ฮันนีมูน มัลดีฟ กับโควิด-19 จาก 6 วันเป็นไม่มีกำหนด (Forever in paradise)
ไปดูชีวิตคู่ฮันนีมูนสุดท้ายบนเกาะ มัลดีฟกันว่าจะเป็นอย่างไร
มีเรื่องราวที่ถูกตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ นิวยอร์คไทม์ เล่าถึง คู่ฮันนีมูนที่ติดเกาะ หลังมัลดีฟประกาศล็อคดาวน์
โอลิเวีย และ ราอูล (Olivia & Raul De Freitas) กำลังมีความสุขกับทริปฮันนีมูนที่รีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งในมัลดีฟ
ทั้งคู่เดินทางจากอัฟริกาใต้ มาถึงเกาะ วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม โดยมีแผนที่จะพักอยู่ที่นี่ 6 วัน โอลิเวีย (อาจารย์สาว อายุ 27 ปี) และ ราอูล (หนุ่มขายเนื้อ อายุ 28 ปี) ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปอลังการงานสร้างมาก และเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่เหมาะที่สุด
แต่ทว่า ทั้งคู่ก็มีความกังวลอยู่ลึกๆ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการประกาศมาตรการในประเทศต่างๆ เกี่ยวกับ ไวรัส โควิด 19 แม้ว่ายังไม่มีประกาศอะไรจาก อัฟริกาใต้ และมัลดีฟ
แถมบริษัททัวร์ก็บอกว่า ไม่ว่ายังไงประเทศอัฟริกาใต้ก็อนุญาติให้ทั้งคู่กลับเข้าประเทศได้แน่ "ไปเถอะครับ ไปฉลองความสุขกันให้เต็มที่" เจ้าหน้าที่บริษัททัวร์กล่าว
ปรากฏว่า วันพุธ ทั้งคู่ได้รับคำเตือนว่าสนามบินอัฟริกาใต้จะปิดหลังเที่ยงคืนวันพฤหัส ซึ่งถ้าบินกลับต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมงไปที่ โดฮา ประเทศการ์ตา และรอเปลี่ยนเครื่องอีก 3 ชั่วโมง และบินอีก 9 ชั่วโมงไป โจฮันเนสเบิร์ก ยังไม่รวมที่ต้องเดินทางจากเกาะไปสนามบิน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปได้ทันเวลา
ในที่พักตอนนี้มีแขกเหลืออยู่ไม่กี่ห้อง และทยอยกลับ ห้องสุดท้ายเป็นชาวอเมริกัน ที่ต้องขอเดินทางผ่านรัสเซีย เพื่อกลับประเทศ
ทั้งคู่เคยคิดจะนั่งเรือไปที่สนามบิน และหาทางดูปรากฏว่าทางการมัลดีฟก็ประกาศล็อคดาวน์ในช่วงเวลาเดียวกัน สุดท้ายทั้งคู่เลยตัดสินใจที่จะอยู่ที่เกาะต่อ
ราอูลเล่าให้ฟังถึงความใจเย็นของภรรยาของเขา เธอว่าเดี๋ยวทุกอย่างก็มีทางออกของมันเอง และที่สำคัญเราติดอยู่บนสวรรค์ ส่วนราอูลเองก็มีความสุขแต่กังวลเล็กๆ ว่า แล้วจะยังไงละเนี่ย เราจะต้องอยู่กันแค่สองคนบนเกาะนี้ หรืออย่างไร
ทั้งคู่พยายามที่จะติดต่อสถานทูต มัลดีฟ และอัฟริกาใต้ (ใกล้ที่สุดคือศรีลังกา) เจ้าหน้าที่ส่ง Whatsapp มาบอกพวกเขาว่า มีคนอัฟริกาใต้ติดอยู่ที่มัลดีฟ 40 กว่าคน และทางเดียวที่จะกลับได้ก็คือต้องเช่าเครื่องบินเหมาลำ ซึ่งมีค่าใข้จ่ายประมาณ 3 ล้านกว่าบาท
ซึ่งถ้าหารกัน โดยมีประมาณ 20 คนเท่านั้นที่พร้อมจะจ่าย ซึ่งคนน้อยลงหมายถึงว่าต้องจ่ายกันแพงขึ้น แต่ถึงกระนั้น การขออนุญาติทางการมัลดีฟก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ
วันอาทิตย์ ทั้งคู่เป็นแขกคู่เดียวบนรีสอร์ท "the Cinnamon Velifushi Maldives" ซึ่งปกติเวลานี้ ห้องพัก ทุกห้องจะเต็มหมด ซึ่งรับแขกได้ประมาณ 180 คน ห้องพักปกติจะอยู่ที่ 3 หมื่นกว่าบาทต่อคืน ทั้งคู่อยู่กันเหมือนพระราชาอยู่บนเกาะส่วนตัว
