โพสต์


22 มี.ค. เวลา 04:20Sports

วัฒนธรรมองค์กรที่คุ้นเคย

นับตั้งแต่ " เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" เกษียณตัวเองไปเมื่อปี 2013  ปีศาจแดง ก็กลายเป็นทีม ที่มีนิสัยในการใช้จ่ายเงินเหมือนกับลูกเศรษฐี ที่ได้รับมรดกจากพ่อ แล้วนำเงินที่ได้มาไปใช้อย่างสิ้นเปลือง ซื้อของราคาแพงๆที่ไร้ประโยชน์ มากกว่าของที่มีประโยชน์ ทั้งที่สมัยที่พ่ออยู่ ก็สอนให้ใช้เงินอย่างประหยัดและมีประโยชน์ ให้เห็นเป็นประจำ แต่บรรดาลูกๆกลับไม่จำและนำไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

การทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในภาวะ Panic Buy (การซื้ออย่างตื่นตระหนก) อยู่ตลอดหลายปีหลัง ทำให้เราได้เห็นนักเตะชื่อดังหลายๆคน ย้ายเอาชื่อมาทิ้งไว้ที่โรงละครแห่งนี้ แทบทุกปี นักเตะอย่าง พอล ป็อกบา, อังเคล ดิมาเรีย, เมมฟิส  เดปาย, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ราดาเมล  ฟัลเกา, โรเมลู  ลูกากู และล่าสุด อเล็กซิส  ซานเชส

หากเป็นในยุคของ ป๋า เราคงไม่ได้เห็นนักเตะเหล่านี้ ย้ายก้นเข้ามาหากินในรั้วโอลด์แทรฟฟอร์ด แม้แต่รายเดียว แม้ว่าในรายของ ป็อกบา และ อเล็กซิส จะยังมีเวลาพิสูจน์คุณค่าของตัวเองอยู่ก็ตาม แต่ ณ เวลานี้ ก็คงต้องจัดเข้าไปอยู่ในลิสต์ Panic Buy ไปก่อน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฤดูกาลนี้ ภายใต้การนำทีมของ โอเล่ กุนนาร์  โซลชา แม้ว่า ทีม ยังต้องทุ่มเงินมหาศาลในการนำเข้าผู้เล่น อย่าง แอรอน  วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่  แมกไกวร์ ที่รายหลังกลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงเป็นสถิติโลก แต่นั้นหาใช่ เป็นการซื้อที่ตื่นตระหนกเหมือนที่ผ่านมาแต่อย่างใด หากแต่เป็นตำแหน่งสำคัญจำเป็นที่ต้องซื้อ เพราะสิ่งแรกที่ โซลชา ต้องจัดการ ก่อนจะเริ่มฤดูกาล นั่นคือ การซ่อมแซมหลังบ้านให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งก่อนเป็นอันดับแรก

ในเมื่อยุคนี้ เงิน 30 ล้านปอนด์ ไม่สามารถซื้อกองหลังระดับ ริโอ  เฟอร์ดินาน ได้เหมือนในยุคก่อน ประกอบกับเป็นไปตามกลไกตลาดในยุคนี้ ที่ราคานักเตะพุ่งสูงลิ่ว อีกทั้งเรื่องของ อุปสงค์  อุปทาน ในเมื่ออีกทีมไม่อยากขาย ทีมที่อยากซื้อก็ต้องเพิ่มเงิน จนกว่าอีกทีมจะพอใจ เราจึงได้เห็นตัวเลขค่าตัวของ แม็กไกวร์ พุ่งไปสูงถึง 80 ล้านปอนด์ ทั้งที่ราคาประเมินน่าจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 ล้านปอนด์

เมื่อรวมกับดีลเพื่ออนาคต อย่าง แดเนี่ยล  เจมส์ ที่ถูกดึงตัวมาจาก สวอนซี  ซิตี้ ด้วยราคา 15 ล้านปอนด์ ก่อนหน้านี้ ยูไนเต็ด ปิดตลาดซัมเมอร์  ด้วยการนำเข้านักเตะ 3 ราย และ ทะยอยปล่อยนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมออกไป ทั้ืงขายขาด และ ปล่อยยืมตัว

