โพสต์

นี่คือเรื่องราวในวัยเด็กของเวย์น รูนีย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกย้ายไปไหนดีระหว่างเอฟเวอร์ตัน กับลิเวอร์พูล วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง
ในวัย 9 ขวบ เวย์น รูนี่ย์ เคยอยู่ในทางแยกของการตัดสินใจ เมื่อ 2 สโมสรแห่งเมอร์ซีไซด์ ต่างต้องการตัวเขามาอยู่ในอคาเดมี่ในเวลาเดียวกัน
แต่แน่นอนทุกคนรู้ดีว่า รูนี่ย์ ปฏิเสธข้อเสนอของลิเวอร์พูลอย่างง่ายดาย และเลือกเอฟเวอร์ตันอย่างไม่ลังเลเลย
นี่คือเรื่องราวในช่วงที่รูนี่ย์ในช่วงตัดสินใจเลือกว่าจะไปหงส์ หรือทอฟฟี่ กับเหตุการณ์สุดคลาสสิคที่ทุกคนเล่าขานกันถึงวันนี้ - เด็กประหลาดใส่เสื้อเอฟเวอร์ตันไปคัดตัวกับลิเวอร์พูลที่เมลวู้ด!
เวย์น รูนี่ย์ ซีเนียร์ เป็นชาวไอร์แลนด์อพยพ เขาเป็นคนใช้แรงงาน มีอาชีพเป็นกรรมกรก่อสร้าง แต่ละวันจะรับจ๊อบไปเรื่อยๆตามไซต์งานต่างๆรอบเมืองลิเวอร์พูล
เวย์น ซีเนียร์ มีลูกชายสามคน ซึ่งเป็นธรรมเนียมของคนในตระกูลรูนี่ย์ ที่ลูกชายคนแรกของครอบครัว จะมีชื่อเดียวกับพ่อ นั่นทำให้ลูกคนโตของบ้าน มีชื่อว่า เวย์น รูนี่ย์ จูเนียร์ ส่วนน้องชายอีกสองคนมีชื่อว่า แกรม กับ จอห์น
ด้วยความที่เป็นคนยากจน ความบันเทิงอย่างเดียวที่เวย์น ซีเนียร์ พอจะหาให้ตัวเองได้นั่นคือการไปดูฟุตบอลในสนาม โดยเขาตัดสินใจเลือกเชียร์เอฟเวอร์ตัน นั่นทำให้เมื่อมีเวลาว่างเขาจะไปดูบอลที่สนามเสมอ และจะพาลูกชายคนโต เวย์น จูเนียร์ ไปดูบอลด้วย
เกมแรกที่เวย์น จูเนียร์ เข้าไปชมที่กูดิสันพาร์ก ตอนนั้นเจ้าหนูเวย์นมีอายุแค่ 6 เดือนเท่านั้น ยังไม่รู้ความอะไรเลย แต่พ่อก็พาไป จากนั้นก็เป็นเหมือนกิจวัตร ทุกสุดสัปดาห์พ่อจะเคลียร์เวลา เพื่อพาเวย์น ไปดูเกมของเอฟเวอร์ตันที่เตะในบ้านทุกนัด
ทุกวันเกิดของรูนีย์ ของขวัญที่คุณพ่อให้ จะเป็นเสื้อเอฟเวอร์ตันในฤดูกาลล่าสุด เท่ากับว่า เขาเก็บสะสมเสื้อของสโมสรมาตลอดทุกๆปี เต็มตู้เสื้อผ้า
เวย์น รูนี่ย์กลายเป็นแฟนของเอฟเวอร์ตันตามคุณพ่ออย่างรวดเร็ว ในห้องนอนของเขามีรูปนักเตะเอฟเวอร์ตันทั้งห้อง โดยโปสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นกองหน้าฮีโร่ของทีมที่ชื่อ ดันแคน เฟอร์กูสัน
ตอนที่ดันแคน เฟอร์กูสันเคยไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องติดคุก รูนี่ย์เคยเขียนจดหมาย ส่งไปให้กำลังใจบิ๊กดั๊งค์ในเรือนจำด้วย ในจดหมายเขียนว่า "ผมคิดว่าคุณไม่ควรอยู่ในคุกแบบนั้นเลย ผมกับเพื่อนอยากให้คุณกลับออกมา แล้วมาเล่นให้เอฟเวอร์ตันอีกครั้ง"
