โพสต์


26 มี.ค. เวลา 00:00Sports

[ #กะโหลกซ้ายตายไม่ได้ ]

ในขณะที่เรามองว่าสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น สิงคโปร์หรือประเทศแถบยุโรปตะวันออก มีความทันสมัยก้าวหน้าอย่างมากในเรื่องการแพทย์

แต่เราอาจไม่รู้เลยว่า คิวบาคือประเทศที่มีระบบสาธารณสุขแข็งแกร่งสุดในโลก

ฟีเดล กาสโตร อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับ นิยมการเมืองแบบซ้ายและพยายามอย่างยิ่งที่จะนำคิวบาไปยังทิศทางนั้น

คอมมิวนิสต์ในอุดมคติของ กาสโตร จะต้องพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ต้องไปกู้ยืมเงินใคร ผู้คนในประเทศต้องอยู่ดีมีสุขตามหลักปัจจัยพื้นฐาน

สำหรับ กาสโตร นอกจากเรื่องปากท้องแล้ว เขาให้ความสำคัญเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บไม่แตกต่างกันเลย

ฉะนั้นระบบสาธารณสุขจะต้องมาก่อน มีการทุ่มงบประมาณมากมายเพื่อพัฒนาการแพทย์ของประเทศ จนคิวบาได้ชื่อว่ามีหมอฝีมือดี

ข้อเท็จจริงคืออายุเฉลี่ยผู้ชายคิวบาอยู่ที่ 77 ส่วนผู้หญิงสูงกว่าคือ 81 ทั้งที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เคร่งเครียดเรื่องสุขอนามัย ดูดซิการ์ บุหรี่ และยังดื่มเหล้ากันแบบเต็มที่

นั่นเพราะการเข้าถึงแพทย์ ใครป่วย ใครเจ็บ ไม่ต้องรอคิวนานเลย หมอ 1 คนต่อประชากร 150 คนถือว่าเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมมากๆ

แล้วรายได้หลักของคิวบานอกจากผลิตน้ำตาล ซิการ์ และผลิตผลทางการเกษตรแล้ว การส่งบุคลาการทางการแพทย์ไปยังประเทศต่างก็นำเงินมาจุนเจือประเทศได้อีกทางด้วย

นอกจากนี้ในยามที่ประเทศอื่นต้องการความช่วยเหลือ ก็พร้อมยื่นมือมาให้เกาะแน่นเช่นเดียวกัน

ช่วงปี 2014 เชื้อไวรัสอีโบล่าระบาดอย่างหนักในแอฟริกาตะวันตก คร่าชีวิตผู้คนไปนับพันคน คิวบาก็ส่งทีมแพทย์และพยาบาลไปช่วยสกัดไม่ให้ระบาดหนัก กระทั่งควบคุมได้สำเร็จ

มาล่าสุดอิตาลีโดนโควิด-19 เล่นงานจนสะบักสะบอม จนยอดผู้เสียชีวิตแซงหน้าจีนและป่วยกว่า 6 หมื่นคน คิวบาก็เต็มใจช่วยอย่างเต็มที่ ไม่ได้ห่วงว่าบุคลากรที่สำคัญของตัวเองจะมีความเสี่ยงติดเชื้อด้วยซ้ำ

นี่คือน้ำใจ นี่คือความเสียสละที่ประเทศซึ่งเป็นเกาะเล็กๆในแคริเบียน พร้อมจะแบ่งปันให้

ฮูโก้ ชาเวซ อดีตผู้นำสุดโต่งของเวเนซูเอล่า ยังเคยบินไปรักษามะเร็งกระดูดเชิงกรานที่คิวบานานหลายเดือน ด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ กาสโตร เป็นทุนเดิม ตามอุดมการณ์ทางการเมือง เขาจึงได้รับการดูแลอย่างดี

ว่ากันว่าหากไม่ใช่หมอมือดีของคิวบา ชาเวซ ไม่น่าจะยืนหยัดอยู่ได้ถึง 58 ปีอย่างแน่นอน

แต่คนที่น่าสนใจและไปรักษาตัวที่คิวบาต้องยกให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า

ช่วงปลายทศวรรษ 90 หรือโค้งท้ายการค้าแข้งตำนานลูกหนังอาร์เจนตินาต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องโคเคนแบบเรื้อรัง

เขาได้รับคำแนะนำว่าหากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาให้หายขาด อาจได้ไปอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์ในเร็ววัน

มาราโดน่า ติดต่อไปยัง กาสโตร ที่เคยรู้จักกันมาก่อนผ่านเกมลูกหนัง อยากไปรักษาตัวที่นั่น คำตอบที่ได้รับกลับมาทันทีแบบไม่ต้องคิดคือ พร้อมเมื่อไรมาได้เลย

แล้วยังสำทับด้วยว่า "มั่นใจในการแพทย์ของเรา รับรองว่าคุณจะหายขาด"

มาราโดน่า ใช้เวลารักษาตัวที่คิวบานานถึง 4 ปี เขาบินเทียวไปมากับอาร์เจนตินาบ้านเกิด จนได้รับเกียรติให้เป็นเหมือนพลเมืองกิตติมศักดิ์