แม้จะถูกวิจารณ์ ในเรื่องของการปล่อยนักเตะออกไปหลายตำแหน่ง แต่กลับไม่ซื้อใครเข้ามาทดแทน โดยเฉพาะ ตำแหน่งมิดฟิลด์ และ กองหน้า หากจะมองว่าเป็นความผิดพลาด โซลชา และ บอร์ดบริหาร ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะสิ่งที่ดีงามในตลาดรอบนี้ ก็คือ การไม่ทำให้ทีมต้องไปตกอยู่ในภาวะ Panic Buy อีกแล้ว

ถ้ายังจำกันได้ ทีมมีข่าวกับนักเตะ อย่าง บรูโน่ เฟอร์นานเดส  ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์แล้วน่ะครับ จวนเจียนจะย้ายอยู่แล้วหลังจากมีคลิปอากัปกิริยานักเตะเหมือนกับการสั่งลาแฟนบอล แต่แล้วดีลก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องรายละเอียดค่าตัวนักเตะที่ทาง แมนฯยู มองว่าแพงสำหรับนักเตะต่างชาติต่างลีก ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้บอร์ดบริหารและโซลชา มองว่า นี่คือความเสี่ยงราคาแพง ทำให้ดีลนี้ยังไม่เกิดขึ้นตอนซัมเมอร์

แต่เมื่อถึงคราวที่ทีมต้องซื้อ โซลชา และ บอร์ดบริหาร ก็ทำได้ดี ตลาดหน้าหนาว ปีศาจแดง จัดการคว้าตัว บรูโน่ มาร่วมทีมได้สำเร็จ แม้ต้องยื้อราคากันไปมากับทาง สปอร์ติ้ง  ลิสบอน สโมสรต้นสังกัด อยู่นาน แต่สุดท้ายก็ได้ตัวมา สนนราคา ที่ 68 ล้านปอนด์ รวมแอดส์ออน ถึงแม้จะเป็นราคาที่แพง แต่เป็นตำแหน่งที่ทีมมีความจำเป็นต้องนำเข้าอย่างจริงจัง หลังจาก อันเดรส เปเรร่า และ เจสซี่ย์  ลินการ์ด ที่สลับผลัดเปลี่ยนกันรับผิดชอบในตำแหน่งนี้ ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมส์ให้กับทีมได้เลยตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา

อีกหนึ่งดีล คือในรายของ โอเดี่ยน  อิกาโล่ ที่ไปยืมตัวมาจาก เซี่ยงไฮ้  เสิ่นหัว ใน ไชนีส ซูเปอร์ลีก เป็นดีลที่ทำให้เห็นพัฒนาการที่ดีของบอร์ดบริหาร ที่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดในอดีต อย่างในกรณีที่ต้องไปแย่งคว้าตัว อเล็กซิส  ซานเชส ที่มีข่าวกับแมนฯซิตี้ในตอนนั้น กลายเป็นต้องไปทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาลให้กับนักเตะ สุดท้ายทุกวันนี้ยังเล่นได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อยที่ได้รับ จนต้องถูกปล่อยให้อินเตอร์  มิลาน ยืมตัวไปใช้งาน

ในตอนแรกตำแหน่งกองหน้า เป้าหมายอันดับ 1 ของทีม ในการเสริมทัพ ช่วงตลาดหน้าหนาว คือ อาลิง ฮาลันด์ ก่อนที่นักเตะจะเลือกย้ายไปร่วมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนท์  ทำให้เป้าหมายของทีมปีศาจแดง ต้องเปลี่ยนไป และด้วยการที่เป็นช่วงตลาดเดือนมกราคม การจะไปทุ่มซื้อใครสักคนในช่วงนี้เป็นเรื่องยากที่บรรดาทีมอื่นจะปล่อยตัวผู้เล่นหลักออกจากทีมในช่วงนี้ ทำให้ โซลชา และ บอร์ดบริหาร ต้องแก้ปัญหาระยะสั้นไปก่อน ด้วยการไปจบที่การนำเข้า อิกาโล่ ด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน

