📈 แนะนำแนวทางในการลงทุนหากไวรัสโควิดยังต้องอยู่กับเราไปอีกหลายปี !

วันนี้อยากจะมา #ชวนคุยเรื่องลงทุน กันอีกครั้งนะครับ หลังจากที่หลายท่าน Inbox เข้ามาขอบคุณสำหรับบทความลงทุนเรื่อง Tesla หลายตอนที่เราได้เขียนไป แต่ก็ต้องขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าเพจเราไม่ได้เป็นผู้ชี้นำด้านการลงทุน เราตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อแชร์ประสพการณ์ในตลาด #ผ่านเลนส์ของเทรดเดอร์น้ำมันคนนึง ซึ่งแค่หวังว่าทุกท่านจะนำไปเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

เรื่องที่อยากจะมาชวนคุยวันนี้คือ #ถ้าวัคซีนไวรัสโควิดยังไม่มาจริงๆอีก 1-2 ปี ถ้าการทยอยเปิดเมืองต่างๆไม่สามารถดึงการใช้จ่ายออกมาได้มากอย่างที่คิด ถ้าธุรกิจทั่วไปจะไม่มีการเติบโตเท่าที่คาดการณ์ไว้ สิ่งที่ทำให้คนกลัวไม่ซื้อหุ้นคือ Upside ยังน้อยเพราะโควิด... #แล้วเราจะมีวิธีการลงทุนอย่างไรบ้าง ?

📊 คงต้องเริ่มที่ว่า #นักลงทุน ในโลกเรานั้นมีหลายประเภท

1️⃣ ถ้าเป็นกลุ่มนักลงทุน VI ตัวจริง

พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องสนบทความนี้ก็ได้ เพราะนักลงทุน VI ตัวจริงนั้นรู้อยู่แล้วว่าเวลาไหนคือเวลาที่ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หรือเวลาไหนที่ควรจะพักเงินเก็บไว้ก่อน นักลงทุน VI ทราบดีอยู่แล้วว่าถ้าภาวะโควิดจะต้องลากยาวออกไป มันจะกระทบกับธุรกิจไหนมากน้อยกว่ากัน ใครจะได้ประโยชน์หรือใครจะเสียประโยชน์

นักลงทุน VI ตัวจริงนั้นเขาใช้เวลาศึกษาธุรกิจและลงรายละเอียดเยอะมากกว่ากลุ่มนักลงทุนอื่นๆเยอะ เพราะฉะนั้นเขาจึงสามารถลงทุนกับหุ้นรายตัวได้อย่างไม่ได้กังวลอะไร เพราะเขาจะเลือกตัวที่ดีที่สุดเสมอ

2️⃣ ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่ไม่มีเวลาศึกษามาก

คุณก็อาจจะเลือกลงทุนในหุ้นตัวใหญ่ๆที่มีความเสี่ยงน้อย ลงทุนในดัชนีรวมของตลาด (SET, SET50, Dow Jones, S&P) หรือกองทุนต่างๆที่กระจายความเสี่ยงมาให้คุณพอสมควรแล้ว จนคุณไม่ต้องใช้เวลามากในการศึกษา

แต่แน่นอนปัญหาของนักลงทุนในประเภทนี้คือหลายๆคนจะไม่ชอบที่ผลตอบแทนที่ได้กลับมานั้นน้อยเกินไป อาจจะได้รับกลับมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนหุ้นรายตัว

📌 #โดยเฉพาะในตลาดที่หากไวรัสโควิดยังอยู่กับเราอีกนานหลายปี การเติบโตของเศรษฐกิจอาจชะลอลงจริงๆ และอาจทำให้ผมตอบแทนของดัชนีรวมมี Upside ที่น้อยมาก