แน่นอนว่าอุดมการณ์ทางการเมืองที่เอียงไปทางซ้ายหรือสังคมนิยม คือสิ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งคู่

อย่างที่รู้กัน มาราโดน่า นับถือ เช กูวาร่า เป็นไอดอลเบอร์หนึ่งในชีวิต

เรารู้จัก เช ในฐานะนักปฏิวัติ นัดคิด นักเขียนชาวอาร์เจนตินาและยังมีความสนิทกับ กาสโตร จับมือกันเปลี่ยนแปลงคิวบาให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

เช คือหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังวางรากฐานทางการแพทย์ของคิวบา ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ มาราโดน่า จะเข้าถึง กาสโตร ได้

แล้ว กาสโตร เองชื่นชอบ มาราโดน่า เป็นการส่วนตัวแล้ว ประทับใจมากจากช็อต "หัตถ์พระเจ้า" ในฟุตบอลโลก 1986 ส่งอังกฤษตกรอบควอเตอร์ไฟนั่ล ก่อนอาร์เจนติน่าจะผงาดแชมป์อย่างยิ่งใหญ่

หลังจากนั้นไม่นาน กาสโตร ส่งเทียบเชิญให้ มาราโดน่า มาเยือนคิวบา ความสัมพันธ์จึงก่อตัวงอกงามมาตลอด

มาราโดน่า จึงได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในระหว่าง 4 ปีที่รักษาตัว เขายอมรับเลยว่าเป็นช่วงเวลามีความสุขมากๆ แม้คิวบาจะไม่ใช่บ้านเกิด แต่ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างกัน

ในวันที่หายขาดเรียบร้อย มาราโดน่า ขอบคุณทีมแพทย์ทุกคน พร้อมทั้งโอบกอด กาสโตร จนแน่น น้ำตาเอ่อล้น "คุณเหมือนพ่อของผม คุณให้ชีวิตผม"

ส่วน กาสโตร ซึ่งเหมือนผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตา ตบบ่าเบาๆก่อนตอบกลับไปว่า คิวบาเปิดประตูต้อนรับไอ้ลูกชายเสมอ

มาราโดน่า กลับไปใช้ชีวิตในอาร์เจนตินาเหมือนเดิม ด้วยความที่มีทั้งบารมี ชื่อเสียง บรรดาสื่อต่างๆอยากจะเข้าหา ฉะนั้นไม่นานจึงมีรายการทีวีประเภททอล์คโชว์ คุยกับแขกรับเชิญของตัวเองชื่อ La Noche del 10 หรือแปลว่า "คืนวันที่ 10" ตามเบอร์เสื้ออันเป็นตำนาน

เขาคิดไว้แล้วว่าจะต้องเอ่ยปากเชิญ กาสโตร มานั่งคุยกัน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้นำซึ่งเป็นอริตัวเป้งของสหรัฐฯ จะเดินทางออกจากฐานที่มั่นตัวเองแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

แต่ถ้าเป็น มาราโดน่า เรียกร้องมา ไม่มีทางปฎิเสธ รายการค่ำคืนนั้นจึงเซอร์ไพรส์ชาวอาร์เจนไตน์ทั้งประเทศและเรตติ้งพุ่งสูงสุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ลำพังได้ มาราโดน่า มานั่งคุยก็เรียกยอดผู้ชมได้ล้นหลามแล้ว นี่ยังมี กาสโตร มาช่วยเสริมอีกคน

ประเด็นการพูดคุยไม่ใช่เรื่องฟุตบอลหรือเบสบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมในคิวบาเท่านั้น

เรื่องของการเมืองก็มาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะประเด็นสหรัฐฯจะให้เปิดเขตการค้าเสรีกับอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งระยะยาวแล้วจะส่งผลให้อีกหลายประเทศเสียเปรียบพญาอินทรี

มาราโดน่า จึงรับบทหัวหมู่ทะลวงฟันต่อต้านมาตลอด ประกาศเลยว่าในวันประชุมเพื่อหาความเป็นไปได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจะเอาพลั่วมาด้วยเพื่อขุดหลุมฝังเรื่องเขตการค้าเสรีให้หมดสิ้นไปซะ

นอกจากนี้เขายังใส่เสื้อยืดสีขาวมีข้อความสีแดงว่า STOP BUSH เพื่อหยุดยั้งนโยบายนี้ของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ผู้นำของสหรัฐฯในเวลานั้นด้วย

กิตติศัพท์ของ มาราโดน่า อย่างที่รับรู้กัน เขาไม่เคยเกรงกลัวใครทั้งสิ้นและพร้อมจะโชว์พฤติกรรมแบบบ้าบิ่นสุดโต่งอีกด้วย

แล้วการแสดงออกเพื่อยืนข้างคิวบา เสมือนเป็นประเทศของตัวเอง ย่อมสร้างความประทับใจให้ กาสโตร มากๆ

ประทับใจพอๆกับเมื่อครั้ง มาราโดน่า สักรูปหน้าของเขาไว้ที่น่องด้านซ้าย เพื่อเป็นการแสดงความนับถือ

