โพสต์


เราจะยอมเปลี่ยนตัวเองได้ไหม ถ้าเจอคนที่ใช่ที่สุด ถ้าต้องเลือก จะทำอย่างไร? นี่คือเรื่องจริงของเจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ของเลสเตอร์ ซิตี้

ความแตกต่างระหว่างนักเตะที่เติบโตมาจากอคาเดมี่ กับนักเตะที่มาจากฟุตบอลเดินสาย คือ "ความเป็นมืออาชีพ"

นักเตะที่โตมากับสโมสร จะรู้จักการวางตัวเป็นอย่างดี และดูแลใส่ใจเรื่องโภชนาการตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขารู้ว่าทำอย่างไร ถึงจะก้าวหน้าในเส้นทางสายนักเตะอาชีพได้ดีที่สุด

ตรงข้ามกับนักเตะที่มาจากลีกภูมิภาค ที่เป็นพวกนักเตะเดินสาย เขาเหล่านี้จะออกแนวลูกทุ่งกว่า กินดื่มอะไรก็ได้ที่ตัวเองต้องการ และทำอะไรตามใจง่ายๆ สาเหตุเพราะไม่เคยถูกปลูกฝังเรื่องความเป็นมืออาชีพมาตั้งแต่เด็ก

และสำหรับเจมี่ วาร์ดี้ ก็เช่นเดียวกัน เขาไม่ได้สังกัดกับอคาเดมี่ไหน แต่มีอาชีพเป็นหนุ่มโรงงานและเล่นบอลเดินสายอยู่กับทีมระดับนอกลีก จนเมื่อปี 2012 เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เล่นอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ เห็นแววในตัว จึงจ่ายเงิน 1 ล้านปอนด์ ซื้อตัวมาจากสโมสรฟลีตวู้ดทาวน์ ในระดับคอนเฟอเรนซ์

สิ่งที่วาร์ดี้มีคือพรสวรรค์ตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่เขาขาดคือวินัยแบบมืออาชีพ

"ผมไม่เคยเข้ายิม เพราะไม่เห็นประโยชน์ของมัน ร่างกายของผมฟิตโดยธรรมชาติอยู่แล้ว" วาร์ดี้กล่าว "ผมจะมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 72-74 กิโลกรัม มีไขมันในร่างกายอยู่่ที่ 5-6% ไม่เคยเกินนี้ ไม่ว่าผมจะทำอะไร จะกินอะไร มันเป็นโชคดีของผมที่ร่างกายของตัวเองเกิดมาเป็นแบบนี้"

"แคสเปอร์ ชไมเคิล จะโมโหมาก ถ้าเห็นผมกินขนม หรือดื่มเหล้าเมายา เพราะเขาจะคอยเตือนให้นักเตะในทีมระมัดระวังเรื่องการกินเสมอ แต่ผมไม่สนหรอก"

วาร์ดี้ กิจวัตรของเขาคือเมายันตี 3 ตี 4 แต่ด้วยร่างกายที่ฟื้นตัวเร็วมาก เขาสามารถนอนแป้บเดียวแล้วลุกขึ้นมา ซ้อมในช่วงสายได้เลย

นอกจากนั้นวาร์ดี้ยังชอบดูด "สนูส" หรือบุหรี่ชนิดซองขนาดเล็ก เพราะ ในเมื่อสโมสรมีคำสั่งห้ามสูบบุหรี่ เขาก็เลี่ยงไปใช้สนูสแทน เพื่อเสพนิโคตินเข้ามาในร่างกาย

สิ่งที่เขาทำ คือการบั่นทอนร่างกายตัวเองไปเรื่อยๆ แต่ประเด็นคือ จากแต่เดิมที่วาร์ดี้เคยไม่มีเงินใช้ตอนเป็นหนุ่มโรงงาน ตอนกลางวันต้องทำงาน ตอนค่ำเตะบอลเดินสาย รับงานสองจ๊อบเพื่อเอาชีวิตรอด มาทีนี้เขามีทั้งเงิน ทั้งเวลา ดังนั้นถ้าเขาอยากเอ็นจอยกับชีวิตให้เต็มที่สักหน่อย มันจะผิดตรงไหนล่ะ

