14 ม.ค. เวลา 11:40Business

เรื่องราวของ คนรวยสุดในเอเชีย

ถ้าถามถึงคนรวยสุดในเอเชีย

ทุกคนคงนึกถึงคนจีน

ไม่ว่าจะเป็น แจ็ก หม่า เจ้าของ Alibaba

หรือ โพนี่ หม่า เจ้าของ Tencent

คนรวยสุดในเอเชียตอนนี้ไม่ได้เป็นคนจีน

แต่เป็นคนอินเดีย

และไม่ได้ทำธุรกิจเทคโนโลยี

แต่เป็นเจ้าของบริษัทน้ำมัน บริษัทโทรคมนาคม และบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในอินเดีย

หากเทียบกับธุรกิจในไทย เขาคนนี้จะเป็นเจ้าของบริษัท ปตท. เอไอเอส และเซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งหมดรวมกัน

คนคนนี้ชื่อว่า Mukesh Ambani อ่านว่า มูเกช อัมบานี

อภิมหาเศรษฐีชาวอินเดียที่มีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท

รวยกว่าเสี่ยธนินท์ บุคคลรวยสุดในประเทศไทย 3.4 เท่า

แถมเป็นชาวเอเชียคนเดียวที่รวยติด 1 ใน 10 ของโลก

แล้วเขาเป็นใคร มาจากไหน?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ความมั่งคั่งของมูเกช อัมบานี เริ่มต้นมาจากรุ่นคุณพ่อของเขา

ธีรุไภย อัมบานี พ่อของมูเกช อพยพจากอินเดียไปทำงานเป็นเสมียนตั้งแต่อายุ 17 ปี

ที่บริษัทค้าขาย A. Besse & Co. ในประเทศเยเมนตั้งแต่สมัยที่ยังถูกอังกฤษยึดครองเป็นอาณานิคม

แม้ว่าเรื่องนี้ดูเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ยากลำบาก

แต่มันกลับเป็นโอกาสของธีรุไภย อัมบานี ที่ซึ่งเขาได้รู้จักกับเครือข่ายธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศ

 

ทำให้ได้ดีลงานกับบริษัทมากมายที่ทำธุรกิจค้าขายสินค้าตั้งแต่น้ำตาล, เครื่องเทศ, สิ่งทอ รวมไปถึงน้ำมัน ในประเทศทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง รวมถึงเอเชีย

หลังจากสะสมประสบการณ์อยู่ 9 ปี

ธีรุไภย อัมบานี ตัดสินใจกลับมายังประเทศอินเดียเพื่อก่อตั้งกิจการของตัวเอง

ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียงปีเดียว เขาก็ได้ให้กำเนิดลูกชาย มูเกช อัมบานี

63 ปีที่แล้ว คงไม่มีใครคิดว่ามูเกช อัมบานี

ลูกชายเสมียนที่กำลังจะอพยพกลับประเทศบ้านเกิด

กำลังจะสร้างอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ และจะกลายมาเป็นคนรวยสุดในเอเชีย

คำถามคือ เขาเริ่มสร้างธุรกิจอะไรขึ้นมา?

ธีรุไภย อัมบานี เริ่มต้นทำธุรกิจจากการนำเข้าเส้นใยสังเคราะห์ และ ส่งออกเครื่องเทศ

โดยออฟฟิศแรกมีขนาด 33 ตารางเมตร มีโต๊ะกับเก้าอี้ 3 ตัว พร้อมโทรศัพท์ 1 เครื่อง

จากประสบการณ์ที่เยเมน รวมกับคู่ค้าทางธุรกิจที่รู้จักกันดีจากต่างประเทศ

ทำให้ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกของธีรุไภย เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อรวมกับรัฐบาลประเทศอินเดียสมัยนั้นประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมระยะยาว

ทำให้ ธีรุไภย อัมบานี ปรับโครงสร้างธุรกิจกลายมาเป็นผู้ผลิตสิ่งทอ

ระหว่างที่พ่อกำลังวางรากฐาน

ด้านมูเกช อัมบานี คนลูก หลังจากเรียนจบปริญญาตรี

สาขาวิศวกรรมเคมีที่ University of Mumbai

ก็ได้สมัครเรียนต่อ MBA ที่ Stanford University ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องลาออกเพื่อมาช่วยธุรกิจคุณพ่อพร้อมๆ กับน้องชาย

เพราะธุรกิจกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

แต่แล้วพ่อของมูเกช ก็ได้เสียชีวิตลงกะทันหันแบบไม่มีพินัยกรรม

เรื่องนี้ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไรแต่กลับทำให้พี่น้อง อัมบานี

ที่เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจพร้อมๆ กันกลับทะเลาะกันร้ายแรงถึงขนาดต้องขึ้นศาล

สุดท้ายจบลงด้วยการที่แม่ต้องมาระงับศึก และผลก็คือ มูเกช อัมบานี คนพี่ได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของครอบครัว Reliance Industries

หลังจากนั้น มูเกช อัมบานี ก็ได้นำบริษัทแห่งนี้ ต่อยอดอุตสาหกรรมสิ่งทอไปยังอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นธุรกิจหลัก

นอกจากนี้ เขาก็ยังก่อตั้งธุรกิจเข้าไปแข่งขันในธุรกิจกลุ่มอื่น เช่น

Reliance Retail ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจค้าปลีกใหญ่สุดในอินเดีย

ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 10,901 สาขา และเปิดให้บริการกว่า 6,700 เมืองทั่วประเทศ

รวมถึง Reliance Jio Infocomm

ทำธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอินเดีย

ซึ่งปัจจุบันรองรับสมาชิกรายเดือนกว่า 307 ล้านคน

คิดเป็น 23% ของประชากรประเทศอินเดีย

แล้วปัจจุบัน Reliance Industries Limited ใหญ่ขนาดไหน?