ซึ่งไม่กี่วันต่อมา ดันแคน เฟอร์กูสันก็ตอบกลับมาด้วย แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ แต่รูนี่ย์ก็ดีใจมาก "ผมคิดว่าเขาคงตอบแฟนทุกคนที่ส่งไปหาเขานะ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ผมก็ดีใจที่เขาตอบกลับมา"
ตอน 7 ขวบ พ่อเคยพารูนี่ย์ไปเล่นฟุตบอลร่วมกับเด็กๆ ในสวนสาธารณะ รูนีย์เก่งกว่าเด็กคนอื่นๆอย่างชัดเจน คือวิ่งเร็วกว่าใครเพื่อน และยิงประตูได้ทั้ง 2 เท้า ทั้งๆที่เพิ่ง 7 ขวบเท่านั้น นั่นทำให้พ่อคิดว่า เขาลองจับรูนี่ย์เอาดีเรื่องฟุตบอลไปเลย จึงพาลูกชายเข้าไปสังกัดทีมเยาวชนรุ่น ยู-8 กับสโมสรลิเวอร์พูล สคูลบอยส์ ก่อนในปีถัดมาจะเปลี่ยนไปเล่นกับทีมยู-9 ชื่อสโมสรค็อปเปิ้ลเฮาส์
กับสโมสรค็อปเปิ้ลเฮาส์ เวย์น รูนี่ย์ จูเนียร์ ยิงประตูคู่แข่งกระจุยกระจาย ซัดไป 99 ประตูในปีเดียว จนกลายเป็นเด็กที่โด่งดังสุดๆในย่านคร็อกซ์เท็ธ
มีเกมหนึ่ง เป็นนัดสำคัญ รูนี่ย์ยิงประตูชัยให้ทีมค็อปเปิ้ลเฮาส์ เอาชนะคู่แข่งได้ในช่วงท้ายเกม ซึ่งหลังจบเกม แมวมองของสโมสรลิเวอร์พูลเดินมาหารูนี่ย์กับคุณพ่อ และยื่นข้อเสนอว่า อยากให้รูนี่ย์ไปคัดตัวเพื่อเข้าร่วมอคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ที่สนามซ้อมเมลวู้ด
รูนี่ย์มีความรู้สึกสองอย่างปนกัน อย่างแรกคือดีใจ เพราะการถูกลิเวอร์พูลหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษให้ความสนใจ ถือเป็นเรื่องพิเศษมาก ซึ่งประวัติของลิเวอร์พูลก็ปั้นเด็กท้องถิ่นขึ้นมาเป็นสตาร์แล้วนับไม่ถ้วน ทั้งร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และสตีฟ แม็คมานามาน รวมถึงเด็กในเมืองใกล้เคียงอย่างไมเคิล โอเว่นด้วย
คือถ้ารูนี่ย์ย้ายไปอยู่ลิเวอร์พูล โอกาสแจ้งเกิดมาไวแน่ๆ
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขารู้สึกว่าถ้าย้ายไปลิเวอร์พูลจะเป็นการทรยศต่อเอฟเวอร์ตัน เพราะถ้าแจ้งเกิดได้จริงๆ แล้วในเกมเมอร์ซีไซด์ดาร์บี้ เขาก็ต้องลงมายิงเอฟเวอร์ตันงั้นเหรอ? ดังนั้น เจ้าตัวเลยเกิดอาการสองจิตสองใจ
แต่สุดท้ายรูนี่ย์ก็ไปทดสอบฝีเท้าจริงๆ ด้วยการที่มันเป็นโอกาสดีเกินกว่าจะปล่อยไป แต่ประเด็นดราม่าเกิดตรงนี้ เพราะรูนีย์ดันใส่เสื้อเอฟเวอร์ตันไปทดสอบฝีเท้าที่เมลวู้ด แถมหลังเสื้อเป็นเบอร์ 9 ปักชื่อของดันแคน เฟอร์กูสันอีกต่างหาก