ในตอนนี้ชื่อเสียงของวาร์ดี้เริ่มโด่งดังขึ้น คือในฤดูกาล 2012-13 วาร์ดี้เพิ่งย้ายมาจากฟลีตวูดในปีแรก ดังนั้นเขายังต้องใช้เวลาปรับตัวกับทีมใหม่อยู่ แต่หลังจากที่เลสเตอร์ แพ้วัตฟอร์ดในเกมเพลย์ออฟ พลาดการเลื่อนชั้นอย่างน่าเจ็บใจ คราวนี้ไนเจล เพียร์สัน จึงมองหาชอยส์ตัวเลือกใหม่ๆในแดนหน้า สำหรับฤดูกาล 2013-14 และวาร์ดี้ที่มีพรสวรรค์ที่สูงลิ่ว จึงถูกพิจารณาเป็นคนแรก

เกมแรกของฤดูกาล นัดเยือนมิดเดิลสโบรห์ เพียร์สันส่งวาร์ดี้ลงเป็นตัวจริง ก่อนช่วยเลสเตอร์เฉือนชนะไป 2-1 โดยวาร์ดี้ยิงประตูชัยในเกมนี้ และจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็สตาร์ตตัวจริงตลอด

แน่นอน เรื่องกินเหล้าเมายา ปาร์ตี้ วาร์ดี้ยังเอ็นจอยกับชีวิตแบบสุดเหวี่ยง แต่ในเมื่อผลงานในสนามยังดีอยู่ ไนเจล เพียร์สันก็ไม่ได้ว่าอะไร และปล่อยให้วาร์ดี้สนุกไปเต็มที่ แม้ลึกๆเขาจะไม่สบายใจนัก เพราะวิธีการใช้ชีวิตของวาร์ดี้ มันอาจบั่นทอนอายุการเป็นนักเตะอาชีพให้สั้นลงกว่าเดิมก็ได้

คืนวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2014 เลสเตอร์ ลงเล่นเกมสำคัญกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ และเปิดบ้านถล่มไป 4-1 โอกาสเลื่อนชั้นสูงมาก เพราะดาร์บี้คือคู่แข่งแย่งอันดับกันโดยตรง นัดนี้วาร์ดี้ยังสุดยอดเหมือนเดิม เขายิงประตูปิดกล่องให้ทีมเอาชนะไปแบบขาดลอย

ไนเจล เพียร์สัน ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ให้รางวัลกับนักเตะด้วยการให้อิสระเต็มที่ ในวันเสาร์ที่ 11, อาทิตย์ที่ 12 และ จันทร์ที่ 13 ไม่ต้องมาซ้อม แต่ให้พักผ่อนเต็มที่กับครอบครัว ใครอยากไปเที่ยวทริปสั้นๆที่ต่างจังหวัดกับแฟน กับลูก ก็สามารถไปได้เลย

สำหรับวาร์ดี้ด้วยความที่เขาไม่มีแฟน เขาจะไปเที่ยวไหนได้ล่ะ ดังนั้นจึงวางแผนว่า วันเสาร์ที่ 11 มกราคม ที่จะเป็นวันเกิดอายุ 27 ปีเขาพอดี จะจัดปาร์ตี้ขนาดใหญ่ที่ในผับมันซะเลย แล้วชวนแก๊งเพื่อนมาดื่มเอาให้เมากันถึงเช้า

วาร์ดี้ติดต่ออย่างกะทันหันไปที่ ไวเปอร์ รูม ผับหรูใจกลางเมือง เพื่อจะขอเปิดห้องขนาดใหญ่ เช่าเอามาจัดปาร์ตี้ ซึ่งเจ้าของผับก็ยินดีที่จะได้เซเล็บอย่างวาร์ดี้เป็นลูกค้า จึงสั่งให้ผู้จัดการร้านที่ชื่อ รีเบ็คก้า นิโคลสัน ช่วยทำตามความประสงค์ของวาร์ดี้ในทุกๆอย่าง

วาร์ดี้บอกรีเบ็คก้าว่า ปาร์ตี้คืนนี้อยากได้เหล้าในงานเยอะๆ และอยากให้ตกแต่งด้วยลูกโป่งใส่แก๊สหัวเราะเยอะๆ ติดไว้เต็มผนัง บรรยากาศจะได้ดูครึกครื้น