แม้ โซลชา และ บอร์ดบริหาร จะโดนวิจารณ์อย่างหนักในช่วงแรกๆ ที่ไปดึงนักเตะโนเนมมาจากลีกจีน แต่ ณ เวลานี้ ผลงาน 4 ประตู กับ 1 แอสซิส คือคำตอบว่าดีลนี้ โซลชา และ บอร์ดบริหาร ควรได้รับเครดิตจากดีลนี้

ถึงแม้ว่า อิกาโล จะไม่ใช่นักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่สิ่งนึงที่มีในตัวเค้าก็คือความเป็น ยูไนเต็ด ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก การเป็นแฟนบอลของทีม และ มีความฝันที่ต้องการลงเล่นภายใต้สีเสื้อ ปีศาจแดง พิสูจน์ได้ดีมากกว่าคำพูด คือการที่เจ้าตัวยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อที่จะได้มาเล่นให้กับทีม

เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้เห็นและหายากยิ่งกว่าหน้ากากอนามัย ในช่วงหลายปีหลังมานี้ คือการลงทุนกับนักเตะคาแรกเตอร์แบบนี้ หากเป็นในยุคของ ป๋า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตลอดการคุมทีม หากนักเตะไม่มีใจ ไม่มีวันที่ ป๋า จะไปเสียเวลาทุ่มค่าตัว ค่าเหนื่อย เพื่อแย่งให้ได้ตัวมาอย่างแน่นอน

โซลชาเข้ามาพยายามเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรในการนำเข้าผู้เล่น ที่ เละตุ้มเป๊ะ ละละเละตุ้มเป๊ะ มาหลายปี ให้กลับเข้าที่เข้าทางให้เหมือนแต่ก่อนตอนยุค ป๋า ความเก๋า ความนิ่ง การใส่ใจในความละเอียดและรอบคอบในการทำสัญญา การนำเข้านักเตะที่มี คาแรกเตอร์ ของผู้ชน่ะ เข้ามาสู่ทีม เและจาก 5 ดีล ที่นำเข้ามา ผลงานของนักเตะและฟอร์มโดยรวมของทีม ณ เวลานี้ คงต้องบอกว่า โซลชา สอบผ่านและมาถูกทางแล้ว

แม้ว่า โซลชา และ ทีมงาน ยังต้องทำงานหนัก กว่าที่ทีมจะลงตัวและสมบูรณ์ กว่าที่เป็นอยู่ แต่ด้วยโครงสร้างที่ดี ที่ทีมได้ทำไว้ในฤดูกาลนี้ ทำให้แฟนบอลเริ่มมีความหวังและความเชื่อ ว่าปีศาจแดงตัวเดิม ที่เคยยิ่งใหญ่ จะกลับมาในเร็วๆนี้..

ปีศาจสีแดง

นพรัตน์
ติดตามครับบ
23 มี.ค. เวลา 17:11
1
The Godfootball
ขอบคุณที่ติดตามครับ ติดตามเช่นกันครับ 😊
23 มี.ค. เวลา 17:13
1
หุ้นพอร์ทระเบิด
ติดตามครับ
23 มี.ค. เวลา 15:07
1
The Godfootball
ขอบคุณมากๆเลยครับ เด๋วไปติดตามกลับเช่นกันครับ 😊
23 มี.ค. เวลา 16:41
Happy Life 😊
แวะส่งกำลังใจครับ
23 มี.ค. เวลา 10:49
1
The Godfootball
ขอบคุณนะครับ 😊🙏
23 มี.ค. เวลา 11:38
Stock For Life
แวะมาให้กำลังใจครับ ตั้งใจเขียนต่อไปนะครับ
23 มี.ค. เวลา 06:17
1
The Godfootball
ขอบคุณมากๆครับ 😊
23 มี.ค. เวลา 06:38
1