2 ก.พ. เวลา 11:11Business

เราจะอยู่รอดในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง แห่งศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร?

ยูวาล โนอาห์ ฮารารี ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ในงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือน มกราคมที่ผ่านมา - ช่วงเดียวกันกับข่าวการระบาดของไวรัสโคโรน่า

และนี่คือ สรุปประเด็นสำคัญ ที่เราต้องติดตาม

1) กำเนิดชนชั้นที่ไร้ค่า "useless class"

ยูวาล เล่าว่า หากคุณเป็นคนขับรถบรรทุก อายุ 55 ปี ที่พบว่าตัวเองต้องเสียอาชีพ ให้กับรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ คุณมีทางเลือก 2 ทาง คือ เปลี่ยนอาชีพเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ หรือ เป็นครูสอนโยคะให้วิศวกรอีกที คุณจะทำอาชีพไหนดี?

ซึ่งรับประกันว่าคุณจะไม่ได้เปลี่ยนอาชีพใหม่แค่ครั้งเดียว แต่ AI จะมาทำงานแทนคุณไปเรื่อยๆ จนในที่สุดคนที่เปลี่ยนไม่ทัน ก็จะกลายเป็น ชนชั้นที่ไร้ค่า "useless class"

แต่ "ไร้ค่า" ในที่นี้คือ ไร้ค่า ทางเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่มีค่าในสายตาของครอบครัวและเพื่อนๆ

ช่องว่าง ระหว่างชนชั้นนำ (elite) ที่เข้าถึงเทคโนโลยี กับ ชนชั้นที่ไร้ค่า จะมากขึ้นเรื่อยๆ

(ตามรายงาน McKinsey ปี 2017 ระบุว่า ภายในปี 2030 งาน 1 ใน 3 จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ในขณะที่ทาง Oxford ระบุตัวเลขไว้ที่ 47% ของงานทั้งหมด)

2) ไม่ใช่แค่ชนชั้นในประเทศ แต่ AI จะสร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศ

ในยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม ในศตวรรษที่ 19 ประเทศอังกฤษและญี่ปุ่น สามารถพัฒนาเทคโนโลยี จนแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก

ปัจจุบันดูแล้วเป็นการแข่งขันกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จนประเทศอื่นๆ ยากจะตามทัน

ยูวาล ใช้คำว่าบางประเทศอาจตกเป็น "data colonies" หรือตกเป็นเมืองขึ้นทางข้อมูล ปล่อยให้ต่างชาติมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลของคนในประเทศ

ยูวาล ชวนคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ สามารถผลิตสิ่งทอ หรือรถยนต์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ถูกกว่าผลิตในเม็กซิโก

และประเทศพัฒนาแล้ว ยังเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลส่วนบุคคลของคนในประเทศอื่นด้วย เมื่อนั้น คงไม่จำเป็นต้องส่งทหารเข้าไปรบ!

3) เผด็จการดิจิตอล

(ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง หากย้อนไปช่วงที่ ประธานาธิบดี บิล คลินตัน พาสหรัฐฯ ไปคบกับจีน โดยคลินตันให้เหตุผลว่า "อินเตอร์เน็ต" จะบังคับให้จีนต้องเปิดเสรี

ปัจจุบันผลตรงกันข้าม อย่างที่ทุกคนเห็น จีนใช้ดิจิตอล และ AI คุมได้ทั้งประเทศ)

อาจารย์ ยูวาล นำเสนอ สมการ แห่งศตวรรษที่ 21 นั่นคือ

B x C x D = AHH

B - Biological Knowledge คือ ความรู้เชิงชีวภาพ - ร่างกายของคน

C - Computing Power คือ พลังในการคำนวณ

D - Data คือ ข้อมูล

หากเอา 3 ข้อนี้คูณกัน จะเกิด AHH ก็คือ Ability to Hack Human หรือ การที่หุ่นยนต์ สามารถเข้าใจสภาพทั้งทางกายภาพ และจิตใจความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์

AHH อาจใช้ในแง่ดี คือ การรักษามนุษย์ หรือ อาจใช้ในแง่ร้าย เป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมคนได้

ยูวาล เล่าเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน...

