โพสต์


“ทำไมคนเราจึงมีความแตกต่างกัน”
ธรรมะรุ่งอรุณ ☀️
๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓
การรักษาศีลนี้ถ้าเราเป็นคนไม่ใจบุญสุนทานเราจะรักษาศีลได้ยาก แต่คนที่ชอบทำบุญทำทานนี้จะรักษาศีลได้ง่ายกว่า เพราะคนทำบุญนี้จะไม่อยากให้คนอื่นเขาเสียหายเดือดร้อน คนทำบุญนี้อยากจะให้คนอื่นเขามีความสุขไม่เดือดร้อนจากการกระทำของเขา เขาก็จะระมัดระวัง ถ้าไปทำอะไรแล้วทำให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนก็จะไม่ทำ ถ้าจะต้องโกหกก็จะไม่โกหก ถ้าจะต้องไปประพฤติผิดประเวณีก็ไม่ไปทำ ถ้าจะไปลักทรัพย์ของคนอื่นก็ไม่เอา ถ้าจะไปทำลายชีวิตของคนอื่นก็จะไม่อยากทำ เพราะคนทำบุญมีความเมตตานั่นเอง ต่างจากคนที่ไม่ทำบุญ คนไม่ทำบุญนี้จะไม่มีความเมตตาก็เลยทำบาปได้ง่าย นึกอยากจะได้อะไรมาถ้าต้องโกหกก็โกหก ถ้าต้องประพฤติผิดประเวณีก็จะประพฤติผิดประเวณี ถ้าต้องฉ้อโกงต้องลักทรัพย์ก็จะฉ้อโกง ถ้าต้องฆ่าก็จะฆ่า นี่แหละคือการกระทำบาปต่างๆ นี้เกิดจากการที่ไม่ได้ทำบุญนั่นเอง ไม่รู้จักทำบุญ ทำไมเราจึงมีคดีต่างๆ ปรากฏให้เห็น ฆ่าคนบ้าง ลักทรัพย์บ้าง ก็เพราะนี่แหละ ก็เพราะไม่มีความเมตตากัน มีความอยากได้โน่นอยากได้นี่อยากทำนู่นอยากทำนี่ พอเกิดความอยากขึ้นมาใจมันก็ดิ้นใจมันก็หงุดหงิดมันอยู่เฉยๆ ไม่ได้ มันก็ต้องไประบายความเครียดความหงุดหงิดด้วยการกระทำ ถ้าทำโดยวิธีที่ไม่ทำบาปไม่ได้ก็จะไปทำโดยวิธีทำบาปนั่นเอง
แต่ถ้ามาได้รับการสอนให้หัดทำบุญทำทานอยู่เรื่อยๆ แล้วรับรองการจะไปทำบาป ไปสร้างความเสียหายเดือดร้อนให้กับผู้อื่นนี้จะเป็นของที่ยาก นี่คือประโยชน์ของการทำทานเพื่อที่จะทำให้เรารักษาศีลไม่ทำบาปได้ง่าย การรักษาศีลไม่ทำบาปนี้มีประโยชน์อย่างไร ก็จะทำให้เราสบายใจนั่นเอง เวลาโกหกนี่สบายใจหรือเปล่า เวลาไปประพฤติผิดประเวณีสบายใจหรือเปล่า เวลาไปลักทรัพย์ไปฉ้อโกงสบายใจรหรือปล่า เวลาไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้วสบายใจไมหม ไม่สบายใจ เป็นเหมือนวัวสันหลังหวะ เห็นตำรวจเห็นใครก็กลัวเขาจะรู้ เห็นตำรวจก็คิดว่าเขาจะมาจับเราแล้ว ทั้งๆ ที่ตำรวจไม่รู้เรื่องของเรา แต่พอเราทำบาปแล้วมันจะเกิดความระแวงเกิดความหวาดกลัว มองหน้าใครไม่ค่อยติดใช่ไหมเวลาทำบาปนี้ พูดกับใครนี้ไม่กล้ามองที่ตาเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเราโกหก เพราะเวลาทำอะไรแล้วพูดไม่ตรงกับสิ่งที่เราทำนี้มันไม่หนักแน่น ฟังแล้วมันรู้สึกกลวงๆ ยังไงไม่น่าเชื่อถือ นี่คือโทษของการทำบาปจะทำให้เราไม่มีความสุข แต่พอเรารักษาศีลไม่ทำบาปได้เราจะสบายใจ เราจะไม่หวาดกลัว เราจะมองหน้าใครนี้เรามองหน้าได้อย่างเต็มตา ไม่กลัวว่าเขาจะมาจ้องจับผิดเราเพราะเราไม่มีอะไรให้เขามาจ้องจับผิดนั่นเอง เราจะมีความมั่นใจมีความสุขใจ นี่คือประโยชน์ที่เราได้รับในขณะที่เรามีชีวิตอยู่
ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการรักษาศีลหลังจากที่ร่างกายตายไปแล้ว ใจของเราที่จะเป็นดวงวิญญาณต่อไป ก็ไม่ต้องไปเป็นดวงวิญญาณในอบาย ไม่ต้องไปเป็นเปรต ไม่ต้องไปเป็นอสูรกาย ไม่ต้องไปเป็นนรก ถ้าไปเกิดก็ไม่จต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้ารักษาศีลได้แล้วถ้ายังไม่ได้ทำบุญหรือทำบุญน้อย ก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้เลย ไม่ต้องไปรับผลกรรมในอบาย แต่ถ้าได้ทำบุญด้วยได้รักษาศีลด้วยก็จะไปสวรรค์ก่อน ไปเป็นเทวดาก่อน หลังจากบุญที่ได้รักษาหมดกำลังลงก็จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ และการมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะต่างกับมนุษย์ผู้ที่มาเกิดจากอบาย พวกที่ลงมาเกิดจากสวรรค์นี้เป็นพวกที่มีวาสนาบารมี มาเกิดร่ำรวย มาเกิดมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ผิวพรรณผ่องใส มีอาการครบ ๓๒ มีสุขภาพที่แข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน แต่พวกที่มาจากอบายนี้เวลามาเกิดจะเป็นพวกมาเกิดแบบอาภัพวาสนา หน้าตาไม่สวยไม่งาม อาการไม่ครบ ๓๒ บางคนก็แขนขาดขาขาด มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน อายุสั้น ยากจน นี่เป็นผลของขณะที่ตายไปแล้วไปเกิดในอบาย พอกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ก็จะเป็นพวกอาภัพวาสนา พวกที่ทำบุญได้รักษาศีลได้ไม่ทำบาปได้ตายไป ไปเป็นเทวดา กลับมาก็เป็นมนุษย์ที่มีบุญวาสนาบารมี ทำไมคนเราจึงมีความแตกต่างกัน ก็เป็นคนเหมือนกัน ถ้าเป็นผลไม้มันน่าจะเป็นผลไม้เหมือนกันใช่ไหม แต่ทำไมเป็นผลไม้ไม่เหมือนกัน เป็นคนไม่เหมือนกัน นิสัยใจคอก็ไม่เหมือนกัน คนที่มาจากอบายก็มักจะมีนิสัยชอบทำบาปติดตัวมา ชอบเสพอบายมุขติดตัวมา คนที่ลงมาจากสวรรค์ก็มีนิสัยชอบทำบุญติดตัวมา
อันนี้มันเป็นอุปนิสัยของดวงจิตดวงใจที่ทำให้มนุษย์เราที่มาเกิดในโลกนี้มีอุปนิสัยต่างกัน มีวาสนามีบารมีต่างกัน มีความร่ำรวยมากน้อยต่างกัน มีความสวยงามมากน้อยต่างกัน มีความสมบูรณ์ทางร่างกายต่างกัน มีอายุสั้นยาวต่างกัน นี่คือผลที่เกิดจากบุญหรือบาปที่เราทำกันมาในอดีตชาตินั่นเอง งั้นถ้าเราอยากจะให้ภพชาติของเราในอนาคต ถ้าเรายังไปไม่ถึงนิพพาน เรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ก็ขอให้มันเวียนว่ายตายเกิดในสุคติดีกว่าที่จะไปเวียนว่ายตายเกิดในอบาย การที่เราจะไม่ไปเวียนว่ายตายเกิดในอบายเราก็ต้องรักษาศีล ๕ ให้ได้ เพราะศีล ๕ จะเป็นผู้มาปิดประตูอบายให้กับเรานั่นเอง และถ้าเราอยากจะเกิดในสวรรค์เราก็พยายามทำบุญ เอาเงินที่จะไปเที่ยวไปเล่นไปกินไปดื่ม เอาไปทำบุญดีกว่า ตายไปได้กำไรกว่า กลับมาก็มีเงินทองรอรับเราอยู่อีก กลับมาก็เหมือนตกบนกองเงินกองทอง
สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Wipa Sina
น้อมกราบสาธุค่ะ
12 เม.ย. เวลา 06:02