รักนี้เพื่อใคร?
So you think you know love.
?
How do we love without hurting the one we love?
รักนี้เพื่อใคร (กันแน่)?
เมื่อเรามีรัก เราสุขใจ เราสดใส
อะไรก็ดูดี เรามีแรงเหลือเฟือ อยากทำอะไรไปหมด เราจะทำอะไรก็ได้
รักเลยเป็นพลังงานของเรา
แล้วรักของเรา เป็นพลังงานของเขาด้วยรึเปล่า?
ความรักโดยเฉพาะรักแท้นั้นก็เหมือนเป็นแรร์ไอเท็ม (ของหายาก) ที่อยู่ในใจกลางส่วนลึกที่สุดของป่าดงดิบอันลึกลับซ่อนเร้น เราเชื่อ หรือแม้กระทั่งเรารู้ ว่ามันมีจริงและมันก็หายากทั้งๆที่เราก็ไม่เคยเห็นไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหน้าตาเป็นยังไงแต่เราก็ต้องการมัน เราออกเดินทาง สืบเสาะ สังเกต ตามหา หลายคนหลงทางอยู่ในระหว่างกระบวนการเหล่านั้นจนลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไร หลายคนดีใจจนลิงโลดที่หามันพบแล้วโดยไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเพียงของปลอม บางคนก็เจ็บป่วยละตายลงช้าๆอย่างเดียวดายในระหว่างการค้นหา แย่กว่านั้นบางคนท้อถอดใจยอมแพ้และสาปส่งว่าสิ่งนี้ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงเรื่องที่มีอยู่เฉพาะในนิยายเพ้อฝัน เป็นเพียงจินตนาการและไม่ควรเสียเวลาออกตามหา แต่พวกเราก็ยังโชคดีมากพอที่ยังมีผู้คนหยิบมือนึงที่หามันเจอ ยืนยันว่ารักแท้มีอยู่จริงและพยายามอธิบายให้พวกเราเข้าใจว่ามันเป็นยังไง แต่ก็โชคไม่ดีอีกเช่นกันที่พวกเราไม่อาจทำความเข้าใจตามได้จนกว่าจะได้รับสัมผัสโดยตรงจากมันด้วยตัวเอง
บางคนได้ค้นพบคำตอบของตัวเองแล้วและเฉลยว่ามันไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย บางครั้งมันก็มาหาเรา บางครั้งเราก็บังเอิญไปชนกับมัน ความรักโดยเฉพาะรักแท้นั้นเมื่อเราได้เจอมันตัวเป็นๆแล้วอาจไม่เหมือนกับรูปแบบที่เราเคยหวังเอาไว้ บางครั้งเรารู้ตัวได้ทันทีที่เจอมัน บางครั้งปัญหาบางอย่างทำให้เราเจอมัน บางครั้งมันก็มาพร้อมกับบททดสอบหนักๆของชีวิต บางครั้งเราเลิกหวังที่จะเจอมันแล้ว แต่มันก็มานั่งพักอยู่ข้างๆเรานั่นเอง
แต่คำถามสำหรับผู้ที่คิดว่าค้นหามันจนพบแล้วก็คือ
เราจะรักอย่างไร จึงจะไม่ทำร้ายคนที่เรารัก?
เมื่อได้ยินแล้วก็อาจจะมีคำถามใหม่เกิดขึ้นมาในใจ
เอ๊ะ! ความรักของเรา มันทำร้ายคนที่เรารักได้ด้วยเหรอ?
บ้าน่า! ก็ความรักที่เรามีให้เค้ามันพิเศษมากๆนี่ มันมีแต่ความปรารถนาดี มีแต่ใจที่คิดจะให้ เราไม่เคยคิดจะให้เค้าต้องพบเจอในสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกไม่ควรเลย มีแต่ความคิดระวังป้องกันปกป้อง จะไปไหนทำอะไรก็มีแต่นึกถึงคอยห่วงและคิดเผื่อตลอด มันดีมันพิเศษขนาดนี้แล้วมันจะทำร้ายเค้าได้ยังไง?