รีเบ็คก้าสัญญาว่าจะจัดหาทุกอย่างให้ครบทั้งๆที่มีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เธอหาเหล้าทุกประเภทที่วาร์ดี้ต้องการได้สำเร็จ แต่ปัญหาคือลูกโป่ง 250 ลูกที่วาร์ดี้ต้องการ เธอหาคนช่วยไม่ได้เลย ดังนั้นตลอดทั้งวัน เธอต้องนั่งเติมไนตรัสอ็อกไซด์ใส่ลูกโป่งทั้งหมดด้วยตัวเองและเอาไปตกแต่งประดับร้าน ตามรีเควสต์ของลูกค้า

เธอใช้เวลาทั้งวันในการจัดสถานที่ให้วาร์ดี้ด้วยตัวเองคนเดียว และสุดท้ายมันออกมาเพอร์เฟ็กต์มาก เมื่อตอนกลางคืนมาถึง เพื่อนนักเตะเลสเตอร์ อย่างเวส มอร์แกน, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ และ แมตตี้ เจมส์ รวมถึงนักแสดงหลายคนที่เป็นเพื่อนวาร์ดี้ มายังร้านไวเปอร์รูม โดยทุกคนชื่นชมวาร์ดี้ที่จัดปาร์ตี้ได้ดี และสนุกสนานมากๆ นี่เป็นค่ำคืนวันเกิดที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับวาร์ดี้

นั่นทำให้วาร์ดี้รู้สึกขอบคุณรีเบ็คก้าจากใจที่ช่วยเป็นธุระให้ทุกอย่างขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้มีความเป็นมืออาชีพจริงๆ และจัดการทุกอย่างได้เก่งมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นหน้าตาก็ยังน่ารักอีกด้วย

ในคืนงานปาร์ตี้ แน่นอนวาร์ดี้เมา แล้วเขาเองก็รู้สึกปิ๊งรีเบ็คก้าเข้าให้แล้ว จึงระดมส่ง Text ไปรัวๆแบบไม่เกรงใจทาง Whatsapp ว่าเขาชอบเธอมากแค่ไหน แต่รีเบ็คก้าไม่ตอบเขากลับแม้แต่ข้อความเดียว

ตื่นเช้ามาวาร์ดี้ เรียกสติกลับมาได้ เขาส่งข้อความไปหารีเบ็คก้าอีกครั้ง คราวนี้เขาพูดดีๆ และขอโทษที่เขาเมามากเมื่อคืนก่อน จนส่งข้อความไปรัวๆแบบไม่มีมารยาท และถ้าเป็นไปได้อยากจะขอนัดเจอเพื่อคุยกันดีๆได้ไหมในวันที่รีเบ็คก้าว่าง

"ผมไม่มีแฟนหลายเดือนตั้งแต่แยกทางกับเอ็มม่าแฟนคนก่อน ผมรักอิสระ และชีวิตหนุ่มโสดนะ แต่ให้ตายสิ ผมไม่สามารถสลัดรีเบ็คก้าออกจากหัวได้จริงๆ ดังนั้นผมว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว" วาร์ดี้กล่าว

เมื่อคราวนี้วาร์ดี้มาดีๆ แบบสุภาพ ทำให้รีเบ็คก้ายอมคุยด้วย และยอมนัดเจอกันก็ได้

"ที่ฉันจะไปเจอคุณ ต้องบอกก่อนนะ เพราะว่าคุณไม่ยอมเลิกกวนใจฉันสักที ดังนั้นฉันจะไปเจอ เพื่อบอกให้คุณรู้จากปากว่าไม่ต้องส่งข้อความมาแล้ว" รีเบ็คก้าพิมพ์ตอบ ซึ่งวาร์ดี้ก็อ่านไม่ออกว่าเธอคิดแบบนั้นจริงๆ หรือแค่เล่นมุกเท่านั้น

จันทร์ที่ 13 มกราคม เลสเตอร์ยังอยู่ในช่วงการพักซ้อม ซึ่งวาร์ดี้มีนัดกับรีเบ็คก้าที่บาร์เล็กๆแห่งหนึ่ง

วาร์ดี้ไปถึงก่อนรีเบ็คก้าราว 1 ชั่วโมง ซึ่งปรากฏว่าเพื่อนของวาร์ดี้โทรมา ว่าวันนี้ดวลเหล้ากันหน่อยไหม วาร์ดี้ตอบว่าไม่ได้หรอก วันนี้เขามีนัดกับผู้หญิง แล้วอีกอย่างวันรุ่งขึ้นจะซ้อมตอนเช้าด้วย เขากินเหล้าไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะร่างกายหมดสภาพ

