โพสต์


#ต้นกำเนิดเจลล้างมือ

#ผลิตภัณฑ์กันภัยในยามยาก

ช่วงนี้ มีหลายคน ต้องเว้นระยะห่าง หลายคนจำเป็นต้อง work from home ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น กินอาหารที่บ้าน เพื่อรับมาตรการสู้วิกฤติ Covid-19 ในบ้านเรา วันนี้ก็เลยขอมาแชร์เรื่องเบาๆ อ่านสบายๆ ให้หายเครียดกันน่าจะดีกว่า

วันนี้ ก็เลยจะมาขอเล่าประวัติของ "เจลล้างมือ" อุปกรณ์กันตายของใครหลายๆคนในช่วงนี้ ที่ต้องพกติดกระเป๋าตลอด เพื่อความสบายใจ แต่เจ้าเจลล้างมือ หลอดใสๆ กลิ่นหอมๆ มันมีที่มาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของไอเดีย วันนี้จะมาเล่าสู่กันฟังนะค้า

ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 50 กว่าปีก่อน ตอนปี 1966 ที่เมือง Bakersfield ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีนักเรียนพยาบาลเชื้อสายลาตินคนหนึ่ง ชื่อว่า Lupe Hernadez เธอมีปัญหากับการล้างมือ ในสถานที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องห้องน้ำ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ที่ชาวอเมริกันมักไม่ค่อยล้างมือด้วยน้ำ และ สบู่กัน เพราะอากาศมันหนาว 😨

เธอจึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดมือ ฆ่าเชื้อโรคได้โดยไม่ต้องใช้น้ำ และสบู่ โดยผสมแอลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อ กับเจลอเนกประสงค์ กลายเป็น เจลล้างมือ ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Hand Sanitizer ที่สามารถพกพาได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่หกเลอะเทอะเหมือนสบู่

ถึงแม้จะเป็นไอเดียสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แบบง่ายๆ ที่ใครๆก็สามารถทำใช้เองที่บ้านได้ แต่ก็ถือว่าเป็นไอเดียใหม่ในสมัยนั้น แล้วมันก็น่าจะขายได้ เธอจึงตัดสินใจเอา "เจลล้างมือ" สิ่งประดิษฐ์ของเธอไปจดสิทธิบัตรไว้

หลังจากนั้น ก็เริ่มมีหลายบริษัทสนใจไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนี้ และนำไปผลิตเป็นสินค้าออกวางจำหน่ายจริงจัง แต่ยอดขายในยุคแรกๆก็ไม่ได้หวือหวาอะไร ส่วนมากจะใช้กันตามสถานพยาบาล ตามอาคาร โรงงานต่างๆ เพราะคนส่วนใหญ่ยังนิยมเข้าห้องน้ำล้างมือด้วยน้ำ และสบู่กันมากกว่า ถ้ายังหาได้

ยอดขายเจลล้างมือในสหรัฐอยู่ที่ราวๆ 28 ล้านเหรียญเท่านั้นในยุคเริ่มต้น แต่ว่า ยอดขายเจลล้างมือเริ่มทะยานขึ้นพรวดพราดทันที 2-3 เท่า หลังจากการมาถึงของวิกฤติโรค Sars ในปี 2002

นั่นอาจเป็นครั้งแรกที่คนทั้งโลกเริ่มตื่นตัวกับเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่ก่อให้เกิดโรค Sars ในฮ่องกง และ จีน จนผู้คนเริ่มหวาดระแวงในการหยิบจับอะไรร่วมกับคนอื่นๆ เลยทำให้ยอดขายเจลล้างมือในตลาดสหรัฐเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็น 80 ล้านเหรียญในปี 2006 และมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งช่วงที่สหรัฐกำลังเจอพิษไข้หวัดหมู H1N1 ระบาดอย่างหนักทั่วประเทศในปี 2009 ยอดขายเจลล้างมือในตลาดเพิ่มขึ้นถึง 71% เลยทีเดียว

ทุกวันนี้ เจลล้างมือ มียอดขายทั่วโลกอยู่ราวๆ 1 พันล้านเหรียญ ที่ตอนนี้กลายเป็นของขาดตลาด ต่อให้มีเงินยังหาซื้อกันแทบไม่ได้ และอาจเป็นปีทองของโรงงานผลิตเจลล้างมือเลยก็ได้