ตรงจุดนี้น่าสนใจ เพราะมีข่าวลือเยอะมากว่า สตาฟฟ์ของลิเวอร์พูลโมโหที่รูนี่ย์ไม่รู้จักกาลเทศะ และไล่รูนี่ย์กลับบ้าน แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น สตาฟฟ์ทีมอคาเดมี่ของลิเวอร์พูลแค่แปลกใจ แต่ไม่มีใครทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่อะไร รูนี่ย์ก็ลงคัดตัวได้ตามปกติ
สาเหตุเพราะพวกสตาฟฟ์เขารู้ดีว่าเด็กๆในเมือง ย่อมมีทีมที่ชอบกันอยู่แล้ว คุณจะไปคาดหวังให้มีแต่เด็กที่ชอบลิเวอร์พูลมาคัดตัวอย่างเดียวไม่ได้หรอก คือคว้าเพชรเม็ดงามเอาไว้ในสังกัดก่อน จากนั้นค่อยๆให้เด็กมาเริ่มรักสโมสรทีหลังก็ได้
อย่างสตีฟ แม็คมานามาน หรือ เจมี่ คาร์ราเกอร์ พวกนี้ก็เป็นเอฟเวอร์โตเนียนมาก่อนทั้งนั้น แต่พอซึมซับวิถีทางของลิเวอร์พูลไปเรื่อยๆ โตขึ้นมาพวกเขาก็พัฒนาเป็นแฟนหงส์แดงเอง
ดังนั้นกับกรณีของรูนี่ย์ สตาฟฟ์ให้ลงคัดตัวตามปกติ
"จริงๆผมไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทพวกเขานะ แต่ผมใส่เสื้อเอฟเวอร์ตันตลอดหลังเลิกเรียนอยู่แล้ว" รูนี่ย์อธิบายเหตุการณ์
รูนี่ย์โชว์ฟอร์มระดับเทพในการคัดตัว เขาเลี้ยงฉีกนักเตะคนอื่นกระจุยกระจาย คือฟอร์มแบบนี้เข้าตาสตาฟฟ์ลิเวอร์พูลมาก
นั่นทำให้เขาผ่านการทดสอบฝีเท้ารอบแรก และสโมสรได้เชิญเขามาทดสอบฝีเท้ารอบสุดท้าย ซึ่งดูตามรูปทรงแล้ว รูนี่ย์ไม่น่าพลาด เขาจะได้โอกาสติดทีมอคาเดมี่ของลิเวอร์พูลแน่นอน
ในระหว่างที่รอไปคัดตัวรอบสองกับลิเวอร์พูล รูนี่ย์ก็ไปลงเล่นให้ทีมค็อปเปิ้ลเฮาส์ตามปกติ ซึ่งเขาก็เล่นได้ดีตามมาตรฐานของตัวเอง
ในวันนั้นบ็อบ เพดเดิลตัน แมวมองของเอฟเวอร์ตัน ต้องไปทำธุระที่สนามเยาวชนพอดี และสายตาของเขาไปเห็นเด็กคนหนึ่ง ที่ครองบอลเก่งเหลือเกิน ดังนั้นเพดเดิลตัน จึงถามผู้จัดการทีมค็อปเปอร์เฮาส์ว่า เด็กคนนี้คือใครกัน
"นี่นายพูดเล่นหรือเปล่า นายไม่รู้จักไอ้เด็กเวย์น รูนี่ย์หรือไง"
เพดเดิลตัน เพิ่งเคยเห็นรูนี่ย์เป็นครั้งแรก เขาจึงตั้งใจดูจังหวะการเล่น ปรากฏว่า รูนี่ย์ยิงกระจุย และมีความเร็วจัดมาก คือดูในพริบตาเดียวก็รู้แล้วว่ามีพรสวรรค์
"ผมเข้าไปแนะนำตัวกับคุณพ่อ คุณแม่ของรูนี่ย์ แล้วบอกว่า ผมสนใจจะพาเด็กหนุ่มคนนี้ไปที่เบลล์ฟิลด์ เพื่อทดสอบฝีเท้ากับเอฟเวอร์ตัน ซึ่งผมดูสีหน้าของทั้งคู่ ต่างตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ผมรู้มาว่าพวกเขาเป็นแฟนเอฟเวอร์ตันอยู่แล้ว นั่นทำให้ผมคิดว่ามีโอกาสเป็นผู้ชนะในการคว้าตัวดาวรุ่งคนนี้ พอคุยกับคุณพ่อของเวย์นเสร็จ ผมจัดการโทรหาเรย์ ฮอลล์ หัวหน้าทีมอคาเดมี่ทันที แล้วบอกว่า ผมมีเด็กคนหนึ่งจะเข้าไปร่วมคัดตัวด้วย"
