โพสต์


2 ก.พ. เวลา 11:09News

เมื่อไทยมีประสิทธิภาพในการจัดการการระบาดของ Coronavirus ได้ดีกว่า ญี่ปุ่น และ สิงค์โปร์

ผมมีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ และสามารถคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้แบบง่าย ๆ ว่าประสิทธิภาพในการจัดการการแพร่ระบาดของ Coronavirus ของประเทศไทยนั้นทำได้ดีกว่า ทั้งญี่ปุ่น และ สิงค์โปร์

ต้องบอกว่า สถานการณ์การระบาดของ Coronavirus ที่มีต้นตอมาจากเมือง อู่ฮั่น ของประเทศจีน ดูจะไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง และ ดูเหมือนว่า การแพร่กระจายนั้นจะทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ในหลาย ๆ ประเทศที่ต้องประสบพบเจอกับปัญหาดังกล่าว

แน่นอนว่า ประเทศที่จะต้องเจอปัญหามากกว่าใครก็คือ ประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวปลายทางอันดับหนึ่งของประเทศจีน รวมถึงชาวเมือง อู่ฮั่นเองก็ตาม ทำให้ประเทศเราต้องทำงานหนักกว่าใครในการแก้ปัญหาดังกล่าว

คราวนี้เรามาลองพิจารณาดูจากข้อมูล การเดินทางของชาว อู่ฮั่น ที่เป็นต้นตอของเชื้อ Coronavirus ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดเจนจากข้อมูลจาก thestandard.co ว่า พวกเขาเดินทางมายังกรุงเทพมหานครของเราสูงถึง 20,000 คน

ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขนี้ก็สัมพันธ์กับที่สื่อต่างชาติออกข่าวมาก่อนหน้านี้ ในเรื่องที่ว่า กรุงเทพเป็นเมืองที่มีความเสี่ยงที่สุดสำหรับ coronavirus ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริงว่ามันถูกต้องเพราะนักท่องเที่ยวจาก อู่ฮั่น เดินทางเข้ามากรุงเทพมากที่สุด มันก็สมเหตุสมผลกับคำว่าเสี่ยงที่สุดอย่างที่สื่อได้ประโคมข่าวกันไปก่อนหน้านี้ แต่เขาไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพการจัดการการแพร่ระบาดของ coronavirus ในประเทศเราต่ำสุดซะหน่อย

คราวนี้มาดูตัวเลขล่าสุดอัพเดทวันที่ 2 ก.พ. 2020 นั้นจะพบว่า ญี่ปุ่นได้แซงไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งทั้งสามประเทศนั้น มีจำนวนผู้ติดเชื้อใกล้เคียงกัน คือ ญี่ปุ่น 20 ราย , ไทย 19 ราย และ สิงค์โปร์ 18 ราย

เมื่อเอาข้อมูลมา plot กราฟแบบเบสิก สุด ๆ ก็พบว่า % การติดเชื้อของเรานั้นต่ำมากแค่ 0.095% เท่านั้น ส่วน สิงค์โปร์ 0.169% ตามมาด้วย ญี่ปุ่นที่ 0.220%

จากข้อมูลนี้ก็เป็นตัวเลขหนึ่งที่น่ามีความเป็นไปได้ว่า ประเทศไทย มีการจัดการสำหรับการแพร่ระบาดของ coronavirus ได้ดีกว่า ทั้ง สิงค์โปร์ และ ญี่ปุ่น ซึ่งการจัดการที่มีประสิทธิภาพนั้น รวมถึงการติดตาม monitor เหล่านักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น ที่หากมีเชื้ออยู่นั่น จะไม่กระจายไปสู่วงกว้าง ซึ่งแน่นอนว่าต้องอาศัยระบบการจัดการในเรื่องดังกล่าวที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยไม่กระโดดสูงมาก ทั้งที่แบกรับภาระจำนวนนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นมากกว่าประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากในประเทศจีนนั่นเอง

แต่หลายคนอาจจะบอกว่า รัฐบาลไทย ไม่โชว์ตัวเลขที่แท้จริงหรือไม่ ซึ่งก็เป็นคำถามที่สามารถถามได้เช่นเดียวกันว่า ตัวเลขของรัฐบาล ญี่ปุ่น และ สิงค์โปร์นั้น มีการปกปิดข้อมูลหรือไม่ เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ออกมาประกาศแบบเปิดเผยเหล่านี้น่าจะเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้มากที่สุด เท่าที่เราจะหาข้อมูลมาเปรียบเทียบได้นั่นเอง