ปี 2017 รายได้ 1.3 ล้านล้านบาท กำไร 1.3 แสนล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 1.7 ล้านล้านบาท กำไร 1.5 แสนล้านบาท

ปี 2019 รายได้ 2.4 ล้านล้านบาท กำไร 1.7 แสนล้านบาท

โดยรายได้ทุกๆ 100 บาทของบริษัทมาจาก

ธุรกิจปิโตรเคมี 43 บาท

ธุรกิจโรงกลั่น 26 บาท

ธุรกิจเทเลคอม 18 บาท

ธุรกิจค้าปลีก 7 บาท

และอื่นๆ อีก 6 บาท

ปัจจุบัน Reliance Industries Limited มีบริษัทย่อย 269 บริษัท

พร้อมพนักงาน 194,056 คน และมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 4 ล้านล้านบาท

มูลค่าระดับนี้ถือเป็นบริษัทใหญ่สุดในประเทศอินเดีย

แซงหน้าบริษัท Tata Consultancy Services บริษัทที่ปรึกษาในเครือ Tata Group

มูเกช อัมบานี ถือหุ้นอยู่ในบริษัทแห่งนี้กว่า 42%

และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอื่นๆ ทำให้เขามีทรัพย์สินกว่า 1.8 ล้านล้านบาท

ซึ่งมากสุดในเอเชีย และมากเป็นอันดับ 10 ของโลก

ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีขนาดใหญ่โตขนาดนี้

แต่ Reliance Industries กลับยังมีมุมมองต่อธุรกิจดิจิทัลที่น่าสนใจ

ล่าสุดก็เพิ่งประกาศว่ากำลังจะก่อตั้งบริษัทเข้าสู่สมรภูมิ E-Commerce ในประเทศอินเดีย

ที่มีคู่แข่งคนสำคัญเป็นบริษัทค้าปลีกและบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Walmart และ Amazon จากประเทศสหรัฐอเมริกา..

ด้วยทุนเดิมที่ครอบครองร้านค้าปลีกมหาศาลรวมกับจำนวนผู้ใช้งานบนธุรกิจเครือข่ายที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรประเทศอินเดีย ก็น่าจะสร้างความกังวลให้กับบริษัทอเมริกันได้ไม่น้อย

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

รู้ไหมว่า.. มูเกช อัมบานีและครอบครัวอาศัยอยู่ในที่พักชื่อว่า แอนทีเลีย ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้ากว่า 27 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 398,000 ตารางเมตร

ประกอบไปด้วยห้องบอลรูมสำหรับจัดเลี้ยง ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ โรงภาพยนตร์ 50 ที่นั่ง สวนแนวตั้ง สวนลอยฟ้า จุดจอดเฮลิคอปเตอร์ 3 จุด และที่จอดรถ 6 ชั้น

พร้อมกับพนักงานที่คอยดูแลบ้านอีก 600 คน

ตึกแห่งนี้ถูกออกแบบให้แต่ละชั้นมีความกว้างแตกต่างกันออกไป แถมยังสามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ 8 แมกนิจูด และรองรับแรงระเบิดได้เป็นอย่างดี

รวมๆ แล้ว ที่พักแห่งนี้มีมูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าไม่นับพระราชวังบักกิงแฮมของราชวงศ์อังกฤษ

ตึกแอนทีเลียของครอบครัวอัมบานี จะเป็นที่อยู่อาศัยที่แพงสุดในโลก เลยทีเดียว..

Jiranchai Itthiyannawaj
คนเก่ง ย่อมได้มาแห่งชัยชนะ
16 ม.ค. เวลา 14:00
เป็นต่อ แฟนฉัน
ขอบคุณครับ
15 ม.ค. เวลา 09:39
1
น้าเต่า
ว๊าว ว๊าว ว๊าว รวยปะล้ำปะเหลือ
15 ม.ค. เวลา 07:24
Skykai
ตึกโคตรแพง
15 ม.ค. เวลา 05:39
1
Sarunpat sucksangdown
งานนี้ Alibaba ก็น่าจะหนาวเหมือนกัน🤔
15 ม.ค. เวลา 00:11
The Last Naturalist - ธรรมชาติวิทยา
ถ้าเป็นประเทศอื่นต้องโดนข้อหาผูกขาดแน่ๆ ครองธุรกิจหลักของประเทศ 3 ตัวอย่างนี้
14 ม.ค. เวลา 23:30
1
จุติชัย จันละมา
โอ้โห ตึก ตอนแรกคิดว่าออฟฟิส จนอ่านไปถึง..โห้ววว บ้านคน!!!
14 ม.ค. เวลา 20:29
1
Thanakrit Ohmkun Etaecarclub
ขอบคุณครับ
14 ม.ค. เวลา 16:29
1
ครูสายเลือดใหม่
ขอบคุณบทความครับ
14 ม.ค. เวลา 15:54
2
เล่าหุ้นให้มันง่าย
ตึกสวยเลยครับ
14 ม.ค. เวลา 15:49
1
Get the app
© 2019 Blockdit