โพสต์

ส่อง AOT หุ้นท่าอากาศยานไทย
เศรษฐกิจ หรือ โควิด จะตายก่อนกัน !?
เรียกได้ว่าเป็นต้นปีที่วุ่นวายมากสำหรับเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ตอนนี้
จากที่ในตอนแรกนั้นหลายๆคนกำลังดีใจกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังดีขึ้น หรือแม้กระทั่งมองว่าปี 2563 นี้คือปีแห่งความหวัง แต่โลกกลมๆใบนี้ก็ได้ทำให้เรารู้ว่า
“อนาคต” เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากจริงๆ
การเกิดขึ้นของ Covid-19 ในตอนนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าสำคัญที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ
จากเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบซึ่งมีจุดเริ่มต้นในเมืองๆหนึ่งของจีน ตอนนี้กลับกลายเป็นไวรัสที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ที่นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับร่างกายของคนเราได้แล้ว ยังสามารถสร้างความเสียหายให้กับ “เศรษฐกิจ” ได้อย่างรุนแรง
วันนี้เราจะมาพูดถึง AOT หรือหุ้นของบมจ. ท่าอากาศยานไทย ที่ล่าสุดมีราคาเหลืออยู่เพียง 50 บาท/หุ้น เพราะอุตสาหกรรมการบินนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่ง “กันชน” ของ Covid-19 ซึ่งแน่นอนว่าอ่วมไปเช่นกัน
AOT นั้นถือเป็นอีกหนึ่งในหุ้นขวัญใจมหาชนอีกหนึ่งหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกตัวหนึ่ง เนื่องจากมีขนาด Market cap ที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในโลกของกลุ่มธุรกิจสนามบิน
และแน่นอนว่า AOT นั้นได้กลายเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศโดยแซงหน้า PTT มาได้เป็นเวลาราวๆ 1 ปีแล้ว หรือว่าวิกฤติครั้งนี้ จะเป็นวิกฤติที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของบริษัทที่มีขนาด “ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”
ยัอนกลับไปในอดีต ประเทศไทยเราได้สัมผัสและเริ่มต้นกิจการการบินมาตั้งแต่ในสมัยปีพ.ศ. 2454 แล้ว หลังจากนั้นจึงได้มีการพัฒนาในด้านการบินมาโดยตลอด
จนในที่สุดปีพ.ศ. 2456 สนามบินแห่งแรกในไทยก็ได้เกิดขึ้นที่สนามม้าราชกรีฑาสโมสรในความรับผิดชอบของกรมจเรการช่างทหารบก แต่ในภายหลังได้เห็นว่าพื้นที่แคบเกินไป จึงได้ย้ายไปตั้งสนามบินกันใหม่ที่ “ดอนเมือง” รวมถึงได้มีการตั้งกรมการบินทหารบกมาดูแลด้วยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2457 จุดกำเนิดของกิจการการบินในประเทศจึงได้เริ่มขึ้น
AOT ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2522 ผ่านการตราพระราชบัญญัติจากรัฐสภา และได้มีพนักงานเข้าไปปฎิบัติงานครั้งแรกในวันที่ 1 กรกฎาคม 2522 จึงเป็นที่มาของวันครบรอบ ซึ่งในตอนนั้นยังมีตัวย่อว่า AAT เพราะมาจาก Airports Authority of Thailand นั่นเอง
เวลาล่วงเลยผ่านมาในเดือนกันยายน 2545 ทางการท่าอากาศยานไทยจึงได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและได้เปลื่ยนชื่อเป็น Airports of Thailand Public Company Limited หรือ AOT มาจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบัน AOT ทำธุรกิจบริหาร จัดการ และพัฒนาสนามบิน มีสนามบินอยู่ในมือทั้งหมด 6 แห่งได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และสนามบินแม่ฟ้าหลวง
