พ่อแม่..ห้ามบอกว่าไม่มีเวลาให้ลูก
พ่อแม่..ต้องหาเวลาให้ลูก
ผู้เขียนเจอคำพูดนี้มาจากที่ไหน จำแหล่งที่มาไม่ได้แล้วค่ะ แต่เป็นสิ่งยึดถือและปฏิบัติมาตลอดการเป็นคุณแม่
การที่ลูกของเราจะโตมาเป็นคนแบบไหน
ก็ขึ้นอยู่กับว่าได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างไร
พ่อแม่ อยากให้ลูกเป็นเด็กมีจินตนาการ
พ่อแม่ก็ต้องสร้างค่ะ เริ่มจากการเล่านิทาน อ่านหนังสือให้ฟัง ผู้เขียนเองลูกสาวก็จะมีนิทานเล่มโปรดที่ต้องให้อ่านก่อนนอนทุกคืน (หมีขั้วโลกเหนือ) พอลูกโตขึ้นเริ่มอ่านหนังสือได้ พ่อแม่ก็ควรสนับสนุน ส่งเสริมให้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือการ์ตูน หนังสือนิยาย สมัยลูกสาวผู้เขียนยังเด็กก็จะอ่านทั้งโคนัน
รีบอนด์ เซวีน่า แฮรี่พอตเตอร์ (เรื่องนี้ตอนนี้คุณแม่เป็น FC มากกว่าลูกซะอีกค่ะ😄)
ดูการ์ตูนดิสนีย์ ดูการ์ตูนญี่ปุ่น มู่หลาน โคนัน นารูโตะ ยอดกุ๊กแดนมังกร ทุกอย่างที่ลูกดู
ลูกอ่าน พ่อแม่ต้องต้องรู้เรื่องทั้งหมด ดูไปกับลูก อ่านไปกับลูก เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเนื้อหาในเรื่องนั้นๆ ลูกเรามีความรู้สึกนึกคิด หรือมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหนในมุมมองของลูก พ่อแม่จะได้พูดคุย ให้คำแนะนำ พร้อมสอดแทรกสิ่งที่เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องของสังคมให้กับลูกในสิ่งที่ลูกคิดต่าง หรือลูกมีคำถามจากสิ่งนั้นๆ
พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กดี มีน้ำใจ เป็นที่รักของคนที่พบเจอลูกของเรา พ่อแม่ก็ต้องอบรม สั่งสอน สิ่งที่ผู้เขียนใช้มาตลอดคือการสอนให้เคารพผู้ใหญ่ ให้ยกมือไหว้ทำความเคารพ รู้จักพูดขอบคุณเมื่อมีใครมาทำอะไรให้เรา และต้องพูดคำว่าขอโทษ เมื่อเราทำอะไรผิดต่อผู้อื่น แค่ 3 เรื่องนี้ ลูกสาวก็จะได้รับคำชมมากมาย ว่าเป็นเด็กสุภาพ ไปที่ทำงานคุณพ่อ ก็จะยกมือไหว้ทุกคน ไม่ว่าจะตำแหน่งสูงกว่า หรือต่ำกว่าคุณพ่อ บางคนไม่ถูกกับคุณพ่อ ยังแอบปลื้มลูกสาวค่ะ 🤣
ส่วนคำว่า ขอบคุณ คุณแม่ก็จะได้รับคำชมจากเรื่องนี้ว่า ลูกสาวน่ารัก สำหรับคำขอโทษ ก็เช่นกัน ตอนนั้นลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบ ทำผ้าเช็ดหน้าหาย ก็มายืนหน้าเศร้า น้ำตาจะหยดต่อหน้าคุณแม่ แล้วก็พูดว่า คุณแม่ขา
หนูขอโทษค่ะ หนูทำผ้าเช็ดหน้าที่คุณแม่ให้มาหาย คุณแม่ฟังแล้ว ความที่จะดุว่าทำของหาย ก็ใจอ่อนไปเลยค่ะ 😊
ทีนี้กลับมาคุยเรื่องการใช้เวลากับลูก ตามหัวข้อที่ตั้งไว้ พ่อแม่ต้อง (must) หาเวลาให้ลูกค่ะ ตั้งแต่ลูกเริ่มเข้าโรงเรียน ผู้เขียนจะลางานวันที่ 11 สิงหาคมของทุกปี เพราะต้องไปร่วมกิจกรรมวันแม่ กับโรงเรียนของลูก มีอยู่ปีหนึ่งมีงานสำคัญต้องเข้าไปรับรางวัลที่ทำเนียบ คุณแม่ก็ไปขอลากับเจ้านายว่าขอไม่เข้า คือทิ้งโอกาสสำคัญตรงนั้นไป เพื่อเอาเวลามาให้ลูก ดังนั้น จึงขอย้ำกับคุณพ่อ คุณแม่อีกครั้ง ว่าการที่เราเป็นพ่อ เป็นแม่แล้ว อย่าหยิบยกเหตุผลอะไรมาอ้างว่าไม่มีเวลาให้ลูก เราต้องหาเวลาให้ลูก เพื่อลูกของเรา จะได้เติบโตเป็นเด็กดี เป็นประชากรที่มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองที่ดีให้กับประเทศของเราค่ะ
จบเรื่องอยากเล่า จากประสบการณ์ ตอนที่ 2 ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ ที่ได้เข้ามาอ่านนะคะ😊😄
ความคิดเห็น
〰️Sajadharm〰️
แวะมาติดตามเป็นกำลังใจคะ
10 มิ.ย. 2020 เวลา 22:02
เรื่องอยากเล่า
ขอบคุณมากๆ ค่ะ😊
11 มิ.ย. 2020 เวลา 01:13
สถานีความทรงจำ
เวลามีจำกัดควรใช้อย่างคุ้มค่า
10 มิ.ย. 2020 เวลา 18:25
เรื่องอยากเล่า
ให้กับคนที่เรารักด้วยค่ะ😊😄❤️
11 มิ.ย. 2020 เวลา 01:13
# ไอ้ม่อย # 💗💗💗
ขอบคุณบทความครับ เห็นด้วยครับกับการให้เวลาลูก ที่ชอบไปกว่านั้น..คือการสอนให้เขาเข้าใจการเคารพผู้ใหญ่, ขอบคุณและขอโทษ มันเป็นสิ่งดีและเป็นเสน่ห์ที่ติดตัวเด็กๆไปเลยครับ
10 มิ.ย. 2020 เวลา 18:15
เรื่องอยากเล่า
ขอบคุณค่ะ อยากให้คนอื่นรักลูกเราเหมือนเรารักค่ะ😊😄
11 มิ.ย. 2020 เวลา 01:12