ปัญหาสำคัญคือ วัน-เวลา ในการคัดตัวรอบ 2 ของลิเวอร์พูล กับ รอบแรกของเอฟเวอร์ตัน ดันเป็นวันเดียวกันเป๊ะเลย และไม่มีทางที่จะไปคัดตัวได้ทั้งสองที่ ดังนั้นครอบครัวรูนี่ย์ต้องตัดสินใจเลือก
สำหรับคุณพ่อ เวย์น ซีเนียร์ แม้จะเป็นแฟนทอฟฟี่ก็เถอะ แต่เขารู้ดีว่า ถ้าไปอยู่ลิเวอร์พูลโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า แล้วเวย์นก็เทสต์ผ่านรอบแรกไปแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาในการเทสต์รอบ 2 เชื่อว่า สตาฟฟ์ลิเวอร์พูลคงแค่ไปพูดคุยนิดหน่อยเท่านั้น แล้วก็จะจับเซ็นสัญญาเป็นนักเตะในอคาเดมี่
ตรงข้ามกับเอฟเวอร์ตัน ที่ต้องไปนับ 1 ใหม่แต่แรก บางทีไปคัดตัวแล้วรูนี่ย์อาจจะไม่ผ่านก็ได้ ดังนั้นจะยอมเสียโอกาสดีกับลิเวอร์พูลอย่างนั้นหรือ?
แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อตัดสินใจไม่ได้ คุณพ่อกับคุณแม่ จึงให้ตัวรูนี่ย์เลือกเอง ชีวิตเป็นของเขานี่นา
"พ่อแม่ไม่ว่าอะไรนะ ถ้าลูกจะไปอยู่ลิเวอร์พูล" เวย์นซีเนียร์ถาม
แต่สุดท้ายรูนี่ย์ เลือกปฏิเสธข้อเสนอการทดสอบฝีเท้ารอบสอง กับลิเวอร์พูล แล้วเลือกไปทดสอบฝีเท้ากับเอฟเวอร์ตันแทน
"เหตุผลมันง่ายมากเลย" รูนี่ย์อธิบาย "เมื่อไหร่ก็ตามที่ชื่อเอฟเวอร์ตันปรากฎขึ้นมา เมื่อนั้นก็ไม่มีตัวเลือกอื่นให้ตัดสินใจอีกแล้ว"
"จริงๆตอนไปคัดตัวที่ลิเวอร์พูล พวกเขาก็ดีกับผมมากนะ และผมก็คิดว่าทำผลงานได้น่าประทับใจด้วย แต่ความรู้สึกที่ผมมีให้เอฟเวอร์ตัน มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจและเลือกจะอยู่ที่นี่"
รูนี่ย์ไปคัดตัวที่เบลล์ฟิลด์ กับกลุ่มเด็กๆ 9 ขวบอีกราว 30 คน ซึ่งในสนามคัดตัววันนั้น มีโจ รอยล์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันขณะนั้น, เรย์ ฮอลล์ หัวหน้าทีมอคาเดมี่ และ บ๊อบ เพดเดิลตัน แมวมอง และทุกคนตัดสินใจได้พร้อมกันว่า
เซ็นรูนี่ย์วันนี้เลย
เอฟเวอร์ตันเข้าใจทันทีว่ารูนี่ย์คือเพชรเม็ดงาม และยังเป็นแฟนเอฟเวอร์ตันอีกด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทดสอบฝีเท้ากันหลายรอบ นักเตะดีๆหลุดมาแบบนี้ มันต้องคว้าเอาไว้เลย ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น
"ผมคิดว่าด้วยความเป็นทีมใหญ่ ระบบของลิเวอร์พูลต้องมีการคัดตัวอย่างน้อย 2 รอบ เพื่อกรองว่าคุณเป็นนักเตะคุณภาพของจริงหรือไม่ หรือไม่ผมก็คิดว่าเขาอาจจะไม่มั่นใจในฝีเท้าของผมก็ได้นะ แต่ก็นั่นล่ะ สำหรับเด็ก 9 ขวบ เมื่อได้ข้อเสนอจากทีมที่ตัวเองรัก ผมก็เลยเซ็นกับเอฟเวอร์ตันเลย" รูนีย์เผย