เราเชื่อที่ Facebook แสดงให้เราว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งใหม่

เราเชื่อที่ Google บอกเราว่าสิ่งนี้คือเรื่องจริง

เราให้ Netflix แนะนำหนังที่เราชอบ

เราให้ Amazon และ Alibaba บอกว่าเราควรซื้ออะไร

จากเดิมที่มนุษย์เคยคิดว่า ชีวิตคือ การตัดสินใจ เลือกทางเดินด้วยตัวเอง แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากการตัดสินใจของมนุษย์ขึ้นกับอัลกอรึทึม ที่ AI บอกเรา

4) เทคโนโลยี อาจไม่ดิสรัป (ทำลายล้าง) แค่เศรษฐกิจ การเมือง และปรัชญา แต่กำลังดิสรัป ร่างกายมนุษย์ ด้วย

จากเดิมที่การคัดสรร เกิดขึ้นโดยกลไกทางธรรมชาติ แต่ในอนาคต อาจมีการใช้เทคโนโลยี ในการออกแบบมนุษย์ขึ้นมาใหม่ เช่น การสร้างมนุษย์ที่มีสติปัญญาสูง และมีระเบียบวินัย

ในขณะที่ ละทิ้งความเห็นอกเห็นใจ ความเป็นศิลปิน และจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์

แน่นอนว่า สิ่งนี้คือ การคาดเดา ยังไม่ใช่ความจริง

5) แต่ละประเทศต้องร่วมมือกัน

ความรักชาติ ไม่ได้หมายความถึง การเกลียดชาวต่างชาติ หากแต่หมายถึง การยกย่องบุคคลผู้เสียสละให้ประเทศขาติต่างหาก

สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ก็คือ ความร่วมมือร่วมใจกันต่างหาก

มนุษย์ ต้องยอมรับในกฎเกณฑ์ของโลก เพื่อให้โลกดำเนินต่อไปได้

(ตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้ ที่คนใส่ใจเรื่องการลดขยะพลาสติกเป็นต้น)

ยูวาล ยกตัวอย่าง ฟุตบอลโลก เป็นความร่วมมือกันระดับโลก หากทุกคนไม่ยินยอมกับกฎกติกา การแข่งขัน ก็คงแข่งกันไม่ได้...

6) "สันติภาพ" กับความหมายที่เปลี่ยนไป

สงคราม ไม่ใช่ ต้นเหตุ ที่ทำให้คนเสียชีวิต มากที่สุดอีกต่อไป เราอาจต้องกลัว น้ำตาล ที่ทำให้คนเสียชีวิตจากโรคเบาหวาน ซะมากกว่า

มนุษย์ใช้ความพยายามอย่างมาก ในการที่ออกมาจากการใช้ชีวิตในป่า มาอยู่ในสังคมเมืองแบบนี้ได้

ถึงแม้ปัจจุบัน สังคมเมืองจะมีความวุ่นวาย แต่ยูวาลให้ความเห็นในฐานะที่เป็นนักประวัติศาสตร์ว่า เราคงไม่อยากกลับไปอยู่ในป่า

บทสรุปที่ยูวาลทิ้งท้าย ก็คือ ถึงแม้มนุษย์อาจทำลายล้างกันเอง แต่โลกก็คงยังดำเนินต่อไปได้

ในอนาคตอาจเป็น "หนู" ที่สามารถวิวัฒนาการ จนแทนที่มนุษย์ได้

แต่ยูวาล หวังพึ่ง ผู้นำที่ไปรวมกันในงานที่ ดาวอส มากกว่าที่จะพึ่งพา หนู...

💡ไม่อยากพลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ และกลยุทธ์ทางธุรกิจ

กดติดตาม "นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"

https://zupports.co

และหากต้องการปรึกษาเรื่องนำเข้าส่งออก แอดไลน์ @zupports ได้เลย

http://bit.ly/35Rh2ql

คนขับสามล้อ ^^_^^
หลายอย่างที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นไปได้ …มันก้อเป็นมาแล้ว … ขอบคุณมากๆครับ :)
24 ก.พ. เวลา 12:17
พิสิฐกิตติขจรไกล
เป็นแง่คิดที่ดีมาก
16 ก.พ. เวลา 23:57
MeeSantisuk
ขอบคุณบทความดีๆติดตามค่ะ
14 ก.พ. เวลา 12:44
Happiness D.I.Y. by Schoko
โอววววว รู้สึกเป็นห่วงลูกหลานขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
14 ก.พ. เวลา 12:42
เจเจ้มีสาระ
เจเจ้มาติดตามค่ะและฝากติดตามเพจเจเจ้มีสาระด้วยนะคะขอบคุณค่ะ
12 ก.พ. เวลา 07:57
1
พขร พงษ์ชัยภูมิ
น่ากลัวนะ AI และหุ่นยนต์จะมาแย่งงานคน คนตกงานก็ต้องเกิดความวุ่นวายขึ้นกับสังคมแน่ ผลกระทบทางอ้อมที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึง ใครที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอก็ได้ไปต่อ ส่วนใครความคิดหยุดกับที่คงโดนผลกระทบหนักแน่ๆ
11 ก.พ. เวลา 15:04
3 ก.พ. เวลา 09:31
3 ก.พ. เวลา 08:52
STYLE NK
ขอบคุณค่ะ
3 ก.พ. เวลา 08:52
3 ก.พ. เวลา 00:55