โพสต์


Insight : สายการบินต่าง ๆ ของยุโรปกำลังเตรียมปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่ทั้งหมด เรื่องนี้ส่งผลยังไงกับเราบ้าง? และมีอะไรที่ World Maker เห็นว่าน่าสนใจ? มาดูกันครับ
Tui Airways สายการบินข้ามชาติยักษ์ใหญ่ของเยอรมัน ซึ่งเป็นเครือข่ายของ TUI Group บริษัทด้านการท่องเที่ยวและบริการที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมปลดพนักงานกว่า 8,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการระบาดของ Coronavirus
บอร์ดผู้บริหารของ Tui กล่าวว่า "จากรายงานด้านการเงินล่าสุดของบริษัท เราสามารถบอกได้อย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ว่านี่คือวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดของอุตสาหกรรมการบินที่เราเคยได้พบเจอ"
"มันชัดเจนแล้วว่าผลกระทบจาก COVID-19 ได้ทำให้สายการบินต้องวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งมากกว่าที่ทุกคนเคยคาดหวังเอาไว้ โลกจะเปลี่ยนแปลงไป และเราจะเปลี่ยนแปลงเช่นกัน" บอร์ดกล่าว
"เรากำลังวางเป้าหมายที่จะปรับลดฐานค่าใช้จ่ายลงอย่างถาวร 30% ของทั้งบริษัท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อลูกจ้าง 8,000 ตำแหน่ง"
นอกจากนี้บอร์ดผู้บริหารยังได้กล่าวว่าในอนาคตพวกเขาจะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจผ่านระบบ Digital มากขึ้น โดยจะปรับปรุงขนาดของสายการบินและเที่ยวบินต่าง ๆ ให้เหมาะสมต่อทุนที่ลดลง และจะทำไปพร้อม ๆ กับการปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่ทั้งหมด
"ด้วยความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูธุรกิจของเราหลังจากผ่านวิกฤตนี้ไป เราจำเป็นต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว"
Hint : สิ่งที่ World Maker อยากชี้ให้เห็นว่าเป็น Keyword สำคัญก็คือ (1.) การปรับเปลี่ยนและดำเนินการอย่างรวดเร็ว (2.) การดำเนินธุรกิจด้วยระบบ Digital มากขึ้น
รายละเอียดสำคัญเพิ่มเติม
(1.) TUI ได้กู้เงินจากรัฐบาลเยอรมันเป็นจำนวน 1.95 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้
(2.) อาทิตย์ที่แล้วสายการบิน Virgin Atlantic ประกาศปลดพนักงานถึง 3,150 ตำแหน่ง
(3.) United Airlines ประกาศว่ากำลังวางแผนจะลดค่าใช้จ่ายในด้านการจัดการลง 30% (กล่าวคือลดเงินเดือนและสวัสดิการของผู้บริหารทั้งหมด) แต่จะไม่ปลดพนักงานออกเพิ่มเติมจนกว่าจะถึงวันที่ 30 กันยายน 2020
(4.) British Airways ประกาศเตือนว่าอาจปลดพนักงานออกถึง 12,000 ตำแหน่ง จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 45,000 คน ซึ่งเท่ากับว่าจะปลดออกประมาณ 26% ของทั้งหมด
(5.) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกได้รับผลกระทบจาก Coronavirus โดยคาดว่าสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวจะมีการสูญเสียรายได้จากชาวต่างชาติอย่างน้อยที่สุด 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์
(6.) รายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีนลดลง 60%
(7.) สายการบิน Ryanair ของไอร์แลนด์ ปลดพนักงานกว่า 3000 ตำแหน่ง
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบอาชีพ
มี 3 ปัจจัยสำคัญที่ซ่อนอยู่ในบทความนี้ก็คือ
(1.) การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสายการบินทั่วโลก
(2.) รูปแบบการดำเนินงานที่รวดเร็ว จะเหมาะสมกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันมากกว่ารูปแบบการดำเนินงานหลายขั้นตอนที่ทำให้เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น
(3.) การนำระบบ Digital เข้ามาใช้แทนแรงงานมนุษย์มากขึ้น
ทำไม World Maker ถึงบอกว่า 3 สิ่งนี้มันสำคัญล่ะ ?