นี่เป็น ⚠️ #ปัญหาที่นักลงทุนที่ไม่เวลากำลังเผชิญอยู่ ⚠️ ต่อให้พยายามเลือก Sector ไปลงในหุ้นกลุ่ม Technology แล้วก็ตาม เราก็ยังไม่มีเวลาไปศึกษาเลยว่าราคาหุ้นกลุ่มนี้ที่วิ่งขึ้นไปไกลกว่ากลุ่มอื่นๆแล้วนั้นได้รับรู้กำไรในอนาคตเข้าไปในราคาปัจจุบันหมดแล้วหรือยัง ผมตอบแทนและ Upside อาจยังมีน้อยอยู่

3️⃣ กลุ่มเทรดเดอร์รายวัน

ปัญหาเรื้อรังของไวรัสโควิดก็ไม่กระทบกับนักลงทุนกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน เพราะต่อให้ตลาดไม่ขึ้นยาว หรือเพียงอยู่แค่ Sideway ไปเรื่อยๆ เทรดเดอร์รายวันสามารถ Short หรือ Long จากตลาดก็ได้ และสามารถทำกำไรได้จากความผันผวนรายวันในตลาด ไม่ต้องพึ่งพาการเติบโตของธุรกิจทั่วโลก

แต่การจะเป็นนักลงทุนกลุ่มนี้ได้นั้นต้องมีเวลาอย่างมาก ไม่สามารถทำได้หากมีงานประจำ และยังต้องใช้เวลาฝึกฝนและมีประสพการณ์นานมากก่อนที่จะสามารถเป็นเทรดเดอร์รายวันที่ทำกำไรได้

⛔️ #ขอย้ำและเตือนทุกท่านอีกครั้ง อย่างที่ผ่านๆมาว่า ตลาดหุ้นและตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกนั้น หากเราดูแค่ความเคลื่อนไหวรายวัน ตัดผลตอบแทนระยะยาวจากรายได้ของธุรกิจหรือ Inflation ออกไป จริงๆตลาดมันคือ Zero Sum Game หรือแปลว่าเงินที่เราจะได้มาจะต้องมาจากเงินที่อีกคนเสียอยุ่เสมอ เพราะฉะนั้นมันคือตลาดที่ #ปลาใหญ่กินปลาเล็ก อยู่วันยังค่ำ

ทางเราจึงแนะนำเลยว่า คุณไม่ควรจะพยายามเป็น #เทรดเดอร์รายวัน หากคุณยังไม่เข้าใจกลไลของตลาดอย่างท่องแท้ เพราะปลาใหญ่ในตลาดนั้นใหญ่กว่าคุณเยอะ ต่อให้คุณคิดว่าคุณจะว่ายเร็วแค่ไหน อาจจะหลุดรอดไปได้ในบางครั้ง แต่ในระยะยาวนั้นยังเสี่ยงอยู่มากๆ

4️⃣ เทรดเดอร์ Option

นี่คืออีกกลุ่มที่จะไม่ได้รับผลกระทบต่อปัญหาไวรัสโควิดเรื้อรังอีกเช่นกัน เพราะ Options เทรอเดอร์นั้นสามารถซื้อขาย Put/Call Options หรือสิทธิในการซื้อขายได้ โดยถ้าทางเทรอเดอร์มองว่าตลาดจะเป็น Sideway ไปอีกนาน ก็จะสามารถปรับกลยุทธ์มาเป็นการขาย Put หรือ Call Options ได้แทน และยังสามารถทำเงินได้เรื่อยๆ

 

📌 ส่วนตัวที่ #ผมชอบการเทรด Option นั้นก็เพราะมันทำให้เทรดเดอร์ได้รู้จักและมองตลาดได้อีกมิตินึง มากกว่าเทรดเดอร์ทั่วไปนั้นคือมิติของ "#เวลา" ⏰

