โพสต์


“เรื่องของการชำระกิเลส”

ธรรมะรุ่งอรุณ ☀️

๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓

การปฏิบัติธรรม ต้องมีการรักษาศีลขั้นศีล ๘ ขึ้นไปถึงจะสามารถภาวนาได้ ภาวนาก็มี ๒ ระดับ สมถะกับวิปัสสนา สมถะเป็นอันดับแรก ง่ายกว่าวิปัสสนา และเป็นขั้นบันไดที่จะต้องผ่านถึงจะไปสู่วิปัสสนาได้ ต้องทำใจให้สงบให้มีพลังให้มีความสุขและให้มีความกระจ่าง ใจเวลาสงบนี้มันจะเป็นเหมือนแว่นที่ได้รับการเช็ด แว่นที่มันสกปรกนี้ แว่นที่มัวนี้เวลามองอะไรมองไม่ชัด แต่ถ้าไปเอาอะไรไปเช็ดให้มันสะอาด ก็จะเห็นอะไรได้ชัดเจน ใจที่มีโมหะอวิชชาปกคลุมอยู่นี้มันจะเป็นเหมือนแว่นที่มีสิ่งคราบสกปรกติดอยู่ที่แว่น จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ตามความเป็นจริงนั่นเอง ใจของใจที่ไม่มีความสงบก็จะมองเห็นกลับตาละปัดไป เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข เห็นสิ่งที่ไม่ใช่ของเราว่าเป็นของเรา แต่พอมาทำสมถภาวนาทำจิตให้สงบ กิเลสตัณหาโมหะอวิชชาที่ครอบงำจิตใจก็จะตกตะกอน จะหยุดทำงาน พอหยุดทำงานใจที่มืดมัวด้วยกิเลสตัณหาโมหะอวิชชาก็ใสขึ้นมา ก็สามารถเห็นความเป็นจริงได้

พอปัญญาสอนว่าไอ้นี่ไม่เที่ยงก็จะเห็นว่าไม่เที่ยง ไอ้นี่เป็นทุกข์ก็จะเห็นว่าเป็นทุกข์ ไอ้นี่ไม่ใช่ของเราก็จะเห็นว่าไม่เป็นของเรา ขั้นต้นจึงต้องผ่านสมถะก่อน ต้องทำใจให้ใสก่อน ถ้าเป็นแว่นตาก่อนจะอ่านหนังสือนี้ ต้องเอาเช็ดแว่นตาให้มันใสก่อน ถ้าไม่เช็ดแล้วเดี๋ยวอ่าน ก.ไก่ เป็น ข.ไข่ไป ค.ควาย เป็น ค.คนไป เพราะมันตัวคล้ายๆกัน อันนี้ก็เหมือนกันใจต้องใสก่อน ใจต้องสงบนิ่งแล้วเป็นเหมือนน้ำนิ่ง น้ำนิ่งใสไม่ใส น้ำเวลาไม่นิ่งมันขุ่น มันจะมีตะกอนผสมกับน้ำขึ้นมา แต่พอทำให้น้ำมันนิ่งปั๊บนี้ ตะกอนก็จะตกแยกตัวออกจากน้ำไป น้ำก็จะใสขึ้นมา นี่แหละความจำเป็นความสำคัญของการเจริญสมถภาวนา การทำใจให้สงบก่อน ต้องทำใจให้สงบแล้วใจจะใส ใจจะเห็นอะไรตามที่ปัญญาสอน ปัญญาบอกไอ้นี่เป็นทุกข์ก็จะเห็นว่าเป็นทุกข์ ไอ้นี่ไม่เที่ยงก็เห็นว่าไม่เที่ยง ไอ้นี่ไม่ใช่ของเราก็จะเห็นว่าไม่เป็นของเรา ไอ้นี่ไม่สวยไม่งามก็จะเห็นว่าไม่สวยไม่งาม ไอ้นี่สกปรกไม่น่ารับประทานก็จะเห็น แล้วพอเห็นความจริงแล้วทีนี้ความอยากมันจะมาหลอกให้ไปรักไปชอบได้อย่างไร ให้ไปรักไปชอบของที่สกปรกได้ยังไง ให้ไปชอบของที่ไม่สวยไม่งามได้อย่างไร

นี่แหละคือเรื่องของการชำระกิเลสตัณหาโมหะอวิชชา ให้หมดสิ้นไปจากจิตจากใจ ต้องทำด้วยการจิตตภาวนา สมถภาวนา ทำจิตให้ใสให้สว่าง แล้วก็วิปัสสนาเอาความจริงมาสอนใจ สอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันไม่เที่ยงมันทุกข์ไม่ใช่ของเราทั้งนั้น ร่างกายของคนไม่มีใครสวย ไม่มีร่างกายของใครสวยงาม ส่วนที่ไม่สวยงามไม่มองกัน ไปมองแต่ส่วนที่สวยงาม อาหารที่น่ารับประทาน มันก็ไม่น่ารับประทานถ้าไปมองส่วนที่มันไม่น่ารับประทาน ปัญญาจะสอนหมด กิเลสไม่สามารถมาหลอกให้เรามาหลงมารักมาชอบกับสิ่งต่างๆที่มีอยู่ในโลกนี้ได้ พอกิเลสตัณหาตายไปหมด ความทุกข์ที่เกิดจากกิเลสตัณหาก็หายไปหมด นี่แหละหลักสูตรง่ายๆของพระพุทธศาสนา แต่ยากที่การนำเอาไปปฏิบัติเท่านั้นเอง ศีล ๕ ข้อมันยากตรงไหน ยากเพราะว่าไม่เคยทำ ไม่อยากทำ ชอบทำผิดศีลกัน มันก็เลยเวลาจะมาทำให้ถูก มันทำไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ฝืนได้ มันไม่เคยทำ ก็บังคับมันทำ คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นว่าดีกว่าไปทำ ทำบาปแล้วทุกข์ ไม่ทำบาปแล้วไม่ทุกข์กัน อันไหนจะดีกว่ากัน ทำบุญแล้วสุข ไม่ทำบุญแล้วไม่สุข อันไหนจะดีกว่ากัน ปฏิบัติธรรมแล้วกิเลสตัณหาตายหมด ความทุกข์หายหมด กับการไม่ปฏิบัติ อันไหนจะดีกว่ากัน ต้องใช้เหตุใช้ผลมาสอนใจ แล้วมันจะเกิดกำลังใจขึ้นมาเอง

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี

ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Wipa Sina
น้อมกราบสาธุค่ะ
11 เม.ย. เวลา 13:57