยกที่ดีด้วยสิ 😅😅 . ขอบคุณพี่ยุคมากครับ
5 ม.ค. เวลา 11:11
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ลองดูตอนเราที่ยกคนอื่นขึ้นสิครับ เราจะเห็นว่าตัวเราก็ถูกยกขึ้นด้วย
5 ม.ค. เวลา 11:13
1