โพสต์


1 ก.พ. เวลา 11:09Sports

Data Science กับอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Liverpool ของ Klopp เป็นทีมที่ยากที่จะต่อกร

87 นาทีของเกมส์ในลอนดอนเหนือ ใน Big Match นัดล่าสุดที่ผ่านมา ในขณะที่ทีมของ Jose Mourinho กุนซือของท็อตแนมฮ็อทสเปอร์ถูกตรึงสกอร์ไว้ด้วยความหมดหวัง ทีมของ Mourinho พยายามทุกวิถีทางเพื่อตีเสมอ แต่สเปอร์ก็ไม่สามารถเจาะเพิ่มทำประตูได้ แม้จะได้โอกาสที่ยอดเยี่ยมจาก Heung-min Son และ Giovani Lo Celso ในช่วงท้ายเกมส์ก็ตามที

แต่หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกตว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งของเกมส์ ลิเวอร์พูลได้หยุดโมเมนตัมของสเปอร์ลงอย่างเลือดเย็น เมื่อ Dele Alli พาบอลเข้ามาใกล้เส้นครึ่งสนาม ทีมของ Jürgen Klopp ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้ผู้เล่นกระจายตัวเป็นบล็อกที่แคบและมีความแข็งแกร่งดั่งหินผา และให้คู่ต่อสู้ทำได้เพียงเคาะบอลไปมารอบ ๆ ปราการป้อมสุดแข็งแกร่งของลูกทีมของเขาเพียงเท่านั้น

ผู้เล่น 10 คนที่สวมชุดสีแดงของทีมลิเวอร์พูล มีการยืนตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งกลางสนามโดยมีระยะห่างจากด้านหลังไปด้านหน้าและจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งรวมกันไม่เกิน 20 หลา ซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ในวิธีการทำงานและแน่นอนว่าการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะอย่างสวยงามของทีมลิเวอร์พูล

ตอนนี้ทีมหงส์แดงเสียประตูรวมทั้งสิ้นเพียงแค่ 7 ประตู ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนกับการเสียประตูน้อยขนาดนี้ มันล้วนเกิดจากความสามารถของทีมแทบจะทั้งสิ้น ในการควบคุมเกมส์ในสนามให้ได้ดั่งใจของพวกเขา

แน่นอนว่า สโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีแผนกวิเคราะห์ข้อมูล แต่มีน้อยมากที่รวมเอาความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการตัดสินใจระดับสูงและกระบวนการเล่น รวมถึง แท็กทิคต่าง ๆ ตามสิ่งที่ลิเวอร์พูลกำลังทำ

Michael Edwards ผู้อำนวยการด้านการกีฬาของสโมสรเป็นอดีตนักวิเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานที่สโมสร Portsmouth และ Spurs ซึ่งเขาได้มีโอกาสมารับตำแหน่งที่แอนฟิลด์ โดยปัจจุบันเขามีบทบาทหลัก โดยเป็นศูนย์กลางในการดูแลผลประโยชน์ระยะกลางถึงยาวของสโมสร รวมถึงการทำให้มั่นใจว่าทุกแผนกได้รับการจัดการอย่างราบรื่นที่สุด

เฟนเวย์สปอร์ตกรุ๊ปเจ้าของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้วในเรื่องของการรวบรวมข้อมูล รวมถึงเรื่องของ Data Science จอห์น เฮนรี่ เข้าไปลงทุนในกีฬาเบสบอลก่อนที่จะเข้ามายังโลกของฟุตบอล

เขามีชื่อเสียงในการแต่งตั้ง Billy Beane ชายผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดของ Moneyball โดยได้เซ็นสัญญามูลค่า 12.5 ล้านเหรียญ ที่ทำให้ Beane กลายมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบอสตันเรดซอกซ์ในปี 2002 ก่อนถูกควบรวมโดย FSG หลังจากนั้นไม่นาน และตอนนี้แนวคิดของ Beane ได้สร้างความแตกต่างให้กับความสำเร็จของทีมบอสตันเรดซอกซ์อย่างที่เราได้รู้กัน

