โพสต์


Morning News : ประเด็นน่าสนใจเช้าวันนี้

1. New York เตือนถึงภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ครั้งใหญ่ในอีก 10 วัน

"สถานการณ์ Coronavirus ใน New York ดูเหมือนจะยิ่งแย่ลง ในขณะที่ความเสียหายทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และเรากำลังจะขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญทั้งหลาย" Bill de Blasio นายกรัฐมนตรีของ New York กล่าว

"เราประเมินแล้วว่าในอีก 10 วันข้างหน้า จะต้องขาดแคลนอุปกรณ์อย่างหนัก ถ้าเราหาเครื่องช่วยหายใจไม่ได้มากกว่านี้ ผู้คนจะต้องเสียชีวิตเพิ่มขึ้น"

ปัจจุบัน New York ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดในอมเริกา ซึ่งมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อเกือบ 50% ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศรวมกัน โดยขณะนี้สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อ 31,057 ราย และเสียชีวิตแล้ว 390 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Andrew Cuomo ผู้ว่าการของ New York กล่าวว่ามีผู้คน 15,168 คนที่มีผลทดสอบไวรัสเป็นบวก เพิ่มขึ้นกว่า 4,000 คนจากในวันเสาร์

Bill de Blasio กล่าวกับ NBC News ว่า "ชาวอเมริกันทุกคนสมควรได้รับรู้ความจริงอย่างเปิดเผย สถานการณ์มีแต่จะแย่ลงเรื่อย ๆ และยิ่งไปกว่านั้นคือ ในเดือนเมษายน และพฤษภาคมที่กำลังจะมาถึงนี้ เหตุการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก"

ขณะนี้สัดส่วนผู้ป่วยใน New York คิดเป็นประมาณ 5% ของผู้ป่วยทั่วโลก และบุคลากรทางการแพทย์ทั่ว New York กำลังรายงานว่า พวกเขาขาดแคลนอุปกรณ์อย่างมาก

"เราต้องการหน้ากากอีกหลายล้านชุด รวมถึงชุดปฎิบัติการและถุงมืออีกนับพัน แต่เราได้รับเพียงเศษเสี้ยวของมัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องไปแย่งซื้ออุปกรณ์จากตลาดทั่วไป เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราอย่างมาก"

2. ราคาน้ำมันยังคงลดอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่านพสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ปี 2534

ในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ได้ตกลงต่ำกว่าระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2534

นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล

WTI ลดลง 1.28% สู่การซื้อขายที่ระดับ 22.34 $/บาร์เรล

Brent ลดลง 6.14% สู่การซื้อขายที่ระดับ 25.70 $/บาร์เรล

ราคาที่ลดลงครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากการระบาดของ Coronavirus ที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยว การขนส่ง และภาคธุรกิจอื่น ๆ ทั่วโลกต้องหยุดชะงักลง เสริมกับการที่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่าง ซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ได้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปอีก

กล่าวคือ Coronavirus ได้ทำให้ Demand ลดลงอย่างรุนแรง ในขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิตของซาอุฯ และรัสเซียทำให้ Supply เพิ่มขึ้นอย่างมาก

การลดลงอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันดิบ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน บังคับให้นักลงทุนจำเป็นต้องขายสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างไม่คิดชีวิต เพื่อปกป้องการสูญเสียในตลาดพลังงานของพวกเขา ราคา Futures ของ WTI ได้ลดลงกว่า 50% แล้วในเดือนนี้

ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมของ Dow Jones และ S&P 500 เข้าสู่ภาวะตลาดหมี เนื่องจาก Coronavirus ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมการบริการทั่วโลก

ล่าสุดรัฐบาลของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า "เราพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ" โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมา Larry Kudlow ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติออกมากล่าวว่า "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดในขณะนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 10% ของ GDP ของสหรัฐฯ และเมื่อมีการร่างเป็นกฎหมายอย่างทางการ มันอาจจะช่วยพยุงราคาน้ำมันขึ้นมาอีกครั้ง"

ในวันพุธของสัปดาห์ที่แล้ว WTI ลดลง 24.4% สู่ระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 18 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงของ 3 วันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติการณ์ และอีก 1 วันต่อมาราคาก็พุ่งขึ้นถึง 23.8% (ถือว่าเป็นการพุ่งขึ้นที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน) ความผันผวนอย่างมหาศาลเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรจับตามอง

Louise Dickson นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy กล่าวว่า "นี่เป็นการทรุดตัวลงของ Demand น้ำมันที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดครั้งหนึ่งในโลก เราทุกคนอาจจะได้เป็นสักขีพยาน ในการล่มสลายของน้ำมันอากาศยาน, น้ำมันเบนซิน, น้ำมันขนส่ง, ปิโตรเคมี และน้ำมันที่ใช้ในภาคการผลิต"

ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงถึง 43.9% ในเดือนมีนาคม 2563 จากที่เคยมีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างกำลังย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของในปี 2526 (ค.ศ. 1983) ซึ่งตอนนั้นน้ำมันกำลังอยู่ในภาวะตลาดหมีอย่างรุนแรง

ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบได้ลดลงกว่า 65% จากระดับสูงที่สุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 66.60 $/บาร์เรล เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2019

การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา

World Maker

สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่

https://www.facebook.com/WorldMakerTH

World News
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
045206
China virus
23 มี.ค. เวลา 10:09
No.9
America virus?
23 มี.ค. เวลา 22:34
liena Charoenwan
คนสหรัฐเพิกเฉยต่อการระวังตัวตั้งแต่แรกเห็นโรคระบาดเป็๋นเรื่องเล่น ๆขนาดองค์การอนามัยโลกประการCOVID 19 is pandemic around the world. เพื่อนชาวสหรัฐของผู้เขียนยังไปท่องเที่ยวโดยไม่สนใจคำเตือนของเพื่อนคนไทยตอนนี้เธอกลับสหรัฐแล้วถึงรู้ว่ามันร้ายแรงแต่ยังคงคิดว่าเมืองไทยตอนนี้คงระบาดหนักกว่าสหรัฐ คนสหรัฐมักคิดว่าตนเองเก่งกว่าชาติใดในโลกจึงได้รับบทเรียนเขื้อโรคไม่เลือกชนขั้นปัองกันตัวเองเท่ากับป้องกันชาติ
23 มี.ค. เวลา 03:17
4
📚 หนังสือหนังหามาเล่า 🎬
สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่สร้างความยากลำบากให้กับการแพทย์ทั่วโลกจริงๆ เราภาคประชาชนช่วยได้ ด้วยการอยู่ที่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ออกเฉพาะยามจำเป็น) ผมว่าหมดเวลาโทษและสาดโคลนใส่กันและกันแล้ว และหันมาทำในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าควรทำอะไรกันดีกว่าครับ
23 มี.ค. เวลา 03:12
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
มีแต่ข่าวร้าย😢
23 มี.ค. เวลา 01:51