โพสต์

แล้วเรียนภาษาอังกฤษควรเริ่มตรงไหนดี
เราควรตระหนักว่าการเรียนทักษะใดๆ มี 2 ส่วนเสมอ คือส่วนของความเข้าใจ และอีกส่วนคือการใช้เป็น
ส่วนของความเข้าใจ หาผู้รู้สอนอาจจะย่นระยะเวลาการเรียนได้
แต่ส่วนของการใช้จนเกิดความเชี่ยวชาญนั้นยังต้องฝึกฝนด้วยตนเองอยู่
รู้และเข้าใจอย่างเดียวไม่อาจก่อให้เกิดทักษะที่เราต้องการได้ ต้องฝึกฝนจนชำนาญด้วยตนเองเท่านั้นทักษะนั้นจึงจะเป็นของเรา
ถ้าจะให้ง่ายสุดก็เริ่มจากการฟัง ฟังแล้วเก็บคำศัพท์
จากนั้นก็ หัดพูด copy เสียงให้เหมือนต้นฉบับเจ้าของภาษา
แล้วค่อยไปเรียนเรื่ององค์ประกอบของภาษา หลักการใช้ และวัฒนธรรมที่ห่อหุ้มภาษานั้นอยู่ นั่นก็คือ 2 ทักษะสุดท้าย อ่านและเขียน
เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะทำไห้เรียนภาษาได้เร็ว คือ เลียบแบบวิธีธรรมชาติ เหมือนตอนเราหัดเรียนภาษาแรกของเรา หัดทำตามลำดับ
ฟัง => พูด => อ่าน => เขียน
ตอนเราเด็กๆ เราจะฟังเยอะมากและจำคำศัพท์ที่เราได้ยินจากที่ผู้ใหญ่พูดทีละคำ
และหัดพูดตาม จากนั้นก็จำเป็นกลุ่มคำ จากนั้นก็จำเป็นประโยค แล้วหัดพูดไปเรื่อยๆ
เมื่อพอเริ่มสื่อสารได้ เราก็ต้องเข้าโรงเรียนหัดอ่านหัดเขียน เรียนเรื่ององค์ประกอบพื้นฐานและกฏเบื้องต้นทางภาษา เราฟัง พูด อ่าน เขียน แทบทุกวัน จนเราใช้ภาษาได้คล่อง
สรุป วิธีการคือ
อยากฟังออก ต้องฟังบ่อยๆ ฟังเยอะๆ ฟังแล้วเห็นบทพูดด้วยจะคืบหน้าเร็ว
อยากพูดเก่ง ต้องพูดบ่อยๆ พูดเยอะๆ พูดแล้วบันทึกเสียงตัวเองไว้ฟัง จะรู้ว่าตัวเองพูดได้ดีแค่ไหน
อยากอ่านเก่ง ต้องอ่านบ่อยๆ อ่านเยอะๆ อ่านแล้วทำแบบฝึกหัด จะรู้ว่าเราเข้าใจถูกไหม
อยากเขียนเก่ง ต้องเขียนบ่อยๆ เขียนเยอะๆ เขียนบันทึกถึงตัวเองแล้วกลับมาดูเมื่อผ่านไป 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ก็จะรู้ว่าตนเองเขียนเป็นอย่างไร อยากพัฒนาเร็วก็ขอให้ผู้รู้ตรวจงานเขียนให้ และปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ผิดพลาดให้ถูกต้อง ไม่นานก็จะพบท่วงทำนองสำนวนการเรียบเรียงในแบบของตนเองก่อเกิดเป็นความเชี่ยวชาญในการเขียน
อยากเชี่ยวชาญเรื่องใด ก็ลงมือศึกษาทำความเข้าใจและฝึกฝนเรื่องนั้นให้มากค่ะ แล้วจะเก่งขึ้นมาได้เอง โดยไม่รู้ตัว ^_^
หลายคนบอกพูดง่าย ส่วนที่ทำยากคือกระตุ้นให้ตัวเองทำนี่แหละ หืดขึ้นคอ.....คงต้องเริ่มเตะตูดตัวเองแล้วหล่ะ (kick your ass!) เพราะความเชี่ยวชาญนั้นได้มาจากการฝึกฝนเท่านั้น ไม่สามารถแบ่งปันหรือสอนกันได้
