เยือนระนองถิ่นฝนแปดแดดสี่ การท่องเที่ยวครั้งใหม่ทางธรรมชาติและวัฒธรรม ตอนที่ 1
หลายคนได้ยินคำว่าฝนแปดแดดสี่ในจังหวัดระนอง ทำให้สามารถนึกออกว่า ภูมิอากาศที่ระนองส่วนใหญ่ เป็นฝนตกแปดเดือน และแบบแดดออกอีกแค่สี่เดือน เข้าใจถูกแล้วครับ เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วยภูมิอากาศทำให้เมื่อไปเยือนระนองในแต่ละช่วงเวลา จะได้ภาพที่ต่างกัน บวกกับระนองมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปเยือนมากมาย มีลักษณะหลากหลายแบบ ทั้งธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม จะมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ผมจะพาคุณไปดูครับ
เที่ยวระนอง
1.อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
เป็นอุทยานที่สวยงามร่มรื่นมาก ตั้งแต่ทางเดินจากลานจอดรถตรงที่ทำการอุทยาน สองข้างทางเดินเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ปกคลุมเขียวขจี จึงทำให้ลืมเรื่องเหนื่อยจากการเดิน กว่าจะถึงน้ำตกหงาวก็ถ่ายรูปเพลิน ฟังเสียงสัตว์ป่าไปด้วย ก็สุขใจดีนะครับ
ระหว่างเดินขึ้นอุทยานเพื่อไปน้ำตกหงาว
ที่นั่งพักชมธรรมชาติ
พอเดินถึงน้ำตกหงาว สิ่งที่เราเห็นคือน้ำตกที่กระเซ็นลงมาจากผาสูง ถึงแม้น้ำจะไม่เยอะมาก เพราะช่วงที่ผมไปเป็นช่วงหน้าร้อนค่อนข้างแล้ง น้ำน้อยลง แต่ก็ไม่ทำให้ความอยากถ่ายรูปร่วมกับน้ำตก ที่อยู่เบื้องหน้าให้ลดน้อยลงไปเลย หากใครไปหน้าฝน น่าจะได้ภาพที่มีน้ำตกจากหน้าผา แผ่ออกกระทบแสงแดดและแผ่นหินสวยมากกว่านี้ครับ แต่แค่นี้ก็ถือว่าน่าไปเที่ยวมาก
น้ำตกหงาว
2. คอซู้เจียง จวนเจ้าเมืองคนแรกของระนอง
คอซู้เจียง หรือ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี เจ้าเมืองระนองคนแรก เป็นเจ้าเมืองที่รวบรวมไพร่พลกลุ่มคนจีนที่อพยพมาในไทยช่วงรัชกาลที่ 3 และนำแร่ดีบุกมาใช้ทางเศรษฐกิจกระทั่งสร้างความเป็นปึกแผ่นให้ระนอง ที่สำคัญคือเป็นต้นตระกูล ณ ระนอง ในปัจจุบันด้วย
หน้าบ้านคอซู้เจียง
จวนเจ้าเมืองระนองที่เห็นตอนนี้สร้างโดยท่านคอซู้เจียง ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งอยู่ภายในกำแพงโบราณล้อมรอบ ด้วยเวลาอันเนิ่นนานและอดีตผันผ่านไปทำให้มีบางที่ภายในรั้วพังไปตามกาลเวลา แม้กระทั่งจวนหลายชั้นก็กลายเป็น บ้านคอซูเจียงชั้นเดียวเพื่อใช้เป็นที่สักการะบรรพบุรุษอย่างปัจจุบัน
ภาพจวนเจ้าเมืองระนอง สมัยแรกๆ
สิ่งที่ได้เห็นภายในบ้าน ทุกอย่างล้วนเป็นของเก่าและดูล้ำค่า อย่างภาพเล่าเรื่องราวเก่าๆ ของบรรพบุรุษตระกูล ณ ระนอง โต๊ะไหว้ โคมไฟโบราณที่ดึงลงมาปิดเปิดได้ ไปป์สูบบุหรี่อันยาวที่วิทยากรท่านโชว์ให้ดู ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในบ้าน จะรู้สึกเหมือนว่าหลุดเข้าไปในยุคนั้นของระนองเลยล่ะ
ภาพเก่าและเครื่องใช้อันล้ำค่าในบ้านคอซู้เจียง
ไปป์สูบบุหรี่
นอกจากนั้นไม่ไกลจากบริเวณหน้าบ้าน ยังมีต้นยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่สองต้นเคียงข้างกัน สร้างความร่มรื่นและความงามตามธรรมชาติได้
ต้นยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
3. บ้านร้อยปีเทียนสือ
เป็นบ้านที่สร้างในสมัย ร.5 มีอายุมากที่สุดในระนอง ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปะวัฒนธรรมประจำจังหวัดระนอง ทั้งยังเป็นที่เรียนรู้วัฒนธรรมคนจีนรุ่นแรกๆ ที่มาอยู่ระนองด้วย
หน้าบ้านร้อยปีเทียนสือ
ภายในบ้านมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก แต่ไฮไลต์ของของบ้าน คือ ภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นมุมที่ใครก็อยากจะถ่ายรูปด้วย
ในหลวงรัชกาลที่9 และการเสด็จเมืองระนอง
ภายในบ้านตกแต่งให้มีสภาพเหมือนโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ยังคงจัดแสดงให้เห็นถึงความมุมานะบากบั่นเมื่อห่างจากบ้านเกิด มาสู่เมืองสยามในตอนนั้นของคนจีน
การจัดเครื่องใช้ภายในบ้านร้อยปี
ช่วงที่ผมไปนั้นกำลังจัดเตรียมงานของพิพิธภัณฑ์พอดี ทำให้มีพร๊อพในการถ่ายรูปมากขึ้นอย่างร่มที่แขวนไว้อย่างสวยงาม ซึ่งหากเป็นเวลาปกติใครไปเยี่ยมบ้านร้อยปีเทียนสือ ก็คงได้เห็นภาพความงามทางวัฒนธรรม ของที่นี่ไม่ต่างกันมากนัก
กำลังจัดสถานที่ ผมเลยขอถ่ายรูปหน่อย
สำหรับการเที่ยวเมืองระนองเมืองฝนแปดแดดสี่ ตอนที่ 1 คงต้องจบไว้เท่านี้ก่อน สถานที่ท่องเที่ยวน่าไปยังมีอีกหลายที่ครับ ตามไปดูกันต่อนะครับ
ความคิดเห็น
คำหนุนใจ
งดงาม
27 ส.ค. 2020 เวลา 15:15
Jan Kamolwan
สวยมากคะ
26 ก.ค. 2020 เวลา 12:54
คนหนีเที่ยว
ขอบคุณมากคร้าบ🌹⚘
26 ก.ค. 2020 เวลา 13:05
🍫ลูกสาวหล่า มีอิสระ💃
ภาพสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ
11 ก.ค. 2020 เวลา 07:36
คนหนีเที่ยว
ถ่ายไปตามที่คิดครับผม ขอบคุณคร้าบ
11 ก.ค. 2020 เวลา 07:41