แต่ทั้งนี้ ยอดขายที่ขยายตัวขึ้นในกลุ่มผู้นิยมใช้เจล ล้างมือ ไม่ได้เกิดจากความจำเป็นที่ต้องใช้เพราะหาห้องน้ำไม่ได้เพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความฉลาดของนักการตลาดที่ทำให้เจลล้างมือสามารถขายได้เรื่อยๆ แม้พ้นช่วงวิกฤติโรคระบาดไปแล้วก็ตาม

หลังจากเกิด Sars Crisis เจลล้างมือเข้าไปตีตลาดกลุ่มคนที่พิถีพิถันในเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ หรือจะเรียกว่า พวกอนามัยจัดก็ไม่ผิดนัก ที่จะรู้สึกไม่ดี ที่จะหยิบจับอะไรร่วมกับคนอื่น แล้วรู้สึกว่ามือเราไม่สะอาด การพกเจลล้างมือไว้ติดตัว ก็เป็นเหมือนที่พึ่งทางใจที่ดีมาก

ซึ่งคนกลุ่มนี้ เป็นลูกค้าชั้นดีที่มักจะแบ่งปันเจลล้างมือ ให้คนรอบข้างใช้ด้วย ด้วยความห่วงใย การใช้เจลล้างมือจึงขยายวงไปสู่เพื่อนฝูง ญาติมิตร ที่อาจจะไม่ได้อนามัยจัดขนาดนั้น แต่ถ้าคนรอบข้างใช้ แล้วเราไม่ใช้ ก็เริ่มรู้สึกผิด ว่าเราไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นหรือเปล่า ก็เลยต้องใช้ตาม

และด้วยข้อดีอย่างหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์ ที่สามารถใส่ลูกเล่นได้เยอะ ทั้งแต่งกลิ่น ใส่สีสัน เพิ่มสารถนอมผิวพรรณ หรือ ออกแบบแพคเกจจิ้งให้สวยเก๋ สะดุดตา และที่สำคัญ ราคาไม่แพง จึงเป็นแรงจูงใจในการใช้ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ และวัยรุ่น ที่อาจเกี่ยงงอนเรื่องล้างมือด้วยน้ำ แต่ถ้าใช้เจลล้างมือมักไม่ค่อยมีปัญหากัน

เลยทำให้ความนิยมในการใช้เจลล้างมือ เพิ่มขึ้น ไม่มีเสื่อมคลาย ด้วยภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป กลายเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต่างจากสบู่ ยาสระผม เลยทำให้เจลล้างมือวางจำหน่ายทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านเครื่องสำอาง มากกว่าที่ร้านขายยาเสียอีก

แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า จุดประสงค์ดั้งเดิมของ เจลล้างมือ นั้น เขาสร้างไว้เพื่อใช้ล้างมือในกรณี "ฉุกเฉิน" เอาไว้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสได้บางตัว แต่ไม่สามารถล้างสิ่งสกปรก คราบไคลได้อย่างสะอาดหมดจดเท่ากับน้ำกับสบู่นะคะ

ดังนั้น เจลล้างมือ สามารถทำความสะอาดมือเราได้เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านััน

แต่ทว่าทุกวันนี้ บางบริษัทที่ผลิตเจลล้างมือ เขาก็เคลมไปไกลมาก อย่างเช่น บริษัท Gojo ที่ผลิตเจลล้างมือแบรนด์ Purell ที่เป็นเจลล้างมือยอดขายอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา ได้เคลมว่าผลิตภัณฑ์สามารถฆ่าเชื้อโรคได้มากถึง 99.9% ที่สามารถป้องกันไข้หวัด อีโบล่า และไวรัสโคโรน่าได้ และคำเคลมนี้ กำลังมีปัญหากับทางองค์การอาหารและยาในสหรัฐ ให้หยุดใช้คำโฆษณานี้ เพราะไม่มีผลงานวิจัยสนับสนุนเพียงพอว่าเจลล้างมือของบริษัทจะช่วยป้องกันโรคเหล่านั้นได้

อ้าว! แล้วที่เราใช้เจลล้างมืออยู่ทุกวันนี้ มันฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าไม่ได้หรือ? ถ้าช่วยไม่ได้ แล้วจะซื้อมาใช้ทำแป๊ะอะไร😑

เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ การใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ตั้งแต่ 70% ขึ้นไปนั้น สามารถฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรียบางตัวได้จริงๆ และโชคดีว่าเจ้าไวรัสบางตัวนั้น มีไวรัสโคโรน่ารวมอยู่ด้วย เพราะตัวสารฆ่าเชื้อที่เขาใส่ในเจลล้างมือ สามารถทำลายเซลล์หุ้มประสาทภายนอกของเชื้อไวรัสได้