ต้นแขนขวาคือ เช กูวาร่า น่องซ้ายคือ ฟิเดล กาสโตร

"ไม่มีใครเป็นอันดับสอง เพราะทั้งสองคนคืออันดับ 1" นี่คือคำตอบของ มาราโดน่า เมื่อเจอคำถามว่าใครเหนือกว่ากัน

25 พฤศจิกายน 2016 เป็นวันที่ มาราโดน่า เสียใจมากสุดในชีวิต นับตั้งแต่กาสโตรจากไป

เขาร่ำไห้ปล่อยโฮไม่หยุด แทบจะคุมสติไม่อยู่ ต้องให้คนใกล้ชิดช่วยเหลือเพื่อเตรียมพร้อมเดินทางไปร่วมพิธีศพที่ฮาวาน่า เมืองหลวงของคิวบา

มาราโดน่า ยังออกมาประณามพวกฝ่ายขวาและกลุ่มทุนนิยมทั้งหลายที่ดีใจกับการจากไปของ กาสโตร

"พวกคุณไม่ละอายใจกันบ้างหรือ? นี่มันความตายและ ฟิเดล คือพ่อคนที่สองของผม"

ตอนนั้นบรรดาสื่อสหรัฐและฝั่งตะวันตก ต่างเขียนข่าวหรือทำสกู๊ปในทำนองว่า การเสียชีวิตของ กาสโตร จะสิ้นยุคระบอบคอมมิวนิสต์อย่างสมบูรณ์แบบ

ฝ่ายซ้ายจะเหลือแต่ชื่อเท่านั้น โลกจะมีเพียงแค่ประชาธิปไตยกับเผด็จการ

แต่ มาราโดน่า สวนกลับมาทันควัน เขายังพร้อมสนับสนุนคิวบาอย่างเต็มที่ให้เดินไปตามเข็มทิศซึ่ง กาสโตร ตั้งเอาไว้ พร้อมทั้งมั่นใจว่า ราอูล กาสโตร น้องชายที่ครองอำนาจแทนจะทำหน้าที่ได้อย่างดี

"ผมจะไม่ยอมตายง่ายๆ ผมจะต้องตอบแทน ฟิเดล กาสโตร"

อาจเพราะ กาสโตร คือผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับเขา นั่นหมายความว่าเขาจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อทดแทนบุญคุณ

.

ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..

www.cheerball.com/news/talk

.

และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ

Line : https://line.me/R/ti/p/@cheerball.com

ขอบคุณครับ

Suphawadee Saingthong
ขอบคุณความรุ้ไหม่ๆค่ะอ่านทุกบรรทัดเลย
26 มี.ค. เวลา 13:14
เรื่อยเปื่อย
ประวัติศาสตร์ และการครอบงำความคิด เป็นผลผลิตของผู้ชนะ ทั้งที่บางครั้งเป็นข้ออ้างเพื่อหาประโยชน์ ในรูปแบบวิวัฒนาการอาณานิคม ผู้นำที่ดี คือผู้ที่มุ่งมั่นทำเพื่อประชาชน ของตน
26 มี.ค. เวลา 08:29
1
Cheerball
ที่ไหนมีผลประโยชน์ย่อมมีอีกฝ่ายเข้ามาเพื่อกอบโกยครับ พวกทุนนิยมไม่สนอยู่แล้ว
26 มี.ค. เวลา 10:30
Tony Performance
เหรียญมีสองด้าน คิวบาถึงจะดูเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนในสายตาพวกเรา เพราะเราเป็นพันธมิตรกับอเมริกา แต่ประเทศคอมมิวนิสต์หมู่เกาะเล็กๆนี้ ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ
26 มี.ค. เวลา 06:17
1
Cheerball
ใช่ครับ อย่าลืมว่าเป็นพัธมิตรโซเวียต กิตศัพท์นิวเคลียร์สมัยนั้นไม่ธรรมดาครับ
26 มี.ค. เวลา 10:29
Suphaphon Noinonghwa_641102
ติดตามค่ะ
26 มี.ค. เวลา 05:59
1
Cheerball
ขอบคุณที่ติดตามกันครับ😍
26 มี.ค. เวลา 06:16
วีระ กลีบพิพัฒน์
บางครั้ง บางเวลาโลกนี้ก็สมควรมีคนแบบคาสโตรและมาราโดนาบ้างนะ
26 มี.ค. เวลา 02:11
3
Cheerball
คนจริงที่ไม่ยอมถูกกดขี่ง่ายๆครับ ตอนนี้ผู้นำฝั่งซ้ายน่าจะเหลือแค่มิคาฮิล กอร์บาซอฟล่ะครับ
26 มี.ค. เวลา 06:20
วีระ กลีบพิพัฒน์
ปูตินรึเปล่าครับ
1 เม.ย. เวลา 01:36
A Lot Of Things
ขอบคุณสำหรับบทความครับ
26 มี.ค. เวลา 01:32
1
Cheerball
ขอบคุณที่ติดตามกันครับ😍
26 มี.ค. เวลา 06:15