Ian Graham เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Liverpool โดยเขาได้รับปริญญาเอกในสาขาฟิสิกส์เชิงทฤษฎี และเชื่อในการประเมินผู้เล่นและแนวโน้มที่กว้างขึ้นในวงการกีฬา โดยการคำนวนผ่านตัวเลขที่มีความซับซ้อนสูง

โดยการพัฒนาเรื่องดังกล่าวกับวงการฟุตบอล สามารถทำได้เมื่อมีการวิเคราะห์รายละเอียดในระดับเชิงลึกด้วยกราฟฟิก ทำให้เกิดรูปแบบข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในการทำความเข้าใจกับสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่การครอบครองบอลของทีม

Tim Waskett นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์และ Will Spearman ผู้มีปริญญาเอกด้านปรัชญาเป็นสมาชิกของทีม Data Science ของลิเวอร์พูล ทั้งสองได้พูดต่อสาธารณะเกี่ยวกับแนวคิดของการควบคุมพื้นที่การครอบครองบอลของทีม ด้วยตัวอย่างข้อมูลกราฟิกที่ใช้ในการจับภาพแนวคิดดังกล่าว

ผู้เล่นที่ล้อมรอบด้วยวงกลมสีเหลืองคือคนที่ครอบครองบอลอยู่ และที่สำคัญทีมของเขาสามารถเข้าถึงพื้นที่ของสนามที่เป็นสีฟ้าตามภาพด้านบน ในขณะที่พื้นที่สีแดงส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ถูกครองบอลโดยทีมคู่แข่ง ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวผู้เล่นควรที่จะผ่านบอลเข้าไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในโซนสีฟ้า

Waskett ได้กล่าวว่า การรวมข้อมูลเหตุการณ์และข้อมูลที่มีการติดตามการเล่นของทีมลิเวอร์พูล ทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าแต่ละการกระทำบนสนามส่งผลกระทบต่อความน่าจะเป็นของการทำประตูได้อย่างไร ซึ่งหนึ่งในกราฟิกที่ใช้ในการแสดงทฤษฎีดังกล่าว สามารถดูได้จากด้านล่าง

Waskett กล่าวว่า: “นักเตะที่มีวงกลมพื้นสีแดงคือนักเตะของลิเวอร์พูล และพื้นที่สีแดงเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้เร็วกว่าผู้เล่นสีน้ำเงิน ซึ่งทุกอย่างจะถูกคำนวณให้กลายเป็นความน่าจะเป็นผ่านตัวเลขการคำนวณที่มีความซับซ้อน

และค่าจากตัวอย่างนี้ 1.3% แสดงความน่าจะเป็นที่ลูกบอลจะไปอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวภายใน 15 วินาทีถัดไป ” ข้อมูลดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง แต่เมื่อข้อมูลดิบเหล่านี้ได้รับการกรองและนำไปใช้ภายในสโมสร การค้นพบนี้สามารถทำให้ลิเวอร์พูลสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ยังไม่พัฒนาในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ

Klopp เป็นคนรับผิดชอบหลักในการฝึกทีม ซึ่งข้อสรุปใด ๆ ที่ได้รับแนะนำโดยแผนก Data Science ของสโมสรจะต้องนำมาตีความและนำไปใช้ในแง่ของการเล่นฟุตบอลโดยตัวของ Klopp เอง

ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจก็คือ ลิเวอร์พูลยิงถูกยิงเข้ากรอบเพียงแค่ 55 ครั้งเท่านั้น ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ (สถิติถึงเกมส์กับสเปอร์) ซึ่งดีกว่าอันดับสองอย่างเชลซีที่ 65 ครั้ง ใน ตามด้วยแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่ 70 ครั้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าแนวการป้องกันของลิเวอร์พูลและกลยุทธ์การบล็อกตรงกลางของทีม อย่างที่เห็นในการเล่นกับสเปอร์ ทำให้ประสิทธิภาพในเกมส์รับของลิเวอร์พูลสูงมาก ๆ ในฤดูกาลนี้

ทางฝั่งของเกมส์รุก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์และแอนดี้ โรเบิร์ตสันส์ กำลังโด่งดังจากการผ่านบอลครอสสนาม ซึ่งต้องบอกว่าการกระทำรูปแบบนี้นั้นค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเกมส์ฟุตบอลในยุคนี้