แต่เพื่อนก็คะยั้นคะยอว่าให้ดื่มหน่อยจะเป็นอะไรล่ะ นี่เป็นวาร์ดี้ตัวปลอมหรือเปล่าเนี่ยะ สุดท้ายวาร์ดี้ก็ใจอ่อน เรียกเพื่อนมาที่บาร์และดวลเหล้ากัน วาร์ดี้ซัดดับเบิ้ลวอดก้าไปจนเมาได้ที่

เวลาผ่านไป รีเบ็คก้าแต่งตัวสวยมาถึงร้าน ปรากฏว่าวาร์ดี้เกือบจะเมาแล้ว เขาไปนอนเล่นมวยปล้ำกับเพื่อนที่พื้นบาร์

พอรีเบ็คก้ามาถึง เขารีบรวมสติ แล้วถามว่ารีเบ็คก้าคุณจะรับไวน์สักแก้วไหม รีเบ็คก้าปฏิเสธ แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเขาอะไร เธอขอนั่งด้วย และทั้งคู่ก็เริ่มต้นคุยกัน ทำความรู้จักกัน

"เธอมาเห็นผมตอนกำลังมึนๆแบบนั้น ผมนึกว่าจะจบเห่แล้ว แต่อยู่ๆผมรอดจากสถานการณ์ตรงนั้นได้อย่างไรก็ไม่รู้!"

วาร์ดี้จีบรีเบ็คก้าอยู่ 1 เดือน เธอก็ยังไม่ตกลงใจเป็นแฟนกับเขาเสียที

"ผมกับรีเบ็คก้าเราใช้เวลาด้วยกันเยอะเลย แต่ผมก็ยังชนะใจเธอไม่ได้ เธอปฏิเสธความรักของผมตลอด แต่ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ ผมจะไม่ยอมให้เธอปฏิเสธผมได้หรอก"

จริงๆรีเบ็คก้าก็ชอบวาร์ดี้ เพราะเขาเป็นคนน่ารัก ตลก และมีชื่อเสียง มีความมั่นคงในชีวิต มีอนาคตไกลคือทุกๆอย่างดีหมด แต่เธอไม่แน่ใจว่าด้วยไลฟ์สไตล์ในชีวิตของวาร์ดี้มันจะเข้ากับเธอได้จริงหรือไม่

วาร์ดี้อายุ 27 ส่วนเธออายุ 32 แล้ว แก่กว่ากัน 5 ปี นอกจากนั้นเธอยังมีลูกติด 2 คน คือเมแกนอายุ 8 ขวบ และ เทย์เลอร์อายุ 4 ขวบ

รีเบ็คก้าผ่านการหย่าร้างมาแล้วกับผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบหนึ่งคน ดังนั้นถ้ามีความสัมพันธ์ครั้งต่อไป เธอก็อยากมีความรักดีๆ ที่จริงจัง และฝ่ายชายพร้อมจะให้เวลากับเธอและลูกๆเต็มที่

วาร์ดี้ ยังเป็นปาร์ตี้ แอนิม่อล ยังคงเอ็นจอยกับชีวิตหนุ่มโสด เขากินเหล้าหนักๆ ไปเปย์เพือนๆแบบไม่อั้นแทบทุกสัปดาห์ ดังนั้นเธอไม่แน่ใจว่า เขากับเธอจะสามารถสานต่อความสัมพันธ์อันนี้ได้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวาร์ดี้รุกหนักขึ้นเรื่อยๆ และความที่เธอก็ชอบเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้สุดท้ายทั้งสองคนก็ลองคบหาเป็นแฟนกัน และรีเบ็คก้าจึงย้ายมาอยู่ที่อพาร์ทเมนต์เดียวกับวาร์ดี้

แต่พอเป็นแฟนแล้วจริงๆ มันไม่ได้ดีแบบที่รีเบ็คก้าหวังเลย นั่นเพราะ วาร์ดี้พร้อมออกไปเมาได้ตลอดเวลาถ้ามีเพื่อนชวน และเขาก็จะเป็นคนจ่ายเองทุกเพนนีด้วย เพื่อนไม่ต้องจ่ายเลยแม้แต่แดงเดียว

