6 เม.ย. 2020 เวลา 02:40 • ธุรกิจ
บริษัทที่ แข็งแกร่งสุดในปฐพี ตอนนี้ คือใคร?
ตอนนี้หลายบริษัทกำลังเจอบททดสอบแห่งทศวรรษ
กับเหตุการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่กระทบเศรษฐกิจไปทั่วโลก
หลายบริษัทขาดสภาพคล่อง
บางบริษัทยื่นล้มละลาย
แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอยู่บางบริษัทที่ได้รับประโยชน์มหาศาลจากเรื่องนี้
บริษัทนั้นก็คือ Microsoft เจ้าของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ Windows
Cr. Microsoft
บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งมาแล้ว 45 ปี
ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจโลกมานับครั้งไม่ถ้วน
รวมถึงวิกฤติโรคระบาด COVID-19 รอบนี้
ที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอุปสรรค
แต่กลับเป็นโอกาสทอง ทำให้ Microsoft เติบโตเพิ่มขึ้นอีก
ท่ามกลางหลายบริษัทที่เผชิญกับวิกฤติ
แล้ว Microsoft มีดีอะไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เหตุผลข้อแรก ก็เพราะว่าสินค้าของ Microsoft ผูกติดกับการทำงาน
ของคนทั่วโลกอย่างที่เราอาจไม่ทันสังเกต
เริ่มตั้งแต่เราเริ่มทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก..
รู้ไหมว่าอุปกรณ์เหล่านี้ ทุกๆ 100 เครื่องจะใช้ระบบปฏิบัติการ
Windows (Microsoft) 88 เครื่อง
Mac OS (Apple) 9 เครื่อง
Linux 2 เครื่อง
และอื่นๆ อีก 1 เครื่อง
จากตรงนี้ สะท้อนให้เห็นว่า Microsoft ครอบครองระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์เกือบทั้งโลก
สำหรับคนที่คิดว่า Apple จะมาแทน Microsoft ได้ วันนั้นจะไม่เกิดขึ้น
เพราะ Apple ได้วางตำแหน่งตัวเองอยู่ระดับบนที่เน้นคุณภาพ ทำให้ราคาของ Apple ยากที่จะเข้าถึงทุกคนได้ แต่ Apple ก็พอใจเพราะถึงแม้จะครองส่วนแบ่งน้อย แต่กำไรของ Apple กลับมากกว่าเจ้าอื่นรวมกันเสียอีก
ในทางกลับกัน Microsoft ทำสินค้า และวางตำแหน่งตัวเองให้ทุกคนเข้าถึงได้
และ Windows ของ Microsoft ก็น่าจะเป็นระบบปฏิบัติการเบอร์หนึ่ง ที่ครองโลกนี้ไปอีกนาน
Cr. Microsoft
ที่น่าสนใจก็คือรายได้ Windows คิดเป็นเพียง 17.7% จากรายได้ทั้งหมดของบริษัท Microsoft เท่านั้น
แล้วรายได้ของบริษัท Microsoft มาจากอะไรบ้าง?
Office ซอฟต์แวร์สำหรับการทำงาน 25.7%
Microsoft Azure การทำงานบนคลาวด์ 23.7%
Windows ระบบปฏิบัติการ 17.7%
Xbox เกม 9.4%
Bing โฆษณา 6.4%
บริการองค์กร 5.3%
Microsoft Surface แท็บเล็ตที่ทำงานได้เหมือนโน้ตบุ๊ก 4.7%
Linkedin แพลตฟอร์มสร้างโปรไฟล์เพื่อหางาน 4.8%
Skype และอื่นๆ อีก 2.3%
จากโครงสร้างรายได้ข้างต้น แสดงให้เห็นว่าธุรกิจส่วนใหญ่ของ Microsoft เกี่ยวกับการทำงานตั้งแต่แพลตฟอร์มหางาน การทำงานเอกสารไปจนถึง การทำงานการเก็บข้อมูลธุรกิจบนคลาวด์
Cr. Microsoft
ทีนี้ เมื่อเกิดโรคระบาด COVID-19 ขึ้นทั่วโลก
มันจึงส่งผลให้พฤติกรรมเราต้องเปลี่ยนไป “ทำงานจากที่บ้าน”
เมื่อเราต้องเปลี่ยน บริษัทขนาดเล็ก องค์กรขนาดใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนเช่นกัน
จากเดิมที่องค์กรใช้ Microsoft Office รุ่นเก่ามานานก็ต้องเปลี่ยนมาใช้รุ่น 365
จากเดิมที่ไม่เคยมี OneDrive ที่เป็นการเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ของ Microsoft ก็ต้องมาเริ่มทดลองใช้
Cr. Microsoft
เมื่อหลายบริษัทต้องปรับตัว
ทำให้เจ้าของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ใหญ่สุดในโลก
ที่ปัจจุบันมี Ecosystem ครบวงจรอย่าง Microsoft
กลายมาเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์มหาศาลทันที
โรคระบาดครั้งนี้ทำให้หลายบริษัท
ทำงานเอกสารบนคลาวด์พร้อมกันแบบเรียลไทม์
โยกย้ายข้อมูลบางส่วนเก็บไว้บนคลาวด์
รวมไปถึงการพูดคุย ประชุมภายในองค์กรผ่านแอปพลิเคชัน
ทั้งหมดนี้เป็นบริการที่ Microsoft มีครบ และทุกอย่างเชื่อมต่อกันแบบครบวงจร
แล้วที่ผ่านมา Microsoft เติบโตดีขนาดไหน?