แต่ละวัน ก็ดำน้ำ ทานอาหาร นั่งเล่นที่เลาจน์ นอนชายหาด เป็นอย่างนี้ทุกวัน
ที่รีสอร์ทยังมีพนักงานเต็มอัตรา ด้วยกฏหมายของมัลดีฟที่จะห้ามชาวมัลดีฟทุกคน
ออกจากรีสอร์ท หลังจากที่ทำการกักตัว ซึ่งจะเริ่มก็ต่อเมือแขกคนสุดท้ายออกจากรีสอร์ท ดังนั้นพนักงานทุกๆคนยังต้องทำงานกันปกติ
พนักงานประจำห้อง เข้ามาทักทายทั้งคู่ 5 ครั้งต่อวัน พนักงานดูแลจัดการอาหารเย็นริมชายหาด กันอย่างตั้งอกตั้งใจ และการแสดงยังคงมีทุกคืน โดยผู้ชมก็คือ ราอูล กับโอลิเวีย
มื้อเช้าก็มจะมีพนักงาน 9 คนหมั่นคอยดูแลเขาทั้งสอง เหมือนจะเป็นคู่เซเลป ยังไงก็ยังงั้นเลยทีเดียว
ส่วนข้างนอกก็มีข่าวว่า มีคนติดเชื้อแต่ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ และเริ่มมีคนหายบ้างแล้ว
ล่าสุดเขาได้ข่าวว่า จะมีการอนุญาติให้บินได้วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน เลื่อนจากเดิม วันที่ 1 เมษายน แต่!!!! ปรากฏว่าลูกเรือยังไม่สามารถบินได้ เนื่องจากทางการ อัฟริกาใต้ยังต้องให้กักตัวอีก 14 วัน
การล็อคดาวน์ที่อัฟริกาใต้จะถึงวันที่ 16 เมษา แต่ก็ต้องขึ้นกับสถานการณ์ตอนนั้น
"มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่เดียว ที่เราได้เวลาพักผ่อนเพิ่มเยอะขนาดนี้" แต่ทว่าทั้งหมดก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งแม้ว่าจะได้พักต่อในราคาพิเศษ แต่ก็ยังเป็นเงินที่เยอะมากอยู่ดี ทั้งคู่ต้องดึงเงินจากเงินเก็บสำหรับดาวน์บ้านมาใช้
"ใครใครอาจจะอยากจะมาติดอยู่ที่เกาะแบบนี้ แต่มันฟังดูดีก็ต่อเมื่อว่าเราต้องสามารถออกจากเกาะนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช่ติดแบบไม่มีกำหนดแบบนี้" โอลิเวียกล่าว
ในที่สุด วันอาทิตย์ที่ 5 ทางการมัลดีฟได้แจ้งผ่าน Whatsapp ให้ทั้งคู่เก็บกระเป๋า และทั้งคู่ก็ได้นั่งเรือสปีดโบทท์ ไปที่รีสอร์ทอีกที่หนึ่งซึ่งมีชาวอัฟริกาใต้อีกสิบกว่าคนอยู่ เพื่อรวบรวมชาวอัฟรกาใต้ทั้งหมด โดยทางรัฐบาลอัฟริกาบอกว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่ต้องเสียจากการติดเกาะครั้งนี้
สำหรับวันที่พวกเขาจะได้กลับถีึงบ้าน ยังบอกไม่ได้
ส่วนพนักงานที่รีสอร์ท ยังคงต้องกักต้วต่ออีก 14 วัน แต่พวกเขาทั้งหมดยังได้รับค่าจ้างตามปกติ
อัพเดทข้อมูลล่าสุด วันที่ 3 พ.ค. มีคนติดเชื้อ 527 คน ไม่มีเคสใหม่ หายแล้ว 17 คน เสียชีวิต 1 คน ทั้งมัลดีฟ ภาพรวมอยู่ในระดับ 2 (เหลือง)​ส่วน Male' อยู่ในระดับ 3 (แดง)
มีการห้ามคนที่จะบินมาจากประเทศเสี่ยง หรือมีประวัติ เข้าประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อิตาลี ฝรั่งเศษ อังกฤษ เป็นต้น
*วีดีโอเป็นภาพประกอบเท่านั้น CR:Video FB page: gt365
#มัลดีฟ #พลเมืองดีรอบโลก #โควิด #COVID19 #NYTimes #GT365
ความคิดเห็น
kiddebrightness อ่านว่า คิด-ดี ไม่ใช่ เครียดดี 😄😄😄😂
อยู่ที่ว่าใครเจอเรื่องแบบใด 🙏🙏🙏ติดตามคับ
4 พ.ค. 2020 เวลา 10:41