การทะเลาะกันครั้งแรกของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อ รีเบ็คก้าเตือนวาร์ดี้ว่า วาร์ดี้ควรจะเลือกคบคนบ้าง เพราะเธอเห็นว่าเขากำลังโดนเพื่อนหลายๆคนเอาเปรียบอยู่ เวลาไปเที่ยวด้วยกัน คือจะให้วาร์ดี้ออกให้ตลอด ทั้งๆที่ถ้าคุณเป็นเพื่อนกันก็ต้องหารกันสิ ไม่ใช่มาดูดเลือดเนื้อของอีกคนแบบนี้ คือวาร์ดี้อาจจะจ่ายได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจ่าย ถ้าเป็นเพื่อนกันจะไม่รุมสูบเลือดเพื่อนที่รวยกว่า

เรื่องนี้ทำให้วาร์ดี้โมโหใส่รีเบ็คก้า ที่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา ถ้าเขาจะจ่ายให้เพื่อนที่ร่วมดื่มเหล้ากันมันจะมีปัญหาอะไรล่ะ?

จากนั้นวาร์ดี้ก็ไปเมากับเพื่อนกลุ่มเดิมต่อ และเวลาเขากินเหล้าหนักๆ จะไม่หยิบโทรศัพท์มาดูเลย หลายๆครั้งที่รีเบ็คก้าโทรมาเขาก็ไม่ได้รับ คือจะโทรกลับในวันรุ่งขึ้นตอนได้สติแล้ว

เขาชอบเวลาที่อยู่กับรีเบ็คก้าจริงๆ แต่เขาก็ชอบเวลาได้ดื่มเหล้ากับเพื่อนด้วย ดังนั้นก็หวังว่ารีเบ็คก้าจะเข้าใจว่าเขาคงเลิกไปสังสรรค์นอกบ้านไม่ได้จริงๆ

รีเบ็คก้าเตือนเรื่องดื่มเหล้าหนักหลายหน แต่วาร์ดี้ไม่ฟัง เขาเป็นตัวของตัวเองเสมอ อยากทำอะไรก็จะทำ และไม่ฟังใครแม้จะเป็นแฟนก็ตาม

ผลงานในสนามของวาร์ดี้ยังคงสม่ำเสมอ และในที่สุดเลสเตอร์ ก็เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งพอหลังจบฤดูกาล วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้พานักเตะเลสเตอร์ทั้งทีมมาเที่ยวที่ไทย โดยจัดทริปทัวร์ที่ภูเก็ตโดยทั้งทีมจะไปล่องเรือยอชต์กันอย่างสนุกสนาน

โดยในช่วงที่มาทัวร์ไทย วาร์ดี้เมาตลอดเวลา และหายจากรีเบ็คก้าไปเลย เธอพยายามโทรหาเขาหลายครั้ง แต่เขาไม่รับเลย เธอมีเรื่องอยากจะบอกเขาบางอย่าง แต่วาร์ดี้ไม่เปิดโอกาสให้เธอคุยด้วยซ้ำ เขาสนุกกับการกินเหล้า การอยู่กับเพื่อน และเธอจะโดนวางสำคัญไว้อันดับท้ายๆเสมอ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเป็นเขาเองที่เข้ามาจีบเธอชัดๆ แต่ทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ก็ไม่รู้

หลังจบทัวร์ที่ไทย วาร์ดี้กลับมาที่อังกฤษและไปนอนที่บ้านตามปกติ โดยรีเบ็คก้าบอกว่า พักผ่อนก่อนนะ แล้วค่อยตื่นมาคุยกัน เธอมีเรื่องสำคัญจะบอก วาร์ดี้ก็โอเค คืนนั้นทั้งคู่นอนหลับไปด้วยกัน

รีเบ็คก้าเป็นคนหลับลึก และเมื่อตอนเช้ามาถึง เธอลืมตาตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าไม่เจอใครเลย เพราะวาร์ดี้ตื่นตั้งแต่ช่วงกลางดึกและออกไปกินเหล้ากับเพื่อนนอกบ้านอีกแล้ว เขาหายไปตั้งแต่วันแรกที่กลับมาอังกฤษ ทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันหลายวันขนาดนั้น แต่เขาก็พร้อมจะไปกินเหล้าได้เสมอถ้าเพื่อนชวน

โทรศัพท์ของวาร์ดี้ดัง แต่มันอยู่ในกระเป๋า และเอาจริงๆเขาก็ไม่สนใจด้วย เวลาเขาดื่มเหล้า เขาไม่ชอบให้ใครกวนทั้งนั้น จะแฟนหรือใครเขาก็ไม่สน