ที่เอฟเวอร์ตัน รูนี่ย์กับเด็ก 9 ขวบ อีก 15 คนที่ผ่านการคัดตัว ได้รวมตัวกันเป็นทีม ยู-10 ในอคาเดมี่ของเอฟเวอร์ตัน และเริ่มเรียนรู้วิถีทางของฟุตบอลอาชีพตั้งแต่นั้น
ในอคาเดมี่ของทีมทอฟฟี่จะเซ็นสัญญากันปีต่อปี สิ้นปีจะมีเทสต์ เพื่อดูว่าคุณภาพของนักเตะถึงเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งถ้าใครไม่เก่งพอ ก็จะไม่ได้รับการต่อสัญญากับสโมสร
ที่อังกฤษจะแบ่งเวลาของอคาเดมี่อย่างชัดเจน ไม่ปะปนกับชีวิตที่โรงเรียน คือเด็ก 9 ขวบ ยังไงก็ต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือตามปกติ เด็กทุกคนจะเรียนหนังสือ จันทร์ถึงศุกร์เลิก 15.00 น. จากนั้น ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 17.00-18.30 ต้องเดินทางมาซ้อมกับทีมอคาเดมี่ที่เบลล์ฟิลด์ และทุกวันอาทิตย์ จะเป็นแมตช์เดย์ นักเตะอคาเดมี่จะเรียนรู้ในการลงเล่นเป็นประจำทุกสัปดาห์
ด้วยความที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน ครอบครัวรูนี่ย์ไม่มีรถ ทำให้ทุกๆ จันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ คุณพ่อจะมีหน้าที่รับผิดชอบขึ้นรถเมล์ไปส่งรูนี่ย์ที่เบลล์ฟิลด์และพาลูกกลับบ้าน ส่วนคุณแม่ ก็จะอยู่กับน้องชายอีกสองคน แกรม และ จอห์น
การเป็นนักเตะจากอคาเดมี่ ข้อดีคือสโมสรจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ถ้าเกี่ยวข้องกับการฝึกซ้อม และถ้าอยู่จนถึงอายุ 15 ปีจนได้เซ็นสัญญาเยาวชนแล้ว ก็จะมีค่าเหนื่อยให้ด้วย แต่ในวัย 9 ขวบ รูนี่ย์ยังไม่มีรายได้ตรงนี้เข้ามา
การที่ต้องพารูนี่ย์เดินทางไปซ้อมตลอด ทำให้พ่อขาดรายได้ในงานก่อสร้างช่วงเย็นไป นั่นแปลว่าเขาต้องทำงานหนักขึ้นในช่วงเวลาอื่น เพื่อหารายได้มาทดแทนช่วงที่หยุดงานไปรับ-ส่งลูกซ้อมฟุตบอล
รูนี่ย์เองก็รับรู้ว่าคุณพ่อเหนื่อย แต่พ่อยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องที่ลูกต้องสนใจ ขอให้ทำตามหน้าที่ของตัวเองพอ เรื่องรายได้ที่บ้าน และความเหนื่อยของพ่อ เป็นเรื่องที่พ่อจะจัดการเอง ตอนนี้อยากให้ลูกโฟกัสที่การเรียน และการซ้อมฟุตบอลกับเอฟเวอร์ตันเท่านั้น
ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ อาจไม่เห็นคุณค่าของโอกาสนี้ แต่รูนี่ย์รู้ดีว่า พ่อแม่ต้องเหนื่อยขนาดไหน และเขาไม่อยากให้ความพยายามของคุณพ่อคุณแม่ต้องเสียเปล่า รูนี่ย์ เลยตั้งใจเต็มที่ทุกครั้งที่มาอคาเดมี่ เขาอยากเรียนรู้ทุกอย่างให้มากที่สุด เพื่อก้าวไปเป็นนักเตะอาชีพให้ได้
วันนี้พ่อแม่ลำบาก แต่วันหนึ่งพ่อแม่จะต้องสบายให้ได้