แต่ไวรัสทุกตัวไม่ได้มีเยื่อหุ้มเซลล์อยู่ด้านนอก ตัวที่ไม่มีก็ฆ่าไม่ได้ แต่พอดีว่าเจลล้างมือ มันใช้ได้ดีกับเชื้อไวรัสโคโรน่า มนุษย์เราก็เลยพอมีโชคอยู่บ้าง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้เจลล้างมือเพียงอย่างเดียว จะสามารถปกป้องเราจากโรคภัยไข้เจ็บได้ 100% เหมือนดั่งคำเคลมที่ว่า ขนาดแมลงสาบยังตาย แล้วยุงจะไปเหลืออะไร ก็จัดฉีดฟุ้งทั่วบ้านเลยจร้า สรุปว่าเมายากันยุงกันหมด ทั้งคน ทั้งยุง และแมลงสาบ 😅

เพราะการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า มีอยู่หลายปัจจัย

สมมติว่าเราใช้เจลล้างมือเพียงอย่างเดียว ละเลงมาเต็มที่เลย แต่เดินเข้าผับ แลกแก้วเหล้ากับเพื่อน พอเมาหน่อย หน้ากากที่ใช้อยู่ก็หลุดหายไปตอนไหน จำไม่ได้แล้ว เสร็จแล้วก็กอดคอกันกลับบ้าน ต่อให้ใช้เจลล้างมือหมดขวดก็ไม่ช่วยอะไร จริงไหมคะ

ดังนั้น มันก็ต้องใช้ร่วมกัน ใช้เจลล้างมือด้วย สวมหน้ากากด้วย และไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ถึงจะช่วยได้นะค้า

และสุดท้าย หากตอนนี้ท่านใดที่หาเจลล้างมือใช้ไม่ได้ ก็สามารถทำใช้เองที่บ้านก็ได้ โดยการใช้เจลว่านหางจรเข้ ที่ขายอยู่ทั่วไป มาผสมกับเดทตอลฆ่าเชื้อ ในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง ถ้าอยากได้เจลที่เหลวหน่อยก็เพิ่มปริมาณเดทตอลที่ใช้ หรือ ถ้าอยากได้ข้นเป็นเจล ก็ใส่ว่านหางจรเข้มากหน่อย ผสมให้เข้ากัน ก็จะได้เจลล้างมือไว้ใช้เองแล้วค่า 😀

ก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์บ้าง บันเทิงบ้าง ในยามที่กำลังวิตกกัน ก็ขอให้มีสติ ใจเย็นๆ ป้องกันตัวเรา ป้องกันคนรอบข้าง และผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะค้า ✌✌

แหล่งข้อมูล

10
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Sahapaskorn
แพ้แอลกอฮอล์ ทำไงดี ใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนได้มั้ย
24 มี.ค. เวลา 17:16
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
มีเจลล้างมือสูตรไม่มีแอลกอฮอลล์ ขายตามร้านทั่วไปนะค้า 😀
24 มี.ค. เวลา 17:17
หมื่นทิพ
อ่านแล้วเข้าใจเจลล้างมือมากขึ้นครับ ทุกวันนี้มีไว้ใกล้ตัว แต่ไม่ค่อยได้มีเวลาศึกษาเลย ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ 😊
24 มี.ค. เวลา 11:43
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ยินดีค่า 😀
24 มี.ค. เวลา 11:55
1
รอบรู้เรื่องสุขภาพ
ข้อมูลดีมากค่า
24 มี.ค. เวลา 10:10
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ขอบคุณมากค่า 😀
24 มี.ค. เวลา 10:22
Suebsakul Ruangprim
มีประโยชน์มาก ขอยคุณครับ
24 มี.ค. เวลา 09:31
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ยินดีค่า 😀
24 มี.ค. เวลา 09:38
1
อะไรดี
ขอบคุณข้อมูลครับ ดีมากๆ เป็นประโยชน์มากครับ
24 มี.ค. เวลา 09:22
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะค้า 😀
24 มี.ค. เวลา 09:27
Happy Life 😊
ขอบคุณข้อมูลนะครับ
24 มี.ค. เวลา 08:41
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ยินดีค่า 😀😀
24 มี.ค. เวลา 08:41