14 ม.ค. เวลา 03:10Business

TESLA มีมูลค่ามากกว่า GM กับ FORD รวมกัน

ตอนนี้ Tesla ภายใต้การบริหารกิจการโดยอีลอน มัสก์

กลายมาเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา

Ford ทำธุรกิจมา 116 ปี บริษัทมีมูลค่า 1.1 ล้านล้านบาท

GM ทำธุรกิจมา 111 ปี บริษัทมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท

ในขณะที่ Tesla ก่อตั้งมาเพียง 16 ปี

แต่ตอนนี้กลับมีมูลค่าสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท

มูลค่าดังกล่าวเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์บริษัท

ซึ่งเทียบเท่ากับมูลค่าของบริษัท Ford กับ GM รวมกัน..

สาเหตุหลักก็มาจากการประสบความสำเร็จในการส่งมอบรถยนต์ของ Tesla ที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

เรามาดูจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่ Tesla ส่งมอบแต่ละปี

ปี 2012 จำนวน 2,600 คัน

ปี 2014 จำนวน 32,000 คัน

ปี 2016 จำนวน 76,200 คัน

ปี 2018 จำนวน 245,200 คัน

ปี 2019 จำนวน 367,500 คัน

การส่งมอบรถยนต์ของ Tesla คิดเป็น 141 เท่าใน 7 ปี

นอกจากนี้ งานเปิดตัวการส่งมอบรถยนต์ Tesla Model 3 ในประเทศจีนล่าสุด ก็ได้กระแสตอบรับที่ดี

ในขณะที่ตอนนี้โรงงานที่จีนสามารถผลิต Model 3 ที่ 1,000 คัน ต่อสัปดาห์

ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าโรงงานในจีนจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้เป็น 3,000 คัน ต่อสัปดาห์

มากไปกว่านั้น รัฐบาลจีนยังมอบเงินอุดหนุนเพิ่มเติม ส่งผลให้ Tesla บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น จนสามารถหั่นราคารถรุ่น Model 3 ลงได้อีก 16%

ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่สามารถแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ท้องถิ่นได้อย่างสูสีตรงกันข้ามกับ GM และ Ford ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในประเทศจีน

จากจำนวนรถยนต์ส่งมอบที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

รวมกับความสำเร็จของ Tesla ในประเทศจีน

ทำให้บริษัทสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกครั้ง

ทำให้มูลค่าบริษัท Tesla ตอนนี้เพิ่มขึ้นมากว่า 162% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดในรอบปีที่ผ่านมา

และที่สำคัญบริษัท Tesla ในตอนนี้มีมูลค่าเท่ากับ GM และ Ford รวมกัน..