บอกเคล็ดลับให้ วิธีที่ง่ายที่สุดมักจะได้ผลที่สุดค่ะ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆค่ะ อย่ากลัวที่จะผิด
เริ่มฟังอะไรที่ง่ายๆ และเราชอบก่อนค่ะ จะได้ลดอุปสรรคและความหน้าเบื่อลง ดูหนัง ฟังเพลง ฟัง Audio book ดู series ที่ชอบ แล้ว จำคำที่โดนใจ ประโยคเด็ดที่ได้ยินบ่อย และหัดพูดตามค่ะ
เริ่มต้นช้า ดีกว่าไม่เริ่มต้นเลย ฝึกได้วันละนิด ดีกว่าไม่ฝึกเลย
… Take one step at a time
There's no need to rush
It's like learning to fly
Or falling in love…
...ทำไปทีละขั้นทีละตอน
ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
มันเหมือนการหัดบิน
หรือการตกหลุมรัก...
ภาษาอังกฤษง่ายกว่าที่คิด ลงมือฝึกฝนกันเถอะ
มีแอพพลิเคชั่นดีๆมาแนะนำค่ะ
ลองไปหัดฟังบทสนทนา
พูดตาม อัดเสียง ทำแบบฝึกทดสอบความเข้าใจ ดูนะคะ
แอพนี้แนะนำเพราะส่วนตัวใช้เองเมื่อตอนฝึกพูดใหม่ๆ ที่สำคัญฟรีค่ะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเรียนและหัดใช้ภาษาค่ะ
ขอบคุณภาพประกอบน่ารักๆ จาก pexels.com ค่ะ
ข้อความทั้งหมดนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่คนทั่วไป ข้อมูลที่ให้มาจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ทั้งจากการอยู่ต่างประเทศ เรียนภาษา และสอนภาษาเป็นเวลานาน ขอรับรองว่าไม่ได้คัดลองมาจากหนังสือ เว็บเพจ หรือบทความอื่นใดทั้งสิ้น
สินค้าหรือบริการใดๆ ที่มีการแนะนำในบทความนี้ ผู้เขียนขอรับรองว่าไม่ได้รับเงินจากการโฒษณาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือได้รับผลประโยชน์อันเกี่ยวเนื่องกับสินค้าและบริการนั้นๆ แต่อย่างใด
อยากให้คนไทยเก่งภาษา เพื่อเปิดตัวเองสู่โลกใบใหม่ที่กว้างขึ้นกว่าเดิมค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกคน สนใจอยากรู้ อยากเรียน เรื่องไหนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ก็ทิ้งคอมเม้นไว้ได้ค่ะ จะพยายามอัพเดททุกวันนะคะ
ความคิดเห็น

ลูกชาวนา

เราก็เริ่มจากการฟังนี่แหละค่ะ ฟังเพลง ดูหนัง ฟังไปฟังมาอยากรู้ความหมาย เลยกลายเป็นว่าได้คำศัพท์เพิ่มมาด้วยเลย จริงๆก็อยู่ที่การฝึกฝนด้วยแหละเนอะ
3 พ.ค. เวลา 00:16
1

Englishy

จริงค่ะ อยากให้เชี่ยวชาญก็ต้องทำบ่อยๆ ค่ะ
3 พ.ค. เวลา 08:47
1

Slunbank

สวัสดีตอนเช้าครับแวะมา อ่านครับ ติดตามครับ
2 พ.ค. เวลา 23:54
1

Englishy

ขอบคุณค่ะ
3 พ.ค. เวลา 08:46

Everest: Chiang Dao

ติดตามครับป๋ม
2 พ.ค. เวลา 11:31
1

Englishy

ขอบคุณค่ะ
2 พ.ค. เวลา 11:59