แล้วทำไม? ไทยถึงมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการจัดการการแพร่ระบาด

ต้องบอกว่า ประเทศไทยนั้น ผ่านประสบการณ์เรื่องราวเหล่านี้มาแล้ว และมีผลงานเป็นที่ยอมรับในอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นจากโรคซาร์ หรือ ไข้หวัดนก และที่สำคัญประเทศไทย นั้นเป็นประเทศหนึ่งที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพลำดับต้น ๆ ของประเทศ ที่ทำงานอยู่ในวงการสาธารณสุขไทย

ลองจินตนาการง่าย ๆ ว่า เพื่อนเราระดับเทพ ๆ เรียนเก่ง ๆ สมัยตอนเรียนอยู่มัธยมนั้น ไปกระจุกตัวอยู่ที่อาชีพไหน แน่นอนหลาย ๆ คน ก็ต้องตอบว่าหนีไม่พ้นวงการสาธารณสุขนั่นเอง มันทำให้วงการสาธารณสุขของไทย ในหลาย ๆ เรื่องนั้น มีมาตรฐานในระดับโลก ทั้งเรื่องคุณภาพในการรักษา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวงการสาธารณสุข อย่างข่าวล่าสุดที่โรงพยาบาลราชวิถีคิดค้นวิธีการรักษาผู้ป่วยติดไวรัสโคโรน่าที่มีอาการรุนแรงได้สำเร็จ ซึ่งรวมถึงเรื่องการจัดการการแพร่ระบาดอย่างที่เราได้เห็นจากข้อมูลดังกล่าว

บทความนี้เป็นการแสดงข้อมูลเบื้องต้นให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการจัดการการแพร่ระบาดของประเทศไทย ที่ผมก็ยังมองว่าไม่แพ้ชาติใด ๆ ในโลก และเป็นกำลังใจให้กับทีมงานทุกภาคส่วนที่ดูแลเรื่องนี้ ที่ต้องทำงานอย่างหนักมาก ๆ จนได้ผลงานอย่างที่เราได้เห็น

แต่ข้อมูลจากบทความนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องอื่น ๆ ของประเทศไทย จะมีประสิทธิภาพเหมือนการควบคุมการแพร่ระบาดของ coronavirus ต้องมีการแยกเป็นประเด็น ๆ ออกไป เช่น เรื่องของการช่วยเหลือคนไทยในการอพยพมาจากแหล่งต้นตอของการแพร่ไวรัสในเมืองอู่ฮั่น ที่ดูจะเชื่องช้าและสามารถทำให้มีประสิทธิภาพได้มากกว่านี้

แต่อย่างไรก็ดี ถึงการจัดการกับการแพร่ระบาดจะมีประสิทธิภาพยังไง เราก็ยังคงต้องระวังตัวเองให้ดีที่สุด เพราะดูเหมือนจำนวนผู้ติดเชื้อจะมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีทีท่าว่าปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขโดยง่าย เพราะฉะนั้นการสวมหน้ากากเมื่อออกไปยังสถานที่สาธารณะจึงเป็นสิ่งที่ปกป้องเราได้ดีที่สุดนั่นเองครับผม

*** ข้อมูลตัวเลขจากบทความนี้ อ้างอิงถึงวันที่ 2 ก.พ. 2020 ครับผม ***

*** เพิ่มเติม หลังจากได้รับ Feedback จากบทความนี้นะครับ ข้อมูลนี้อาจจะสรุปไม่ได้ชัดเจนในเรื่องนี้แบบ 100% เพราะสุดท้ายเราไม่รู้ว่า กลุ่มผู้ป่วยจริง ๆ จากอู่ฮั่นนั้น เดินทางไปที่ใดมากกว่ากัน ผมเพียงแค่นำข้อมูลที่มีการปล่อยออกมาเพื่อเทียบให้เห็นประสิทธิภาพของ การทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้องน่ะครับ ว่าคนของเราก็ไม่เป็นสองรองใครในโลกนี้ สำหรับการจัดการเรื่องนี้ครับผม ผมแก้ไขคำเป็น -จากข้อมูลนี้ก็เป็นตัวเลขหนึ่งที่น่าจะมีความเป็นไปได้ว่า- แทนนะครับ***