สมมุติว่าแรร์ไอเท็มชิ้นนี้เป็นดอกไม้พิเศษชนิดหนึ่ง หากดอกไม้ที่เราค้นพบในใจกลางส่วนลึกที่สุดของป่าดงดิบอันลึกล้ำซ่อนเร้นดอกนี้มันงอกเจริญอยู่ที่ชะง่อนหินตอนบนของผาน้ำตกที่สูงล้ำยิ่งกว่ายอดไม้ใดๆจะเอื้อมไปถึง กำลังดื่มด่ำกับสายละอองน้ำของน้ำตกที่โปรยละอองฟุ้งโอบกอดทั้งกลีบดอกกลีบใบลำต้นและรากอากาศพันเกี่ยวชะง่อนผา ผ่อนคลายอิ่มเอมกับอุณหภูมิสภาพทั้งความเย็นแสงแดดและสายลมรวมไปถึงเสน่ห์อันสวยงามชวนหลงไหลของสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ภาคภูมิและมีความสุขกับที่ที่ตัวเองอยู่ สถานที่แห่งนี้คงเป็นที่ที่สวยงามที่สุดในโลก หากใครได้มาอยู่ก็คงจะอยู่อย่างมีความสุข มีอิสระทางจิตใจและเป็นตัวของตัวเอง แน่นอน ซึ่ง... ดอกไม้ดอกนี้งัยที่มันกำลังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เบ่งบานเปล่งประกายสยายกลีบดอกโปรยปรายกลิ่นละอองเกสรที่หอมสดชื่นเย้ายวนเป็นตัวของตัวเองในแบบที่มันเป็น
เราเดินทางเข้ามาลึกพอจนได้เจอกับสถานที่แห่งนี้และได้เป็นพยานว่ามันสวยงามมากและตกหลุมรักดอกไม้ดอกนี้ในทันทีจนถึงขนาด...
อยากเอากลับบ้าน
เราจะมองเห็นชัดได้มั้ยว่า ดอกไม้ดอกนี้มันสวยงามอยู่แล้วถึงแม้ว่าจะมีหรือไม่มีเราอยู่ก็ตาม
มันก็แค่บังเอิญว่าเราโชคดีมากพอที่ดอกไม้ดอกนี้ก็รับรักของเรารักเราเช่นกันและอนุญาตให้เราพากลับบ้านได้
หากเราพานางกลับบ้านจริงๆ นางจะยังคงเป็นดอกไม้บนผาน้ำตกดอกนั้นอยู่อีกรึเปล่า?
เราจะสามารถจัดหาละอองน้ำตกและสภาพลมฟ้าอากาศแบบเดียวกับในป่าให้กับดอกไม้ของเราได้รึเปล่า?
เราจะสามารถควบคุมเสน่ห์ของที่อยู่อันน่าหลงไหลให้ดอกไม้ได้อยู่อย่างภาคภูมิจนเบ่งบานเปล่งประกายอย่างเช่นเคยได้รึเปล่า?
หากเราไม่สามารถจัดหาอะไรเหล่านั้นได้ เป็นไปได้รึเปล่าว่าแค่ดอกไม้ได้ย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านก็เหมือนเป็นการทำร้ายดอกไม้ทางอ้อม?
เราเชื่อจริงๆมั้ยว่าสภาพแวดล้อมใหม่ที่ดอกไม้จะมาอยู่นั้นมันดีจริงๆกับดอกไม้ มันสามารถทดแทนสภาพแวดล้อมเดิมที่ดอกไม้เคยอยู่ได้จริง?
เราเชื่อจริงๆมั้ยว่าด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ ดอกไม้ก็ยังคงจะเจริญงอกงามเป็นดอกไม้ที่งดงามภาคภูมิเป็นตัวของตัวเองดอกนั้นที่เราอยากได้บนชะง่อนผาแห่งนั้น?
และเราจะยังคงรักดอกไม้ดอกนี้มั้ยหากมันแปรสภาพไปกลายเป็นสิ่งอื่นแทนเนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม?
เป็นไปได้มั้ยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนกับการทำร้ายคนที่เรารัก?
แล้วมันแฟร์กับดอกไม้รึเปล่ากับที่เราพาเธอมาที่นี่จนเธอเป็นแบบนี้ก็เพราะ “เรารักเธอ”?
เราสามารถมองออกได้มั้ยว่าใครกันแน่ที่เรารัก?
ดอกไม้?
หรือว่าตัวเราเอง?