แรดไปด้วยกัน
TESLA มองที่อนาคตจริงๆ
14 ม.ค. เวลา 08:00
ณรงค์ นนท์ศิลา
ยอดเยี่ยม มากครับ
14 ม.ค. เวลา 07:18
1
แจ๊ค เดอะ ลิโป้
ฟอร์ดมาพลาดตอนทำเกียร์ PowerShiftหาย นี่แหละ
14 ม.ค. เวลา 05:53
3
T
thisaruj mukura
ผมยังเกลียดเกียร์ shift หาย ถึงทุกวันนี้ 😂
14 ม.ค. เวลา 06:49
1
ในโลกของคนอยู่เป็น - The Observing Mind
เคยฟังๆที่เค้าวิเคราะห์ ประมาณว่า tesla เป็น vertical integration, ขายรถแบบไม่มี dealership, และลง capex ไปเยอะมากๆ พอจะทำmodel ใหม่ๆ เช่น model y ที่จะผลิตจำนวนมากในปีนี้ ก้จะเพิ่ม capex ไม่มาก ทำให้กำไรจะโตแบบก้าวกระโดดครับ นี่ยังไม่นับรวม Valuationเรื่อง FSD เรื่อง battery ที่ทิ้งห่างคู่แข่งอีก แต่ถ้าหุ้นกลับมาตกหนักๆอีก ก็คงมีแต่ข่าวร้ายๆเหมือนเดิมครับ 55
14 ม.ค. เวลา 04:39
4
วิศาล ศุกิจวณิชโชค
อยากทราบข้อมูลความเป็นไปได้ของรถ EV ในไทยครับ เพราะตอนนี้สต็อครถที่เป็นพวกเบนซิน ดีเซล ยังรอระบายอีกมากมาย มันจะมีแผนยังไงครับ
14 ม.ค. เวลา 04:36
2
Yellow Sky Line
TESLA กำลังทำรถไฟฟ้า Super Car ที่วิ่งทำความเร็วสูงสุด 400 กว่า Km/hr. ซึงราคา ประมาณ 7 ล้านบาท+ แต่สมรรถนะเครื่องยนต์ แรงม้าพอๆกับ พวกSuper Car ระดับโลกได้เลย
14 ม.ค. เวลา 04:16
6
Tapanat Ch
สุดยอดเลย
14 ม.ค. เวลา 04:33
subset of success
ที่ผมทราบรุ่นที่เป็น super car มีเพียงรุ่นแรก Roadster ซึ่งออกมาเป็นรุ่นบุกเบิกของบริษัท และรู้สึกว่าลงทุนแมนเคยทำเป็น topic ลงไปแล้วนะครับ สรุป ทำนานแล้ว ไม่ใช่กำลังทำ ออกจำหน่ายแบบสั่งจองปี 2017 และไม่มีจำหน่ายแล้ว ส่วนรุ่นที่เข้าใจผิดน่าจะเป็นตัวรุ่น Roadster 2020 ซึ่งเปิดจองพร้อมกับวันจำหน่าย Roadster รุ่นแรก (จำกัด 1,000 คัน) เพียงแต่ตามแผนแล้วรุ่น Roadster 2020 จะเริ่มส่งมอบภายในปีนี้ 2020
14 ม.ค. เวลา 05:01
5
MaHueB MahasarnSakul
จริงๆ มันเอามาเทียบกันตรงๆ ก็ไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนะ ผมว่า เทคโนโลยีในยุคนี้ ค่าเงิน ในตอนนี้ ต่างหาก ที่เป็นตัวแปรสำคัญ ถ้า 2 เจ้านั้น เขาทำ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง นั่นแหละ ค่อยว่ากัน
14 ม.ค. เวลา 03:50
3
Tapanat Ch
เทสล่าในอนาคตคงครองตลาดหมด ด้วยดูจากมูลค่าหุ้นที่ขึ้นไปรอแล้ว
14 ม.ค. เวลา 03:18
5
Tapanat Ch
seven sunday เมื่อคนทั่วโลกใช้กันมากๆๆๆ จะกันความต้องการผู้บริโภคในประเทศที่อยากใช้ตามได้ยาก สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาใช้รถแบรนด์ของเทสล่าหมดเมื่อถึงวันนั้น
14 ม.ค. เวลา 04:39
1
subset of success
บ้านเรามีอยู่นะ แต่เป็นนำเข้า
14 ม.ค. เวลา 05:29
2
T
Thana
จำเป็นต้องดูแลครับ เพราะบริษัทรถยนต์ที่เข้ามาเปิดโรงงานในบ้านเรา เค้าทำให้เกิดการจ้างงาน ให้คนในประเทศได้มีรายได้ครับ เราเอาใจตั้งแต่ สร้างถนนรองรับเยอะๆ BOI และภาษีต่างๆ ถ้าเราไม่เอาใจขนาดนี้ เค้าไปผลิตที่อื่น เราจะเสียหายหลายอย่างมากกว่านี้และอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมมากขึ้นในท้ายสุดครับ
14 ม.ค. เวลา 10:41
1
Get the app
© 2019 Blockdit