รายได้ที่เกี่ยวกับการบินนี่แหละที่เป็นรายได้หลักของบริษัท เพราะมีสัดส่วนกว่า 55-56% จากรายได้ทั้งหมด ซึ่งจะมาจากค่าบริการผู้โดยสารขาออก, ค่าบริการสนามบินและ ค่าเครื่องอำนวยความสะดวก ตามลำดับ
ซึ่งเพื่อนๆก็คงจะเห็นความแข็งแกร่งของ AOT กันไปแล้ว แถมหุ้นตัวนี้ยังมีผู้ถือใหญ่คือ กระทรวงการคลัง ที่ถือหุ้นอยู่กว่า 70% อีกด้วย ดังนั้นถ้ามองถึงเรื่องความมั่นคงในระยะยาว AOT จึงเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจ
💰 ทีนี้เราลองมาดูงบการเงินย้อนหลังของ AOT กันบ้าง
ปี 59 รายได้ 52,783 ลบ.
กำไร 19,571 ลบ.
ปี60 รายได้ 56,744 ลบ.
กำไร 20,684 ลบ.
ปี 61 รายได้ 62,136 ลบ.
กำไร 25,171 ลบ.
ปี 62 รายได้ 64,994 ลบ.
กำไร 25,026 ลบ.
ก็จะเห็นได้ว่า AOT ถือเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการเติบโตอยู่ตลอดหลังจากที่เคยประสบปัญหาตอนที่มีการประท้วงจนลุกลามไปถึงการปิดสนามบินเมื่อตอนปลายปี 2551 ซึ่งในตอนนั้นราคาหุ้นร่วงลงไปเหลืออยู่เพียง 15 บาท
และ “นักท่องเที่ยวจีน” ในช่วงหลังมานี้ก็ได้กลายมาเป็นหัวใจหลักที่เป็นฐานรายได้ของ AOT และรวมไปถึงประเทศไทยด้วย เนื่องจากโครงสร้างรายได้ของประเทศเรานั้นก็ถือว่าพึ่งพาการท่องเที่ยวอยู่มาก
โดยถ้าหากดูไปที่ตัวเลขแล้วจะพบว่าในปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวไทยนั้นมีสัดส่วนมาจากจีนเป็นอันดับ 1 ถึง 9.02 ล้านคนเลยทีเดียว รองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ 3.18 ล้านคนและนักท่องเที่ยวเกาหลีที่ 1.47 ล้านคน
และจากปัญหาสงครามการค้าและค่าเงินบาทแข็งค่าที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นก็ถือว่าทำให้ AOT นั้นเริ่มเติบโตได้น้อยลงแล้ว เหตุการณ์อย่างเรือล่มที่ภูเก็ตก็ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหวาดกลัวกันไปอยู่สักพัก ต่อมาก็คงเป็นเรื่องที่ยกเว้นค่าเช่า Duty free ซึ่งแค่นี้ก็ทำให้ราคาของ AOT นั้นร่วงเอาๆอยู่แล้ว
แถมปัญหาหนักซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “วิกฤติ” ของคนทั่วโลกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในครั้งนี้สามารถทวีคูณความเสียหายได้เพราะมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศจีน ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกระดับ Top 3 ของโลกและประเทศที่เปรียบเสมือนเป็น “ลูกค้าหลัก” ที่ทำรายได้ให้กับเราและอีกหลายๆประเทศทั่วโลก
เมื่อเกิดโรคระบาดที่มียอดผู้เสียชีวิตมากถึง 6,526 คนทั่วโลก (16 มีนาคม 2020) แน่นอนว่ามันสามารถ “เขย่า” ขวัญคนได้อย่างมากเพราะใครๆก็ไม่อยากจะติดเชื้อ แต่สิ่งที่หลายๆคนลืมสนใจไปกว่าความน่ากลัวของโรค คือความน่ากลัวของ “วิกฤติเศรษฐกิจ” ที่กำลังมี Covid-19 เป็นตัวเร่ง