ขอโทษทีครับ จริงๆแล้วตัวอย่างข้างบนมันไม่ได้แฟร์กับคุณผู้อ่านเท่าไหร่ที่ให้ลองพิจารณาจากฉากดังที่กล่าวไปแล้ว
แต่ตอนนี้คุณก็สนใจขึ้นมาแล้ว :)
ชิวิตของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราได้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ดังนั้นเราไม่ได้ค้นหาป่าลึกลับแห่งเดียวกัน เราไม่ได้ตามหาดอกไม้ดอกเดียวกัน ความหมายชีวิตของเราไม่เหมือนกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนชอบทะเล บางคนชอบภูเขา บางคนชอบน้ำตก หรือแม้แต่บางคนไปชอบทะเลทรายก็มี (หายากนะ) แต่จริงๆแล้วเราทุกคนต่างอยู่ที่ไหนซักแห่งในการเดินทางของตัวเองที่เรียกว่า “ชีวิต” และตามหาความรักในแบบของตัวเอง
ลองพิจารณาอีกซักเคส
หากเรากำลังเดินทางอยู่ในทะเลทรายทุรกันดารแล้วบังเอิญไปเจอกับดอกไม้หินเข้า ปรากฏว่าดอกไม้หินนี้สวยงามแปลกตามากเราไม่เคยเห็นและเสียดายมากที่มันไม่มีชีวิตแต่เราก็อดไม่ได้ในที่สุดเราก็รักมัน ด้วยความปรารถนาดีแห่งความรักของเรา ด้วยการปรากฏตัวของเรา ด้วยการดูแลเอาใจใส่ของเรา เราเพียรหาน้ำมารด ปกป้องจากแสงแดดร้อนระอุและความหฤโหดของพายุทรายหรือแม้แต่การถูกฉี่รดเพื่อสร้างอาณาเขตของจิ้งจอกทะเลทราย (มีด้วยเหรอ?) และอะไรต่อมิอะไรต่างๆจนในที่สุดดอกไม้หินดอกนี้ประทับใจและตัดสินใจที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อเรา มันสลัดเปลือกหินให้แตกออกมาเผยให้เห็นรูปโฉมที่สวยงามดุจเทพนิยายที่ทำให้นึกว่านางอาจจะโดนแม่มดที่ไหนสาปมาก็เป็นได้ออกมา นางบอกว่าเราทำให้นางประทับใจและเชื่อใจเชื่อมั่น นางยินดีที่จะติดตามเราไปทุกหนทุกแห่งที่เราจะไป เพราะสิ่งที่นางเติบโตออกมา แหล่งพลังงานของนางไม่ใช่สภาพแวดล้อมแต่เป็น “ตัวเรา” มันคือเราที่ทำให้นางเบ่งบาน และมันคือตัวนางที่ทำให้เราเบ่งบานเช่นกัน
ตอนนี้คุณคงมองเห็นสิ่งที่ผมชวนให้คุณมองให้คุณคิดแล้ว จากทั้งสองตัวอย่างนั้น มันเป็นไปได้หรือไม่ในชีวิตจริงแห่งความรักและความสัมพันธ์ไม่ว่าจะทั้งของเราหรือของคนอื่นๆ?
คนบางคนไม่ได้แค่รักเราเท่านั้น
แต่เค้าก็รักตัวเองในตอนที่ได้อยู่กับเราด้วย
แม้แต่เราเองก็เช่นกัน
ลองพิจารณารูปข้างบนอีกครั้ง
ถามอีกครั้งว่า เราจะรักอย่างไรจึงจะไม่ทำร้ายคนที่เรารัก?
เราเองคือคนที่รู้จักชีวิตของตัวเราดีที่สุด จริงๆแล้วคุณนั่นแหล่ะที่รู้จักชีวิตของคุณเองดีที่สุด รู้จักคนในชีวิตของคุณเองดีที่สุด สังเกตและติดตามความรู้สึกจากคนรอบตัวของคุณเองดีที่สุด เข้าใจและคาดเดารูปแบบของคนในชีวิตของคุณเองได้ดีที่สุด
คำตอบอยู่ที่คุณ
ความคิดเห็น
15 ก.พ. 2020 เวลา 02:00
Superficially Not
ขอบคุณครับ 🙏😊
15 ก.พ. 2020 เวลา 02:40
เรื่องเล่าจากดาวนี้
อ่านแล้วทำให้ได้เห็นความรักในอีกหลายมุมมองเลยนะคะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันมาก ๆ เลยค่ะ 😍❤💐
14 ก.พ. 2020 เวลา 15:38
Superficially Not
ยินดีจ้ะน้องแบม 😊
14 ก.พ. 2020 เวลา 20:44
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
รักไม่ต้องครอบครองก็ได้ค่ะ
14 ก.พ. 2020 เวลา 12:29
Superficially Not
ใช่เลยครับ ความรักไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับการครอบครอง เราแค่อยากเอากลับบ้านเอง ต่อให้ไม่เอากลับบ้านเราก็รักมันได้ 😊
14 ก.พ. 2020 เวลา 12:33