แต่มันมีเหตุผลรองรับเพียงพอที่ว่าการกระทำเหล่านี้เกิดจากแนวคิดของการจัดการพื้นที่การครอบครองบอล อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับสเปอร์สที่แอนฟิลด์ในช่วงต้นฤดูกาลและข้อมูลสถิติการผ่านบอลของเขาในเกมส์แรกแสดงดังภาพด้านล่าง

จากรูปแสดงให้เห็นการผ่านบอลแบบแนวทแยงมุม ชี้ให้เห็นว่าการผ่านบอลลักษณะนี้ของ อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ ได้รับคำสั่งจาก Klopp อย่างจงใจ

กองกลางของลิเวอร์พูลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ข้อมูลการจัดการพื้นที่การครอบครองบอลผ่าน Data Science ?

ความเสี่ยงในการครอบครองโดยทั่วไปแล้วนั้น จะถูกนำมาใช้โดยกองหลังเต็มรูปแบบของทีม ในขณะที่กองกลางกลางในทีมของ Klopp มุ่งไปที่การรักษาวินัยในการเล่นและมุ่งเน้นไปที่การรักษาสมดุลของทีมเป็นหลัก

ซึ่งบางทีแผนก Data Science ของลิเวอร์พูลได้ค้นพบจุดศูนย์กลางของสนามที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน ดังนั้นผู้เล่นอย่าง Jordan Henderson และ Gini Wijnaldum ก็มักจะเล่นบอลแบบ Play-Safe อยู่เสมอ อย่างที่เราได้เห็นกันมาตลอด

และในทางกลับกัน พื้นที่แนวรุก ด้านใน ทั้งด้านขวาและซ้าย ที่นำโดย Sandio Mane และ Mohamed Salah และ ช่องว่างตรงกลางหลังแนวรับฝั่งคู่แข่ง อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการใช้ในการโจมตีนั่นเอง

ไม่มีใครรู้ว่าว่าทีมลิเวอร์พูลได้ค้นพบสุดยอดความลับจาก Data Science มาน้อยเพียงใด ที่ส่งผลให้ทีมฟอร์มแข็งแกร่งอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อพิจารณาว่าพวกเขาสามารถคว้าแชมป์สโมสรโลกและแพ้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเพียงครั้งเดียวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018 มันเป็นไปได้สูง ที่ข้อได้เปรียบที่ได้รับจาก Data Science จะส่งผลอย่างมากต่อทีมลิเวอร์พูลในยุคของ Klopp อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ทำให้ทีมอย่างลิเวอร์พูลก้าวมาถึงจุดที่เราเห็นในวันนี้ มันต้องประกอบด้วยส่วนประกอบที่ลงตัวหลาย ๆ ส่วน ไม่ใช่แค่เพียงความสามารถจากกุนซือสมองเพชรอย่าง Jurgen Klopp เพียงอย่างเดียว

การเปลี่ยนแปลงของลิเวอร์พูลมันชัดเจนมาตั้งแต่การเข้ามา take over สโมสรของ จอห์น เฮนรี่ ซึ่งเขาเป็นคนที่มีประวัติไม่ธรรมดา เมื่อสามารถทำทีมเบสบอลอย่าง บอสตันเรดซอกซ์ ประสบความสำเร็จมาแล้ว ด้วยการใช้ข้อมูลจาก Billy Beane

ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนฟุตบอลตัวยงแต่เชียร์ทีมปืนใหญ่ อาเซน่อล ซึ่ง ได้มองเห็นภาพความสำเร็จทีละขั้น ๆ ของลิเวอร์พูลมาโดยตลอด และไม่แปลกใจเลยเมื่อได้อ่านข้อมูลจากบทความนี้ ที่ Data Science กลายมาเป็นปัจจัยที่สำคัญชี้ขาดอย่างหนึ่งที่ยกระดับความสามารถของทีมลิเวอร์พูลให้แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

เราจะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล เล่นอะไรง่าย ๆ ไปเสียหมด การรุกที่จังหวะไม่มากนัก แต่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง แนวป้องกัน ที่ยากที่จะเจาะเข้าไปทำลาย ซึ่งแม้กระทั่งเป๊บ กุนซือมากความสามารถ ก็ยังต้องยอมศิโรราบให้กับลิเวอร์พูลในยุคนี้

แน่นอนว่าทีมอื่น ๆ ก็ต้องมาเริ่มโฟกัสกับเรื่องของข้อมูล โดยเฉพาะงานด้าน Data Science ให้มากยิ่งขึ้น เพราะนับวันทีมลิเวอร์พูลจะทิ้งห่างคู่แข่งออกไปเรื่อย ๆ เมื่อส่วนผสมของพวกเขาลงตัวในทุก ๆ จุด และส่วนผสมที่สำคัญระหว่างศาสตร์ทางด้านฟุตบอลของ Klopp และ ศาสตร์ด้านข้อมูลที่มาจากทีมงาน Data Science ของพวกเขา กำลังแสดงให้โลกเห็นว่า ข้อมูลนั้นสำคัญเพียงใดกับเกมส์ฟุตบอล ซึ่งสุดท้ายมันอาจจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และยากที่จะมีคู่แข่งมาต่อกร ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียวนั่นเองครับผม

ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog

Twitter : twitter.com/tharadhol

Instragram : instragram.com/tharadhol

Website : www.tharadhol.com

อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog
boons
ดีครับ
2 ก.พ. เวลา 02:28
1
ด.ดล Blog
😊😊😊
2 ก.พ. เวลา 03:49
1
Life Love&Laugh
ยอดเยี่ยมมากนะครับ
2 ก.พ. เวลา 01:16
1
ด.ดล Blog
🤔🤔🤔
2 ก.พ. เวลา 03:49
1
Blockพูดได้byข้าวน้อยฯ
ใช่ ผมเห็นด้วยเลย
2 ก.พ. เวลา 00:49
1
ด.ดล Blog
น่าจะต้องรออีก20ปีนะ 😂😂😂😂
2 ก.พ. เวลา 03:58
1
2 ก.พ. เวลา 03:58
1
ด.ดล Blog
😎😎😎😎
2 ก.พ. เวลา 03:58
Kangajo
ผมยกให้บทความนี้ชนะเลิศที่สุดในใจผมเลยครับ เห็นความเปลี่ยนแปลงของทีม แต่ไม่นึกว่าจะใช้ Data Science รวมถึงทีมนักวิทยาศาสตร์ขนาดนี้ โลกไปไกล และเปลี่ยนแปลงเร็วมากแบบทวีคูณจริง ๆ ครับ
1 ก.พ. เวลา 18:24
1
ด.ดล Blog
👍👍👍
2 ก.พ. เวลา 03:49
ArmU_
ย.งงขข
1 ก.พ. เวลา 17:50
1
Prasit Anuntasri
สูดยอด ทีมโปรดของผม หลายปีมานี้ต้องยืนเชียร์หลังเสา มาปีนี้ ยืนหน้าเสา555
1 ก.พ. เวลา 16:06
1
ด.ดล Blog
👍👍👍👍
1 ก.พ. เวลา 16:06
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
ทีมอื่นทำอะไรอยู่เนี่ย ผีมาอ่านด่วน😢
1 ก.พ. เวลา 14:54
1
ด.ดล Blog
อิอิ
1 ก.พ. เวลา 14:54
1
ทัศพงษ์ ชูทุ่ง
ใช่ครับ ต้องประกอบกันหลายได้สน ซึ่ง เฟย์เวน บริหารจัดการได้ดีมากครับ
1 ก.พ. เวลา 13:22
1
ด.ดล Blog
👍👍👍
1 ก.พ. เวลา 13:34
เสี่ยใหญ่​
แผนดีก็ต้องฟิตจัดๆเพราะฟุตบอลสไตล์ค็อปคือเฮฟวี่เมทัลใช้แรงเยอะมาก
1 ก.พ. เวลา 12:40
1
ด.ดล Blog
ใช่เลยๆ
1 ก.พ. เวลา 13:34
อิ่มบุญ
สุดยอดเลยขอรับ
1 ก.พ. เวลา 12:36
1
1 ก.พ. เวลา 13:29
1