6 พ.ค. 2020 เวลา 22:39 • ท่องเที่ยว
นอนหนาวที่ภูฝอยลม
ครั้งหนึ่งผมและชาวคณะได้มีโอกาสไปนอนรับลมหนาวที่ภูฝอยลม จ.อุดรธานี ด้วยความที่เราไม่ได้ตั้งตัวคณะเรา 12 ชีวิตเลยไม่ได้จองที่พักล่วงหน้าแต่โชคดียังเหลือที่พักอีกหนึ่งหลัง เราตัดสินใจจองทันที่ “เดี๋ยวเราจะไปทำความสะอาดให้นะคะ คือหลังนี้ไม่มีคนมาใช้บริการนานแล้วค่ะ” ได้ยินอย่างนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย ฮ่าๆๆ แต่ในใจคิดว่ามันจะไหวไหมเพราะต่อนี้เรากำลังออกเดินทาง
เราไปถึงที่นั้นตอนเที่ยง อากาศช่วงฤดูหนาวที่เมืองไทยเราร้อนได้ใจมาก ที่ลานทางเข้าอุทยานมีสวนที่เขาปลูกดอกไม้ไว้ต้อนรับพวกเราด้วย(เขาเอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว)
ผีเสื้อบินมาให้ผมถ่ายภาพแต่ผมก็ไม่ได้ถ่ายในตอนแรก มันก็ไม่ยอมบินไปไหน บินเกาะดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้เพื่อรอให้ผมถ่าย เมื่อผมถ่ายภาพมันแล้ว มันก็บินจากผมไป ผมไม่ลืมกล่าวคำขอบใจผีเสื้อ พร้อมโบกมือบายๆ(ปล.ความจริงคือผมไล่ถ่ายภาพผีเสื้อตัวนี้นานมาก มันไม่ค่อยอยู่นิ่งไปเลย)
เรานั่งเล่นชมดอกไม้พร้อมสร้างภาพว่าเรามีความสุขท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ ซึ่งในความเป็นจริงตอนนี้เราแทบละลายจากความร้อนที่สาดส่องลงมาแบบไม่เกรงใจเราเลย แต่ที่เราต้องทนอยู่เพราะพนักงานยังทำความสะอาดไม่เสร็จ
เมื่อถึงเวลาที่นัดหมายเราก็ไปบ้านพัก มันเป็นบ้านพักไม้หลังใหญ่หนึ่งห้องนอนสองห้องน้ำหนึ่งระเบียงหนึ่งบันไดและหลายๆหน้าต่าง ผมไม่ขอเอ่ยถึงสภาพเดี๋ยวอุทยานจะไม่ให้ผมเข้าไปอีก อิๆ
พอตกเย็นอากาศเริ่มเย็นลงบ้าง ผมถือกล้องออกท่องราตรีโดยไม่มีใครตามผมออกไปด้วยเลยสักคนเพราะแต่ละคนมีแต่ขาเม้าท์ทั้งนั้น ผมซึ้งในน้ำใจชาวคณะเป็นอย่างมาก
ผมเดินไปคนเดียวผ่านฝูงชนที่กำลังตั้งวงกินกันอย่างสนุกสนานเพื่อจะไปหาทำเลถ่ายภาพ ภาพที่เห็นข้างล่างนี้เป็นส่วนที่ผมมาถ่ายภาพดอกไม้ตอนกลางวันนั้นแหละครับ แต่ตอนนี้ไม่มีใครสักคนเลย “ฉันมาทำอะไรที่นี้”บทเพลงล่องลอยมาในหัวผม
ตอนนี้ผมระแวงทุกสิ่งอย่าง ที่กลัวที่สุดคือคนนี่แหละครับขี้เมายิ่งเยอะ ผมตกใจแม้แต่เงาตัวเอง แหมถ้ามีสาวๆมาด้วยคงดี
ผมย้ายมาอีกมุมหนึ่งซึ่งมองเห็นแสงไฟที่สะท้อนมาจากตัวเมืองอุดร มุมนี้ใกล้บ้านพักขึ้นมาหน่อยแต่ก็ติดกับป่า รอบๆตัวไม่มีใครแต่ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนมีใครๆอยู่รอบๆตัวเต็มไปหมดเลย ถ่ายภาพไปหมุนตัวไปเรื่อยๆหมุนแล้วสบายใจ ว่าแล้วก็กลับดีกว่าเพื่อนๆคงคิดถึงผมแย่ ผมเดินๆกึ่งวิ่ง
ค่ำคืนที่อากาศค่อยข้างเย็นมากๆผมพยายามหลับตานอนแต่ก็นอนไม่หลับ เพราะคนที่สังสรรค์ในเต็นท์ใกล้ๆยังคงร้องเพลงกล่อมผมนอนอยู่ ว่าแล้วก็ตัดสินใจว่าจะเดินไปบอกให้พวกมันหยุดตะโกนได้แล้วคนจะนอน คิดได้เช่นนั้นผมก็ได้แค่คิดใครจะเอาชีวิตที่มีค่าอย่างผมไปเสี่ยง(ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน)
เสียดายภาพที่ผมถ่ายตะวันขึ้นในตอนเช้า ที่อุตส่าห์หอบสังขารมารอที่ผารับอรุณ ผมไ้ด้ลบไปหมดแล้ว
ไว้รอบหน้าผมเก็บตังค์ได้เยอะๆผมจะกลับไปใหม่ ตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนเก็บได้ 120 บาทแล้ว(รู้สึกภูมิใจ)หวังว่าคงพอค่าน้ำมัน
หนุ่มน้อยหน้ามนคนชนบท วันนี้ขอตัวลาทุกท่านไป แล้วพบกันไนตอนต่อๆไปครับ สวัสดีครับ
โฆษณา