โพสต์


26 มี.ค. เวลา 01:41News

Morning Update ! : งบประมาณเยียวยา 2 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ ได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว

ทรัมป์และวุฒิสมาชิกลงมติเห็นชอบกับมาตรการบรรเทาทุกข์ทางเศรษฐกิจมูลค่าเบื้องต้นกว่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ (1.5 ล้านล้านปอนด์)

ทั้งสมาชิกอาวุโสจากพรรค Republicans และ Democrats ต่างก็มีความเห็นพ้องต้องกัน กับการร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จกกระทั่งมาถึงในช่วงเช้าของวันพุธที่ 26 มีนาคม 2563 หลังจากก่อนหน้านั้นได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่องถึง 5 วัน

รายละเอียดหลัก ๆ ที่เปิดเผยมาแล้วของมาตรการนี้ ประกอบไปด้วยเงินทุน 5 แสนล้านดอลลาร์สำหรับช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น อุตสาหกรรมการบิน และการจ่ายเงินโดยตรงให้กับอีกหลายล้านครัวเรือนในสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยประมาณ 3,000 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน

นอกจากนี้จะมีการจัดหาเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กกว่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ รวมถึงการช่วยเหลือคนว่างงานอีก 2.5 แสนล้านดอลลาร์ และอย่างน้อยอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สำหรับโรงพยาบาลและระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

การจ่ายเงินสำหรับคนว่างงานอาจสูงถึง 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ (นี่มันมากกว่าตอนมีงานทำเสียอีก) เป็นระยะเวลา 4-6 เดือน

นี่จะเป็นการพยุงเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งเป็นความพยายามครั้งที่ 3 ภายในเดือนนี้เดือนเดียว และจำนวนเงินช่วยเหลือที่เดิมพันกับวิกฤตครั้งนี้ มีจำนวนเกือบ 50% จากประมาณ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้จ่ายทุกปี

ข้อสังเกต : สิ่งที่ผมเป็นห่วงแม้จะปั๊มเงินมามากแค่ไหน แต่จนถึงปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เลยแม้แต่น้อย ตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในวันเดียวเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ราย ซึ่งสูงที่สุดในโลก และหากเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกเพียง 1 สัปดาห์ ผมมั่นใจว่าสหรัฐฯจะมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 1 ของโลกแน่นอน

องค์ประกอบอื่น ๆ ของมาตรการครั้งนี้

1. เครดิตภาษีเงินเดือน สามารถขอคืนได้ 50 % สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Coronavirus และนายจ้างจะสามารถเลื่อนการชำระภาษีเหล่านั้นได้หากจำเป็น

2. ลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมด้านการกุศล และสนับสนุนให้นายจ้างหรือธุรกิจขนาดใหญ่ช่วยชำระเงินกู้สำหรับนักเรียนนักศึกษา รวมถึงยกเว้นภาษีเกี่ยวกับสุรากลั่นที่ใช้ทำเจลสำหรับล้างมือ

3. ห้ามยึดทรัพย์สินจำนองต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง (ส่วนใหญ่จะหมายถึงภาคอสังหาริมทรัพย์) จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2563 และห้ามเจ้าของที่ดินขับไล่ผู้อยู่อาศัยเป็นระยะเวลา 4 เดือน

แถลงการณ์ล่าสุดจากทางรัฐบาลของสหรัฐยังกล่าวอีกว่า พวกเขาจะรีบดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ส่วนฝั่งทำเนียบขาวก็ออกมาแถลงการณ์ว่าทรัมป์พร้อมลงนามอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าสภาคองเกรสจะเอาเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะของทรัมป์ได้เร็วแค่ไหน และในขณะเดียวกันผู้ว่าการของรัฐอย่างน้อย 18 รัฐ ได้ออกมาตรการกักกันที่ส่งผลกระทบต่อประชากรอย่างน้อย 50% ของทั้งประเทศ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย Dow Jones ปรับตัวขึ้น 2.39% ในขณะที่ S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.15% แต่ Nasdaq ยังลดลงเล็กน้อยที่ 0.45%

หุ้นกลุ่ม Boeing พุ่งขึ้นมากกว่า 23% ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าบริษัทจะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายครั้งนี้

ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน FTSE 100 ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 4.4% ในขณะที่ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปิดที่ระดับสูงกว่า 8%

การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา

World Maker

สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่

https://www.facebook.com/WorldMakerTH

World News
BlackHorse
เห็นด้วยกับแนวคิดของผู้เขียนครับ
26 มี.ค. เวลา 09:40
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
พิมพ์เข้าไป
26 มี.ค. เวลา 05:40
Naimong Hoithod
อีกหน่อยเงินดอลลาร์จะกลายเป็นแบงค์กงเต็ก
26 มี.ค. เวลา 05:14
คิดในใจ
อาจจะต้านได้ก็กคงยากนะ ภัยธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง ไวรัส
26 มี.ค. เวลา 03:29
26 มี.ค. เวลา 03:10