ผ่านไป 1 ปี ในอคาเดมี่ สโมสรเอฟเวอร์ตันส่งจดหมายทางการมาที่บ้าน เพื่อประกาศผลงานในตลอด 1 ปี และเป็นปัจจัยสำคัญด้วยว่าจะมีการต่อสัญญาหรือไม่
ทักษะส่วนบุคคล
การครองบอล - ดีมาก
การจ่ายบอล - ดีมาก
ความแข็งแกร่งของร่างกาย - ดีมาก
ความเร็ว - ดีมาก
ความอดทน - ดีมาก
การยืนตำแหน่ง - ดีมาก
ทัศนคติ
- เวย์น รูนี่ย์ รับฟังที่โค้ชสอน แต่ปัญหาคือเขาคิดถึงแต่การยิงประตูมากเกินไป ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อการยิงประตูเท่านั้น มีความอยากชนะเป็นสิ่งดี แต่เวย์นต้องเรียนรู้ที่จะเล่นต่อบอลกับทีมด้วย
ข้อสรุป
- มีความมุ่งมั่น และเป็นตัวจบสกอร์ธรรมชาติที่สุดคนหนึ่งที่อคาเดมี่เคยมี มีความเร็วสูงมาก และหวังว่าจะพัฒนาโครงสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้
นั่นเป็นลายมือของโค้ชแอนดี้ วินเซอร์ ที่อยู่ใกล้ชิดกับรูนี่ย์ โดยคนที่สแตมป์ตราประทับคือเรย์ ฮอลล์ หัวหน้าทีมอคาเดมี่ และแน่นอน รูนีย์ได้ต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปีกับทีมเยาวชนของเอฟเวอร์ตัน
ทุกๆปี จะมีเด็กจากอคาเดมี่ราว 5-6 คนโดนปล่อยทิ้งเสมอ แต่รูนี่ย์ยังอยู่ เขาได้รับการต่อสัญญาทุกปี
สำหรับอคาเดมี่ของเอฟเวอร์ตันนั้น ค่าใช้จ่ายที่สโมสรต้องควักเพื่อนักเตะเยาวชน 1 คน อยู่ที่ 10,000 ปอนด์ต่อปี ซึ่งที่เอฟเวอร์ตันจะมีนักเตะเยาวชนทุกระดับรวมกันอยู่ประมาณ 140 คน เท่ากับว่าใน 1 ปี งบที่ใช้ในอคาเดมี่จะสูงราว 1.4 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ
แต่แน่นอน ถ้าในกลุ่มนี้ สามารถสร้างสตาร์ขึ้นมาได้สัก 1-2 คน แล้วปล่อยขายไปได้แพงๆ ค่าใช้จ่ายแค่ปีละ 1.4 ล้านก็คุ้มแน่นอน
แต่เพื่อไม่ให้มีนักเตะเยาวชนล้นจนเกินไป ทำให้ต้องรักษาระดับอยู่ที่ 140 คนอยู่ตลอด นั่นแปลว่าในแต่ละปี แต่ละคลาส จะมีเด็กโดนปล่อยตัวทิ้งราว 5-6 คนเสมอ เพราะถ้าไม่มีการปล่อยทิ้งบ้าง ก็จะไม่มีที่ให้เด็กรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมา เรื่องนี้เป็นสิ่งปกติของฟุตบอลเยาวชน คือฝีเท้าไม่ถึงก็ต้องหลุด
แต่สำหรับรูนี่ย์ โชคดีที่เขาได้ต่อสัญญาเสมอทุกปี ยังไม่เคยหลุดเลย
รูนี่ย์ต่อสัญญามาเรื่อยๆ จนถึงอายุ 14 ปี นี่คือปีตัดสินแล้ว คือจบซีซั่นนี้นักเตะทุกคน จะถูกรีวิว ว่าใครจะได้ไปต่อในฐานะนักเตะอาชีพ แล้วใครต้องออกจากทีมเพื่อไปหางานอื่นทำ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในอคาเดมี่ของเอฟเวอร์ตันจะมี 2 อย่าง นี่คือบททดสอบสุดท้ายของสโมสร