อนึ่งแล้ว มุมมองของบุคคลที่อยู่ในระดับผู้บริหารส่วนใหญ่นั้น มักจะมีบุคลิกที่ชอบมองไปยังอนาคตเป็นคุณสมบัติสำคัญอยู่แล้ว ซึ่งการระบาดของ Coronavirus ในปัจจุบันนั้นสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นได้เป็นอย่างดีว่า ทั้งระบบบริหารบ้านเมือง ระบบการเงินโลก และระบบเศรษฐกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้อย่างล่าช้า หรือเสียเวลาไปกับอะไรที่ไม่จำเป็นเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างถูกบีบรัดให้ต้องดำเนินการแข่งกับเวลา ดังนั้นแล้วจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่วิธีบริหารแบบดั้งเดิมที่มีความล่าช้าจะทำให้ประเทศชนะวิกฤตครั้งนี้ได้
ทางฝั่งระบบการเงินเอง ก็ได้สะท้อนความเน่าเฟะที่สะสมมานานให้เห็นอย่างชัดเจน ธุรกิจที่ถูกวางรูปแบบให้ดำเนินการด้วยระบบสินเชื่อ ที่มีวงเงินเฟ้อมากเกินไป แม้จะดูดีก็เพียงแต่ภายนอก เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นมาเพียงไม่ถึง 3 เดือน รัฐบาลก็ต้องอัดฉีดเงินเข้ามาอุ้มธุรกิจเหล่านี้ไว้อย่างมหาศาล เพื่อไม่ให้ล้มละลาย (แข็งนอกอ่อนใน)
ดังนั้นแล้วจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ระบบเศรษฐกิจโลกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากนี้ ซึ่งเดี๋ยวในอนาคตจะมีประเด็นเรื่องหนี้สินอะไรตามมาอีกมากมาย รอติดตามกันได้อย่างสนุกเลยล่ะครับ
ส่วนระบบ Digital เองจะถูกนำเข้ามาแทนที่มนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมันมีความฉลาดและแม่นยำกว่ามนุษย์มาก (ต้องยอมรับความจริงในข้อนี้) และมนุษย์ก็มีสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้สึก" และข้อผิดพลาดที่เกิดจากความเป็นมนุษย์เองโดยธรรมชาติ (Human Error)
แต่สำหรับเครื่องจักรหรือระบบ Digital AI แล้วนั้น เนื่องจากพวกมันไม่มีอารมณ์ ไม่เหนื่อย ไม่ล้า ไม่ลาหยุด และยังมีความแม่นยำสูงมากในคำนวณ รวมถึงยังประมวลผลได้เร็วกว่าสมองมนุษย์หลายเท่า นอกจากนี้ยังสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระเบียบและไม่หายไปเหมือนสมองมนุษย์
ยิ่ง Digital และ AI พัฒนาไปมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะมีความสามารถในด้านนี้มากขึ้นไปอีก และนั่นคือเหตุผลที่ในโลกอนาคต แรงงานของมนุษย์บางส่วนจะต้องถูก Digital Disruption ครั้งใหญ่แน่นอน และมันจะไม่เหมือนกับการ Disruption ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
งั้นมนุษย์ควรทำอย่างไรล่ะ ?
มีสิ่งที่ AI ไม่มีและทำไม่ได้เหมือนมนุษย์ นั่นก็คือทักษะความสามารถทางด้าน Soft Skill ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์มีอยู่ติดตัวเพื่อมาทดแทน Human Erorr และอารมณ์ ซึ่งเป้นข้อเสียของเรานั่นเอง
อนึ่งแล้วมนุษย์อย่างเราสามารถรับความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนได้ดีมาก ซึ่งแน่นอนว่า AI ไม่สามารถทำได้แบบเรา ซึ่งทักษะที่ว่าก็คือ "Soft Skill" นั่นเอง
Soft Skill คืออะไร ? -> Soft Skill คือทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม
ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าเราใช้แรงงานสู้ AI ไม่ได้ แล้วมนุษย์จะไปทำอะไร ??