โดยปกติแล้วเวลาเราได้ยินกูรูด้านการลงทุนมาถกกัน ส่วนใหญ่จะเน้นพูดกันไปที่มิติของการทำเงินจากการขึ้นลงของตลาดอย่างเดียว หรือต่อถ้ามีการลงในรายละเอียดไปถึงเวลาที่ตลาดจะลงหรือขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะพูดถึงแค่การพักเงินและรอเวลา #แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้พูดถึงการลงทุนในมิติของเวลา จริงๆ

การลงทุนในมิติของเวลานั้นเราทำได้จริงๆถ้าเราเข้าใจตลาด Option และนำมันเข้ามาประกอบกับพอร์ตของเรา

📌 กลับมาที่คำถามสำคัญ แล้วถ้าเกิดตลาดเป็น Side Way ไปอีกนาน นักลงทุนที่ไม่มีเวลา ไม่ได้เป็นเทรอเดอร์รายวัน ไม่ได้เข้าใจตลาด Options ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย #จะลงทุนอย่างไรดี ?

อย่างแรกเลยคือกองทุน ETF หรือ Exchange Traded Fund ที่เราพูดถึงเป็นประจำนี้ถูกดีไซน์มาช่วยให้กลุ่มนักลงทุนที่ไม่มีเวลาต่างๆนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้หลายทางมากนัก

ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยากลงทุนในหลายๆกลุ่มธุรกิจ แต่ไม่แน่ใจว่าควรแบ่งสัดส่วนธุรกิจไหนเป็นเท่าไหร่ ? ควรจะลงซื้อหุ้นรายตัวแบบดีๆตัวไหนบ้าง ? กองทุน ETF เหล่านี้สามารถตัดสินใจและบริหารให้คุณได้ และคุณเองก็สามารถเข้าซื้อและขายกองทุนเหล่านี้ได้ตลอดเวลาด้วยสภาพคล่องที่สูงแบบไม่ต้องรอราคาปิดรายวันด้วย

และแน่นอนสำหรับนักลงทุนที่อยากลงทุนในมิติของเวลา อยากใช้เครื่องมือ Options เข้ามาบริหารผลตอบแทนของพอร์ตด้วยนั้น ก็มี EFT ที่สามารถเข้ามาช่วยคุณในจุดนี้ได้เช่นกัน

📌 ETF ที่ผม #อยากแนะนำวันนี้คือ BuyWrite ETF

BuyWrite ETF ที่มีการซื้อขายล้อกับผลตอบแทนของดัชนีหรือกลุ่มธุรกิจหลักๆของโลก แต่เสริมเข้าไปด้วย Option Strategy นั้นมีหลายตัวมากไม่ว่าจะเป็น

- Invesco S&P 500 BuyWrite ETF

- PowerShares S&P 500 BuyWrite Fund

- Global X NASDAQ 100 Covered Call ETF

- First Trust BuyWrite Income ETF

- และอื่นๆอีกมากมาย

โดย BuyWrite ETF เหล่านั้นจะใช้กลยุทธ์ Covered Call Strategy ในการบริหารผลตอบแทนของพอร์ตลงทุน ทำให้สามารถมีผลตอบแทนได้แม้ว่าตลาดจะขยับเป็นแค่ Side Way ก็ตาม เพราะทางผู้บริหารกองทุนจะทำการซื้อหุ้นตามดัชนี้เหล่านี้จริงๆและทำการ ขาย Call Option ของหุ้นต่างๆประกอบในพอร์ตไปด้วยทำให้

1) หากราคาของดัชนีไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางกองทุนก็จะยังได้กำไรจากการขายสิทธิ Call Option เหล่านั้นเข้ามาสมทบอยู่ตลอดเวลา

2) หรือแม้แต่ถ้าราคาดัชนีปรับตัวลดลงมาผลตอบแทนที่ขาดทุนก็ยังจะขาดทุนน้อยกว่ากองทุนดัชนีธรรมดาเล็กน้อยเพราะได้เงินจากการขายสิทธิ Call Option มาเสริม