อย่างแรกคือโปรแกรมการซ้อมจะหนักขึ้น จากเดิมที่ซ้อมสัปดาห์ละ 3 วัน หลังเลิกเรียน กลายเป็นซ้อม 4 วัน
การซ้อมจะมีขึ้นเวลา 17.00-18.30 ในวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ซึ่งแน่นอน เด็กๆต้องแบ่งเวลาให้ดี เพราะการเรียนหนังสือในโรงเรียนมัธยมก็มีความหนักอยู่แล้ว และยังต้องซ้อมฟุตบอลไปพร้อมกันด้วย
ใครซ้อมไม่ไหว ถอดใจก็จบ แต่เรื่องนี้รูนี่ย์ผ่านได้สบายๆ "ผมไม่ได้กังวลอะไรนะ ผมชอบซ้อมฟุตบอลอยู่แล้ว" รูนี่ย์กล่าว
ส่วนบททดสอบอย่างที่สอง เอฟเวอร์ตันจะทำการเปลี่ยนโค้ช จากเดิมใช้งานโค้ชที่ใจดี มาใช้โค้ชคนใหม่ที่จุกจิก เครียด และชอบออกคำสั่ง ซึ่งเป็นอะไรที่นักเตะเยาวชนเหล่านี้ไม่เคยเจอมาก่อนเลย
สำหรับรูนี่ย์ สิ่งที่โค้ชคนใหม่สั่งก็คือ เขาต้องไปเล่นร่วมกับกลุ่มกองหลัง และฝึกซ้อมการเล่นเกมรับ "ผมสวนเขาไปทันทีว่า ผมไม่ทำแบบนั้นหรอก ผมคือกองหน้า และผมต้องการฝึกยิงประตู" ปรากฎว่าโค้ชตอบกลับมา ถ้ารูนี่ย์ไม่ฝึกเล่นเกมรับ วันอาทิตย์นี้ก็ไม่ต้องลง
รูนี่ย์กลับบ้านไปบ่นกับแม่ และบอกแม่ว่าถ้าเขาทำแบบนี้ ผมลาออกจากทีมก็ได้ ไปอยู่ที่อื่นก็ได้ เพราะผมไม่มีความสุขอีกแล้ว
บรรยากาศตึงเครียดระหว่างรูนีย่์กับโค้ชใหม่ ลากยาวเป็นเดือน หัวเด็ดตีนขาดรูนี่ย์ก็ไม่ลงไปเล่นกองหลัง เขาคือกองหน้าดาวรุ่งที่ดีที่สุดในเมือง ทำไมเขาต้องไปซ้อมเล่นเกมรับด้วยล่ะ "ผมไม่ชอบเขา แล้วผมก็คิดว่าเขาไม่ชอบผม และผมคิดว่าวิธีการซ้อมของเขามันน่าเบื่อมากด้วย"
การที่รูนี่ย์ไม่ได้ลงเล่นวันอาทิตย์หลายๆนัดติดกัน นั่นทำให้คุณพ่อเวย์น ซีเนียร์ ต้องเข้ามาถามไถ่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าแทนที่พ่อจะเข้าข้างรูนีย์ พ่อกลับบอกว่า รูนี่ย์ควรจะลองทำที่โค้ชสั่งดูก่อน นั่นเพราะโค้ชคนนี้มีผลงานในการคุมนักเตะเยาวชนมาหลายปี ซึ่งเขาคงไม่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลแน่ๆ
เมื่อพ่อพูดดังนั้น ทำให้รูนีย์ยอมอ่อนลง และไปบอกโค้ชว่าเขายินดีจะซ้อมเกมรับ ร่วมกับกลุ่มกองหลัง
ปรากฏว่าการที่รูนี่ย์ได้ซ้อมกับกองหลัง สิ่งที่เขาได้มาคือวิธีคิดของกองหลัง ว่าเวลากองหน้าบุกมาในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มักจะป้องกันแบบไหน นั่นทำให้เวลารูนี่ย์กลับไปเล่นกองหน้า เขาสามารถอ่านเกมรับของคู่แข่งได้อย่างเฉียบคม นั่นเพราะครั้งหนึ่งเขาเรียนรู้วิธีการเล่นของกองหลังมาก่อนนั่นเอง