Referenes : ลงทุนแมน , thestandard.co

ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog

Twitter : twitter.com/tharadhol

Instragram : instragram.com/tharadhol

Website : www.tharadhol.com

อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog
20
Chocobo
ประโยคนึงที่ว่าเพื่อนๆเราที่เก่งๆ มักไปเป็นอาชีพอะไร ทำไมผมไปนึกว่าเพื่อนที่มักหันไปทำอาชีพเก่าของนายกของเราจะถือว่าเก่งไหมนะ อืมม..
4 ก.พ. เวลา 05:08
อิศรางค์ สนิทดำรงค์
นักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นที่เข้าไทยมาช่วงตรุษจีน ที่มีเชื้อน่าจะแสดงอาการกันหมดแล้ว แล้วโรคแบบนี้ที่คนตื่นตระหนกมาก ผมเชื่อว่าคนที่มีอาการเข้าข่ายก็ต้องดิ้นรนไปหาหมอกันทั้งนั้นแหละครับ... ถ้ายังไม่อยากตาย ...ดังนั้นการปกปิดตัวเลขผู้ป่วยหรือตายทำได้ยากมากๆ สำหรับทุกๆประเทศ ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย..แต่อีกเรื่องที่ผมเชื่อว่าเราไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลกนี้คือเรื่องการปล่อย Fake News ครับ ฝาก ด.ดล ช่วยหาข้อมูลมาตีแผ่ด้วยนะครับ 😁
3 ก.พ. เวลา 18:32
1
Art Cowman
มีคนเนิฟประเทศตัวเองด้วย
3 ก.พ. เวลา 10:17
1
รณชัย ฤทธิ์พวง
คิดได้ 2 แง่ ที่เค้าเจอผู้ป่วยเยอะ อาจจะเพราะว่าเค้าคัดกรองได้ดีกว่าเรารึเปล่า หรือของเราเจอเยอะ แต่ปกปิดเอาไว้ เช่นคนที่เพิ่งรักษาหาย อาการโคม่าต้องใช้ยาสูตรใหม่ ไรแบบนี้ เพิ่งรู้ว่ามีก็ตอนหายแล้ว
3 ก.พ. เวลา 04:15
1
ด.ดล Blog
ใช่ครับ มองได้ทั้งสองมุม ในทุกประเทศ ครับ
3 ก.พ. เวลา 04:16
ไอ แอม นัมเบอร์โฟร์
ข้อมูลน้อยเกินกว่าจะสรุปได้ เพิ่งช่วงแรกของการระบาดเอง
3 ก.พ. เวลา 02:08
1
ด.ดล Blog
👍👍👍
3 ก.พ. เวลา 04:17
กฤษดา พุกกะมาน
คนไทยแข็งแกร่ง ในยุคที่ข่าวสารรวดเร็ว คนไทยย่อมไม่รอความช่วยเหลือจากใคร ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด
3 ก.พ. เวลา 00:11
1
ด.ดล Blog
👍👍👍
3 ก.พ. เวลา 04:17
ธนานนท์ เสนาวงษ์
ที่ญี่ปุ่นเยอะเพราะเค้าเพิ่งเอาเครื่องบินไปรับคนของเค้ากลับมาแล้วมีอาการติดเชื้อด้วยไม่ใช่หรอ ซึ่งไทยเรายังไม่ได้ผ่านจุดนั้นจะน้อยกว่าก็ไม่แปลกหนิ
2 ก.พ. เวลา 17:45
อิ่มบุญ
น่าชื่นชม ยอดเยี่ยมจริงๆครับ
2 ก.พ. เวลา 14:14
1
ด.ดล Blog
😉😉😉
2 ก.พ. เวลา 15:16
เรื่อยเปื่อย
วิเคราะห์ชัดเจน และเป็นจริงเราเลยอยู่อันดับที่ 6 ของโลกไงครับ แต่ถึงจะตรวจสอบได้ดี บุคลากรการแพทย์เยี่ยม และจะสำเร็จได้ดีเลิศต้องเกิดจากความรัก สามัคคีของคนไทย ที่จะร่วมมือกัน เฝ้าระวังและป้องกันด้วย
2 ก.พ. เวลา 13:18
3
ด.ดล Blog
😉😉😉
2 ก.พ. เวลา 15:16
1
wichaaaplus
วงในเราเหนื่อยมาก จัดการ กะปัญหา น่าชื่นชม บุคลากร ที่ เกี่ยวข้อง แต่ พวก ไม่สร้างสรร ก็ ไซโค ไปทั่ว น่ากังวล กะ แนวคิด
2 ก.พ. เวลา 13:14
3
ด.ดล Blog
👍👍👍
2 ก.พ. เวลา 15:16
2