ตามปกติแล้ว วาร์ดี้จะดื่มเหล้าอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ไม่บาร์ชื่อแชมป์ส ก็เป็นผับในโรงแรมแคสเซิลอินน์ หรือบาร์ที่โรงแรมมาร์ลิน บริดจ์ โดยรีเบ็คก้าขับรถตระเวณหาแต่เช้า และที่สุดก็ไปเจอวาร์ดี้ที่บาร์แชมป์ส

รีเบ็คก้าพอเจอวาร์ดี้ เขาขว้างหนังสือใส่หน้าทันที วาร์ดี้ตกใจมากว่ามันเกิดอะไรขึ้น รีเบ็คก้าฟิวส์ขาดแล้ว และตะคอกใส่วาร์ดี้ว่า รู้หรือเปล่าว่าเธอพยายามจะบอกอะไรเขามาตลอดหลายวัน พอจะบอกเขาก็ไม่เคยรับโทรศัพท์ พอจะหาเวลาคุยเขาก็ออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อน เขาเห็นความสำคัญของเธอจริงๆหรือเปล่า หรือว่าพอจีบติดแล้วก็จบ

"คุณรู้ไหมว่าฉันจะบอกอะไร" รีเบ็คก้าพูด "ฉันท้องนะ"

"แต่รู้ไว้เลยนะ ฉันจะไม่ให้เด็กคนนี้เกิดมาอยู่ในโลกบ้าๆของคุณหรอก"

จากนั้นรีเบ็คก้าก็เดินออกไปเลย เธอโมโหถึงขีดสุดแล้ว ซึ่งวาร์ดี้เองก็ได้แต่นั่งอึ้งเขาทำอะไรไม่ถูกเลย คือไม่รู้จะรับมือกับปัญหาตรงไหนก่อนดี เธอตั้งครรภ์ เขากำลังจะเป็นพ่อ แต่เธอกำลังจะบอกเลิกเขา เขาต้องทำอย่างไรก่อน

หลังตั้งสติได้ วาร์ดี้รัวโทรหารีเบ็คก้า แต่เธอไม่รับสายเขาเลย เช่นเดียวกับแชทที่เธอไม่ตอบเลยสักครั้ง

2 วันผ่านไป รีเบ็คก้าไม่ได้กลับมานอนที่อพาร์ทเมนต์ เขาตามหาเธอจนทั่วเมืองเลสเตอร์แล้ว แต่ก็ไม่เจอ โทรศัพท์ก็ไม่รับ นั่นแปลว่าเธอคงต้องกลับไปอยู่บ้านเธอเองที่บาร์นสลีย์ ซึ่งอยู่ห่างจากเลสเตอร์ 125 กิโลเมตร ถึงตรงนี้วาร์ดี้ไม่มีทางเลือก เขาต้องขับรถเพื่อไปปรับความเข้าใจ

เมื่อไปถึงบ้านของรีเบ็คก้า เธออยู่ที่นั่นจริงๆ และถึงตรงนี้รีเบ็คก้าพร้อมจะแตกหัก เธอไม่สนว่าวาร์ดี้จะเป็นนักบอลดัง เป็นเซเล็บหรืออะไร เธอคงเอาชีวิตไปอยู่กับคนที่กินเหล้าตลอดเวลาแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นวาร์ดี้จึงต้องวางตัวอย่างถูกต้องที่สุดในสถานการณ์นี้ถ้าไม่อยากเสียเธอไป

สิ่งที่วาร์ดี้ทำคือ "ฟัง" สิ่งที่รีเบ็คก้าอยากพูด คราวนี้เขาไม่ได้ฟังแบบขอไปที แต่ตั้งใจฟังสิ่งที่เธออยากบอกจริงๆ

"เจมี่" รีเบ็คก้าพยายามพูดในสิ่งที่เธอต้องการจะบอกมาตลอด "มีคนมากมายในโลกนี้ที่ยอมตายเพื่อจะได้มีโอกาส มายืนในจุดที่คุณอยู่ตอนนี้"

"คุณสามารถทำให้ทั้งโลกสยบอยู่แทบเท้าคุณได้นะ ดังนั้นคุณอย่าใช้ชีวิตสิ้นเปลืองแบบนี้สิ ไม่ว่าเราสองคนจะคบกันต่อไปหรือไม่ แต่ฉันไม่อยากให้คุณทิ้งโอกาสที่คุณมีเหล่านี้ไปเลย"