"มาตอนนี้ ผมมองย้อนกลับไป ที่ผมคิดว่าโค้ชไม่ชอบหน้าผม ผมคิดไปเองทั้งนั้น ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของผมเอง"
การที่รูนี่ย์ยอมอ่อนลง และฟังสิ่งที่โค้ชบอก ทำให้เขาพัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ และในที่สุดหลังจบฤดูกาล การรีวิวประจำปีก็มาถึง
รูนี่ย์สอบผ่าน และได้เซ็นสัญญานักเตะเยาวชนของสโมสรในที่สุด
บททดสอบสุดท้าย เขาผ่านมันมาได้สำเร็จ
และเมื่อได้รับสัญญาเยาวชน เขาก็จะได้รับเงินก้อนแรกจากสโมสรเสียที ซึ่งด้วยความพยายามมาหลายปี ในที่สุดรูนี่ย์ก็สามารถหารายได้ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้แล้ว
เรื่องราวจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนทราบกัน รูนี่ย์ ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของเอฟเวอร์ตัน และถือเป็นปรากฏการณ์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ
จากนั้นในปี 2004 เขาย้ายไปอยู่แมนฯยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 25.6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ราคาแพงที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น
จากจุดเริ่มต้นกับเอฟเวอร์ตัน รูนีย์ก้าวไปสร้างตำนานของตัวเอง จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
สำหรับคำถามที่ทุกคนสงสัยก็คือ รูนี่ย์เติบโตมาในฐานะแฟนเอฟเวอร์ตัน แต่ย้ายไปอยู่แมนฯยูไนเต็ด และลงเล่นกับทีมปีศาจแดงมานานถึง 13 ปี คำถามคือ ระหว่างเอฟเวอร์ตัน กับ ยูไนเต็ด ถ้าเลือกได้ทีมเดียว เขาจะรักทีมไหนมากกว่า
คำตอบของรูนี่ย์ เปิดเผยจากปากของเจ้าตัวเอง ตอนหมดสัญญากับแมนฯยูไนเต็ดในปี 2017
"ผมเก็บเงียบมาตลอด 13 ปี แต่รู้อะไรไหม ตอนอยู่ที่บ้านกับลูกๆ ผมใส่ชุดนอนลายเอฟเวอร์ตันตลอดแหละ!"
คนเราเกิดมาเมื่อรักทีมไหนแล้ว มันเปลี่ยนใจยากจริงๆ
ไม่สำคัญว่าจะเป็นทีมเล็กหรือใหญ่ในสายตาคนอื่น จะประสบความสำเร็จมากกว่าหรือน้อยกว่ามันไม่ได้มีความหมายเลย
Once a reds , Always a reds
ครั้งหนึ่งมีเลือดสีแดง ก็จะขอมีเลือดสีแดงตลอดไป
Once a blue , Always a blue
ครั้งหนึ่งมีเลือดสีฟ้า ก็จะขอมีเลือดสีฟ้าตลอดไป
Once in love , Always in love
ครั้งหนึ่งเคยรักเธอ ก็จะขอรักเธอตลอดไป
#Rooney
ความคิดเห็น

ร้อยเรื่องราว

ยิงสูงสุดของ united ยิงสูงสุดของทีมชาติอังกฤษ มาจาก everton สู่ united ออกจาก united ก็กลับไป everton "Wassa" Rooney ตำนานครับ
24 ก.ค. เวลา 11:04
14 ม.ค. เวลา 09:32
1

G S

เขียนดีสุดๆเลยค่ะ
11 ม.ค. เวลา 13:13
1