คำตอบนั้นไม่ยากเลย "มนุษย์" ก็ต้องมาบริหาร "AI" แทนยังไงล่ะ และมันก็แน่นอนว่าทักษะ Soft Skill นั้นถือเป็นหัวใจหลักของการบริหารเลยทีเดียว
(1.) Communication ทักษะด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
(2.) Collaboration ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
(3.) Critical Thinking ทักษะในการวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
(4.) Creativity ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำมาใช้เสริมกับ Critical Thinking
(5.) Futures Thinking ทักษะในการมองโลกอนาคตโดยการวิเคราะห์จากปัจจัยในปัจจุบันเสริมกับความคิดสร้างสรรค์เพื่อสังเคราะห์ให้เกิดอนาคต
ผู้อ่านเคยคิดบ้างไหมว่าเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก และไม่ค่อยมีใครพูดถึงในการพัฒนาสายอาชีพต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก แต่วันนี้ World Maker กำลังบอกคุณว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในอนาคต
ซึ่งจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้น อยากให้ผู้อ่านลองไปศึกษา และทำการบ้านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ โดย World Maker รับประกันว่าท่านจะได้รับการตกผลึกทางความคิดที่ดีอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย
สำหรับบทความนี้ก็มีเรื่องที่อยากชี้ให้เห็นเพียงเท่านี้ เจอกันบทความหน้าครับ ขอบคุณครับ
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
สุที วงค์ละคร
ยอดเยี่ยมมากครับ
18 พ.ค. เวลา 16:33
18 พ.ค. เวลา 16:04
Near us
จากเท่าที่อ่านดู ผมคิดว่า 1.AI มี Big Data ที่สามารถประมวลผลข้อมูลได้ทั่วทุกมุมโลกจากการที่มนุษย์ได้ป้อนข้อมูลไป ใน Internet ส่งผลให้มันประมวลผลได้ดีกว่ามนุษย์หลายพันเท่า เพราะฉะนั้น ทักษะ Critical Thinking มนุษย์คงสู้ได้ยากมาก 2.มนุษย์มีอคติและมีการเรียนรู้และมีขอบเขตที่จำกัด(เพราะมี Comfort Zone) แต่ AI ไม่มีและพร้อมที่จะเรียนรู้และเก็บข้อมูลทุกอย่างทั่วโลกทำให้เกิดความฉลาดแบบทวีคูณ
18 พ.ค. เวลา 15:42
2
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
ยอดเยี่ยมมากครับคุณ world ประเด็นที่ชี้ก็มีความสำคัญมากเสียด้วย
18 พ.ค. เวลา 14:39
1
TheDuck007
ไม่ผิดหวังที่ติดตาม ชอบมากครับ ผมเพิ่งโพสเรื่องที่เกี่ยวกับ AI พอดี https://www.blockdit.com/articles/5ec1639a2ea0a20cc28a862b AI อาจ upgrade จนสามารถปกครองมนุษย์ได้เนื่องจากวิวัฒนาการในส่วน Bio-Tech นอกเหนือจาก Info-Tech ที่ทำให้ AI ชนะปัญญาของมนุษย์ไปแล้ว
18 พ.ค. เวลา 13:27
3
World Maker
ถือเป็นดาบ 2 คม ที่เราต้องระวังครับ ปัญหาเรื่องแรงงานกำลังจะตามมา
18 พ.ค. เวลา 13:31
2
MyLive
AI มีขีดจำกัด แต่มนุษย์มีพลังแฝงที่ไร้จำกัด เมื่อใดที่มนุษย์คิดว่า ตัวเองกลายเป็นผู้ถูกล่า มนุษย์จะต่อสู้ เอาชนะ เราไม่เคยเป็นผู้ถูกล่าหลังกำเนิดพระเจ้าขึ้นมา มนุษย์มีพลังแห่งการปรับตัวด้วยสัณชาติญาน จิตแห่งตื่นรู้ แต่เราจะพ่ายแพ้กันเอง แบ่งชนชั้นกัน โดยมี AI เป็นกรรมการ
18 พ.ค. เวลา 14:43
2
สัทธา รัตนมณี
สู้การบินไทยเราไม่ได้ ยังนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่เลย
18 พ.ค. เวลา 13:07
2
World Maker
ต้องดูกันต่อไปครับของบ้านเรา แฮะ ๆ
18 พ.ค. เวลา 13:30
1
MyLive
จะเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมากในสังคมมนุษย์ มีมนุษย์ไม่กี่คนที่ควบคุม AI ไม่ต่างจากโลกของ matrix จะเกิดการเรียกร้องเสรีภาพรูปแบบใหม่ จะเกิดชนชั้นใหม่ที่เรียกว่า useless โดยมนุษย์จะถูกปกครองและชี้นำด้วยข้อมูล AI จะกลายเป็นศาสนาใหม่
18 พ.ค. เวลา 12:52
3
World Maker
AI เป็นเหมือนดาบ 2 คมเลยทีเดียว
18 พ.ค. เวลา 13:29
1
siam prom
ติดตามตลอดครับ
18 พ.ค. เวลา 12:27
1
World Maker
ขอบคุณมากครับผม
18 พ.ค. เวลา 13:30