รีเบ็คก้านั้นใจจริงก็เป็นห่วงวาร์ดี้ เธอรู้ว่าวาร์ดี้มั่นใจตัวเองเสมอว่าตัวเองเก่งกาจ แต่จากนี้ไปเมื่อเขาต้องเลื่อนชั้นไปเล่นในระดับพรีเมียร์ลีก มันจะเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้นมาก และคนที่ซ้อมแบบครึ่งๆกลางๆ ดื่มเหล้าไป ซ้อมไปแบบนี้ มันไม่มีทางไปถึงไหนไกลได้แน่ และเขากำลังจะทิ้งโอกาสอันล้ำค่าไป

ต่อให้สุดท้ายต้องเลิกกันวันนี้ แต่เธอก็อยากให้ชีวิตเขาประสบความสำเร็จจริงๆ

ถึงตรงนี้วาร์ดี้ก็หยุดคิด "มันมีสองโลกให้ผมเลือก ทางแรกคือแฟนสาวคนสวย อีกทางคือชีวิตอิสระที่จะไปทำอะไร ไปดื่มเหล้า ไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งผมก็อยากให้ทั้ง 2 โลกมันไปด้วยกันได้ แต่ผมรู้ว่ามันทำไม่ได้"

วาร์ดี้ไม่สามารถปล่อยรีเบ็คก้าไปจากชีวิตได้จริงๆ เขาชอบเธอมากๆ และยิ่งรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่ด้วย

"คุณเป็นที่สุดของผมนะ ผมไม่ต้องการมีใครคนอื่นอีกแล้ว ผมสัญญา ว่าผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมสัญญาจริงๆ"

จากคำพูดนั้น ทำให้ทั้งสองคนกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง และวาร์ดี้ก็ทำตามที่พูด คือเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมให้ได้

"ผมมองย้อนกลับไปทีไร ในวันที่ผมไปหาเธอที่บาร์นสลีย์ นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของคู่เราเลย" วาร์ดี้กล่าว "การเลือกรีเบ็คก้า คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดที่ผมเคยทำมาในชีวิต"

กลางเดือนมิถุนายน 2014 ช่วงปิดฤดูกาล ที่บราซิลแข่งขันฟุตบอลโลกกันอยู่ ส่วนวาร์ดี้ไม่ได้ติดทีมชาติอังกฤษไปด้วย ดังนั้นเขากับรีเบ็คก้า จึงไปเที่ยวเมืองอันเวิร์ป ที่เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนร่วมทีมเลสเตอร์ ริชชี่ เดอ แลต

ด้วยความที่อยู่ด้วยกัน วันนี้รีเบ็คก้า ให้วาร์ดี้กินเหล้าได้เต็มที่ โดยทั้งคู่เข้าไปในคลับชื่อลา ร็อกก้า และวาร์ดี้เมื่อได้โอกาสก็ดื่มเบียร์เต็มที่ จนเมาได้ที่

วาร์ดี้ดื่มกับริชชี่ เดอ แลต อยู่ที่มุมหนึ่งของบาร์ เพื่อดูเกมทีมชาติอังกฤษ เจอกับอิตาลี ในเกมฟุตบอลโลกที่กำลังเตะอยู่ ส่วนอีกสาวๆ รีเบ็คก้า กับ ธาเน่ ภรรยาของเดอ แลต นั่งดื่มไวน์กันอีกมุมของบาร์

หลังบอลจบ วาร์ดี้บอกเดอ แลต ให้ไปเรียกรีเบ็คก้ามาหาเขาที เขามีอะไรจะบอก แต่รีเบ็คก้าไม่ยอมมา บอกว่าถ้าวาร์ดี้ อยากจะพูดอะไรก็มาหาเองสิ

วาร์ดี้เดินแบบเมาๆ ข้ามฟากไปที่อีกมุมของบาร์ จากนั้นคุกเข่าหนึ่งข้างและพูดขึ้นมาว่า "ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำแบบนี้ แต่คุณจะแต่งงานกับผมได้ไหม?"