ผู้คนไม่กล้าออกไปไหน รวมไปถึงรัฐบาลของหลายๆประเทศก็ประกาศห้ามเดินทางเข้าออกไปเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้เศรฐกิจที่เคยมีการหมุนเวียนอยู่ตลอดนั้นเปรียบเสมือนโดน “แช่แข็ง” ไปชั่วขณะ ซึ่งแน่นอนว่า “การเดินทาง” ของคนเกือบทั้งโลกก็ต้องหยุดชะงักไปด้วยเช่นกัน จะเหลือก็แต่กรณีที่มีความจำเป็นเท่านั้น
และเมื่อภาพรวมเป็นเช่นนี้ ความมั่นใจของนักลงทุนก็หดหายกันเกือบทั่วโลก ซึ่งหลายๆท่านคงเห็นได้จากปรากฎการณ์ Black friday ได้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และ AOT ที่เป็นธุรกิจสายการบินซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มท่องเที่ยวก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้ไปเต็มๆ
ไม่เพียงแต่ AOT เท่านั้นที่กำลังแย่ เพราะในตอนนี้ไม่ได้มีแค่บริษัทใหญ่ๆที่กำลังอ่วม เพราะผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่ใหญ่ กลาง และรายย่อยต่างก็กำลังโอดครวญอยู่เช่นกันเพราะนักท่องเที่ยวก็ไม่มี หนำซ้ำผู้คนในประเทศก็กำลังต้องลดความเสี่ยงให้ตัวเองด้วยการงดการเดินทางออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น
ก็หวังว่าปัญหา Covid-19 จะได้รับการจัดการจากภาครัฐอย่างจริงจังมากกว่านี้ เพราะนั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถเรียก “ความเชื่อมั่น” ในตัวประเทศไทยให้กลับมาได้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด
เช่นเดียวกับ AOT บริษัทยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของประเทศไทยที่กำลังเผชิญหน้ากับ “วิกฤติ” ที่เรียกได้ว่าหนักเอาการเลย และการที่ราคาของ AOT ลดลงนั่นก็หมายความว่าดัชนี SET ของทั้งตลาดหุ้นบ้านเราก็กำลังโดนลากลงไปด้วย
แต่ถึงอย่างไร AOT ก็ยังถือว่าเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งในระยะยาว ซึ่งช่วงนี้ก็คงต้องมาเฝ้าติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดว่าสถานะการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป
ถ้าภาครัฐยังไม่ชัดเจน ประชาชนและนักลงทุนที่ยังคงขาดความมั่นใจและ Panic กันทั้งตลาดและในชีวิตจริงกันมากขนาดนี้ หากปล่อยไว้นานก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ
เพราะเราไม่รู้เลยจริงๆว่าอีก 3-4 เดือนต่อไปนี้ เศรษฐกิจ หรือ โควิด จะตายก่อนกัน !?
ฝากไว้ให้คิด...
สนใจเปิดพอร์ท หุ้น TFEX SBL BLOCKTRADE กับโบรคเกอร์ KTBST
พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย
- ทีมงานมืออาชีพคอยให้บริการ
- โปรแกรม EFIN//ASPEN
- โปรแกรม SUPPORT อื่นๆเช่น MT4//MODEL TRADE//KTBST SMART และอื่นอีกมากมาย
กรอกรายละเอียดได้เลย 👇
ความคิดเห็น

wario

จริงๆจังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีมากในการปรับปรุงซ่อมแซมสนามบินเลยนะครับ ที่ดอนเมือง t1 ก็เก่าเหลือเกิน ที่สุวรรณภูมิก็ควรจัดระเบียบใหม่ ถ้าทำได้ควรสร้างปีกซ้ายขวาให้เสร็จภายในสิ้นปีได้เลย ขยับขยาย ไม่งั้นก็ปล่อยทิ้งเวลาไว้เฉยๆ
5 พ.ค. เวลา 00:48

Leeju Jum

น่าจะเศรษฐกิจตายก่อนค่ะ
16 มี.ค. เวลา 17:17
16 มี.ค. เวลา 15:37