ปี 2017 รายได้ 3.19 ล้านล้านบาท กำไร 0.84 ล้านล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 3.65 ล้านล้านบาท กำไร 0.55 ล้านล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 4.17 ล้านล้านบาท กำไร 1.30 ล้านล้านบาท
คิดเป็นรายได้เติบโตเฉลี่ย 14.33%
กำไรเติบโตเฉลี่ย 24.40%
แค่กำไรปีล่าสุดของบริษัท Microsoft สามารถซื้อ ปตท. บริษัทที่ใหญ่สุดในประเทศไทยได้แล้วยังเหลือเงินทอน
ในขณะเดียวกัน หลังเกิดการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานชัดเจนว่า Microsoft ได้ประโยชน์อย่างมากจากเรื่องนี้
Microsoft เปิดเผยว่าปริมาณการใช้บริการคลาวด์สำหรับองค์กรพุ่งสูงขึ้นระดับ 775% ภายในเดือนเดียว
รวมไปถึงจำนวนสมาชิกแอปสื่อสารองค์กร Microsoft Teams ก็พุ่งสูงขึ้น 37%
Cr. Microsoft
เมื่อรวมกับสถานการณ์ตั้งแต่ต้นปี ดัชนีตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา NASDAQ ปรับตัวลงมาแล้วกว่า 19% แต่บริษัท Microsoft ปรับตัวลดลงมาเพียง 5%
เมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น
Google -19%
Apple -20%
Facebook -24%
1
หรือแม้แต่บริษัท Berkshire Hathaway ของนักลงทุนระดับโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็โดนพิษ COVID-19 ปรับตัวลงมากกว่า 24% เช่นกัน
ปี 1999 วิกฤติดอตคอม Microsoft เป็นบริษัทใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลก
ปี 2008 วิกฤติซับไพรม์ Microsoft เป็นบริษัทใหญ่สุดอันดับ 4 ของโลก
ปี 2014 วิกฤติน้ำมัน Microsoft เป็นบริษัทใหญ่สุดอันดับ 4 ของโลก
และตอนนี้ Microsoft ก็สามารถกลับมาขึ้นแท่นบริษัทใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลกได้อีกครั้ง (จะเป็นเบอร์ 2 ถ้านับรวมบริษัทน้ำมัน Saudi Aramco)
สำหรับวิกฤติโรคระบาดปีนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว
ที่สร้างผลกระทบชั่วคราวให้กับหลายบริษัททั่วทุกมุมโลก
อย่างไรก็ตาม วิถีการทำงานของเราที่เปลี่ยนไปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
อาจส่งผลดีอย่างถาวรให้กับ Microsoft
ในขณะที่หลายบริษัทกำลังชะลอต้นทุน ค่าใช้จ่ายเพื่อรับมือ COVID-19
แต่สินค้าและบริการของ Microsoft กลับเป็นต้นทุนของหลายบริษัทที่ “ตัดทิ้งไม่ได้”
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงทำให้ Microsoft เป็นหนึ่งในธุรกิจที่แข็งแกร่งสุดในปฐพี
ไม่ว่าจะเผชิญกับบททดสอบสุดหิน ขนาดไหนก็ตาม..
โฆษณา