3) แต่หากราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วผลตอบแทนของกองทุนก็จะได้น้อยกว่ากองทุนดัชนีธรรมดาเพราะว่าจะต้องเสียเงินกลับไปให้สิทธิของ Call Option ที่ขายออกไปเหล่านั้น (แต่ผลตอบแทนจะไม่มีวันเป็นลบถ้าจัดสัดส่วนถูก)

หรือเรียกได้ว่า BuyWrite ETF หรือ Covered Call EFT เหล่านี้จะเป็นกองทุนที่ได้ #ผลตอบแทนที่ดีหากตลาดนั้นอยู่ในสภาพซึมๆโตช้าๆไปอีกนานๆ

📌 จริงๆแล้วหากใครอยากนำกลยุทธ์นี้ไปใช้ในการเทรดก็ได้

ในสมัยนี้หุ้นหลายๆตัวในตลาดสามารถเปิดให้ซื้อหรือขาย Put + Call Option ได้แล้ว ท่านไหนที่เข้าใจกลยุทธ์นี้หรือมีเวลาในการบริหารพอร์ตก็อาจสามารถนำ Covered Call Strategy ไปใช้ได้ ถ้าคิดว่าหุ้นนี้จะเทรดเป็น Side way

⚠️ แต่จะต้อง #ระวังสัดส่วน ของหุ้นที่ถือและ Call ที่ขายออกไปให้ดีเพราะสัดส่วนนั้นสำคัญมาก ถ้าทำผิดผลาดอาจจะเกิดการขาดทุนได้ถึงแม้ราคาหุ้นจะขึ้นก็ตาม

นี่คือเหตุผลที่ทางเราแนะนำว่าให้มืออาชีพที่บริหารกองทุน ETF นั้นเป็นผู้จัดสัดส่วนให้เราจะดีกว่า

💵💵💵💵💵💵💵💵💵💵💵💵

📌 #บทสรุป

สุดท้ายนี้ผมอยากบอกอีกทีว่าตลาดนั้นยังมีความเสี่ยงสูง มีหลายๆปัจจัยที่กำลังเข้ามากระทบตลาดมากกว่าเรื่องไวรัส ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน ปัญหาหนี้เสียของบริษัทต่างๆที่อาจล้มละลาย ซึ่งทางเราก็คอยอัพเดทเรื่อยๆถึงปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ถึงแม้ตลาดส่วนใหญ่จะมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะเป็น Sideway ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง

มนุษย์มีความสามารถในการทำนายอนาคตได้น้อยกว่าที่ตัวเองเข้าใจเยอะมาก และสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในวันพรุ่งนี้ก็อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ให้ตลาดที่เรารู้จักเมื่อวานเปลี่ยนแปลงไปหมดทุกปัจจัยเลยก็ได้

แต่ถ้าตลาดจะเป็น Sideway อีกนานจริงๆ การ BuyWrite ETF จะเป็นแนวทางเลือกที่ดีที่สุดของนักลงทุนที่ไม่มีเวลา แต่อยากลงทุนในมิติของเวลาไปด้วยครับ

🙏 ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจของเรานะครับ ฝากกด Like และ Share ให้แอดด้วยหากข้อมูลนี้มีประโยชน์นะครับ ขอบคุณมากๆครับ 😊

#OilTradingKP

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
เ เ
ขออนุญาติสอบถามนิดนีงครับ ต่อให้เป็น long equity short naked call option โอเคถ้าตลาดหุ้นไม่ไปไหนจะได้กำไรดี แต่ถ้าตลาดหุ้นขึ้นรอบใหญ่จะทำให้ผลตอบแทนแพ้ตลาด ในระยะยาว กลยุทธนี้จะทำกำไรเหนือตลาดได้อย่างไรครับ อันนี้หมายถึง short naked call ไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจค่าพรีว่าจะสูงหรือต่ำนะครับ
วันนี้ เวลา 03:23