เขาไม่มีแหวน ไม่มีอะไรเลย มันเป็นความคิดที่สุกงอมที่เขาคิดว่า เขารักเธอจริงๆ และอยากใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว

แม้จะคบกันแค่ 5 เดือน แต่ถ้าคุณเจอคนที่ใช่ที่สุดแล้ว จะรออะไรล่ะ

รีเบ็คก้าไม่พูดอะไรเลย เธอเงียบไปหลายวินาที วาร์ดี้เชื่อว่า เธอรอดูอาการของเขาว่าที่พูดออกมา เขาหมายความตามนั้นจริงๆหรือเปล่า หรือแค่เมาเท่านั้น

วาร์ดี้ที่คุกเข่าอยู่หนึ่งข้าง ลุกขึ้นยืนและบอกคำเดิมอีกครั้ง "คุณจะแต่งงานกับผมได้ไหม"

"แต่งสิ ฉันจะแต่งงานกับคุณ" ในที่สุด รีเบ็คก้าก็ตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม

จากนั้นมา วาร์ดี้กับรีเบ็คก้า ก็กลายเป็นครอบครัวใหญ่

รีเบ็คก้ามีลูกติดสองคนคือ เมแกน กับ เทย์เลอร์ ขณะที่ลูกที่อยู่ในครรภ์ของรีเบ็คก้าก็คลอดในอีกหลายเดือนต่อมา เป็นลูกสาวชื่อโซเฟีย และทั้งคู่ก็มีลูกด้วยกันอีก 2 คนคือ ฟินเลย์ และ โอลิเวีย-เกรซ

ทั้ง 2 คนรักกันมาจนถึงปัจจุบัน จากวันที่เจอกันจนถึงวันนี้ก็ 6 ปีเต็ม

ส่วนวาร์ดี้ ตั้งแต่คบกับรีเบ็คก้า เขาก็ไม่กินเหล้าอย่างบ้าคลั่งเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว คือยังปาร์ตี้อยู่ แต่ก็เลือกแต่ในช่วงที่เหมาะสม ไม่ได้ซัดทุกวันเหมือนเมื่อก่อน จนเสียการเสียงาน

ขณะที่ในสนามก็พัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับ และติดทีมชาติอังกฤษอย่างยิ่งใหญ่ในที่สุด

ในชีวิตของคนเรา เมื่อถึงสถานการณ์ที่ต้องเลือก แน่นอน เราจะเลือกสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิตเสมอ

การที่เรายังไม่เจอคนที่เราพร้อมจะแลกทุกอย่าง ก็แปลง่ายๆว่าเขายังไม่ใช่น่ะสิ คนๆนั้นยังไม่สำคัญพอที่เราจะยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองได้

แต่วันหนึ่งถ้าคุณเจอคนที่ใช่ที่สุดเมื่อไหร่ มันจะรู้ขึ้นมาในใจทันทีว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะยอมเสียเขาไปไม่ได้

และเพื่อแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มของเขา ทุกสิ่งทุกอย่าง คุณยอมเสียสละได้ทั้งนั้น

#Vardy

#Valentines

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
หน่าใสก่วง
น่ารักมาก ยินดีด้วยกับครอบครัวนายจริงๆ วาร์ดี้ ขอให้นายได้ติดทีมชาติต่อไปเรื่อยๆ นะ ชอบข้อความแบบนี้จริงๆ ครับแอด 😘😘
15 ก.พ. เวลา 05:42
1
Suthee
ตอนนี้ยิงสนั่นเลย เฮัยวาดี้
15 ก.พ. เวลา 05:12
2
เพลิงนวล
จริงคะ
14 ก.พ. เวลา 16:16
1
ทัศพงษ์ ชูทุ่ง
โรแมนติกแบบ วาร์ดี้!!!!!
14 ก.พ. เวลา 14:41
1
Patthakan Rinthawong
กองเต้กับเซลซี
14 ก.พ. เวลา 12:44
1
14 ก.พ. เวลา 10:56
1
สาระเร็ว
เมียผมก็ว่าแบบนี้ ไปรักตัวเองให้เต็มที่ก่อน พิสูจน์ตัวเองว่ารักและทำตัวเองให้มีค่า แล้วค่อยมาจีบฉัน!!! เรียบร้อยครับ ตอนนี้ได้เป็นเมียสมใจ และเข้าสมาคมคนเกรงใจเมียเรียบร้อยละครับ 555
14 ก.พ. เวลา 09:31
5
ความลับจากไหล่ซ้าย
เยี่ยม..เรเบคาห์..สวยฉลาด..คุมเกมส์อยู่..👍👍
14 ก.พ. เวลา 08:49
3
ลงมือทำ
Happy valentine’s day kab
14 ก.พ. เวลา 08:38
1