🌷พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละประเภท สร้างบารมีมาต่างกันอย่างไร❓
หลายๆท่านอาจสงสัยว่า พระพุทธเจ้ายังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทอีกหรอเนี่ย หรือบางท่านที่ทราบแล้ว ก็อาจจะสงสัยว่าแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างไร❓
แต่จะมาอธิบายในครั้งนี้เพียงสั้นๆ คือเรื่องการสร้างบารมีในสมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ ว่าทรงสร้างบารมีมาต่างกันอย่างไร❓
ซึ่งถ้าไปหาข้อมูลตามอินเตอร์เน็ต ก็จะอธิบายไว้อีกอย่าง ที่ทำให้ผมเองรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง เช่น พระพุทธเจ้าประเภทพระวิริยาธิกพุทธเจ้า ทรงมีพระปัญญาน้อยกว่า จึงทำให้ต้องใช้เวลาสร้างบารมียาวนานกว่าพระพุทธเจ้าประเภทอื่นๆ ฯลฯ
ข้อมูลที่อธิบายไว้ว่า พระวิริยาธิกพุทธเจ้าทรงมีปัญญาน้อยกว่าพระพุทธเจ้าประเภทอื่น
จึงทำให้เป็นแรงบันดาลใจที่จะอธิบายเรื่องการสร้างบารมีของพระพุทธองค์ให้ทุกท่านได้เข้าใจในอีกข้อมูลหนึ่ง
🌷มีอุปมา...เหมือนดอกอุบลในกออุบล ดอกปทุมในกอปทุม หรือดอกบุณฑริกในกอบุณฑริก ที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ งอกงามแล้วในน้ำ
1) บางเหล่ายังจมในน้ำ อันน้ำเลี้ยงไว้
2) บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ(บัวปริ่มน้ำ)
3) บางเหล่าตั้งอยู่พ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามี 3 ประเภท คือ
-พระปัญญาธิกพุทธเจ้า
-พระสัทธาธิกพุทธเจ้า
-พระวิริยาธิกพุทธเจ้า
🌷พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 1
ในสมัยที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์...ทรงปรารถนาที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเร็วๆ...
พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับโปรดบุคคลที่เปรียบเสมือน "บัวพ้นน้ำ" (ท่านเคี่ยวเข็ญและขนเอาเฉพาะคนมีปัญญามากไปก่อน)
เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้ชื่อว่า...พระปัญญาธิกพุทธเจ้า
ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "20 อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์" จึงขนสรรพสัตว์เข้านิพพานและไปสู่สุคติได้มากในระดับหนึ่ง
แต่ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่มากในขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
🌷พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 2
ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์...พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับโปรดบุคคล 2 ประเภทคือ
1.คนที่มีปัญญามาก เปรียบเสมือน "บัวพ้นน้ำ"
2.เคี่ยวเข็ญคนที่เปรียบเสมือน "บัวปริ่มน้ำ" คนเหล่านี้มีพื้นฐานของความศรัทธาอยู่แล้วพอประมาณ(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา)
พระโพธิสัตว์จึงส่งเสริมศรัทธาแก่คนเหล่านี้ให้มากขึ้นๆ...จนกระทั่งสั่งสมบ่มบารมีได้แก่รอบ
เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้ชื่อว่า...พระสัทธาธิกพุทธเจ้า
ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "40 อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์" จึงมีผู้ตรัสรู้ตามและมีผู้ไปสู่สุคติได้มากกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า...
แต่ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นบ้างพอสมควรในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
🌷พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 3
ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์...พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับโปรดบุคคลทั้ง 3 ประเภท คือ
1.คนที่มี "ปัญญามาก"
2.คนที่มี "ศรัทธาพอประมาณ" (ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา)
3.เคี่ยวเข็ญคนที่มี...ปัญญาและศรัทธาน้อยนิด... "เปรียบเสมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ"
พระโพธิสัตว์ต้องใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความวิริยะอุตสาหะ อย่างมากมายมหาศาล ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้แก่บุคคลเหล่านี้..
เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้ชื่อว่า...พระวิริยาธิกพุทธเจ้า
ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "80 อสงไขยกับอีกแสนมหากัปป์" จึงมีสาวกตรัสรู้ตามได้มาก และไปสู่สุคติเป็นจำนวนมาก...
เนื่องจากพระองค์โปรดคนได้ทุกประเภท จึงไม่มีลัทธิหรือความเชื่ออื่นเลย ในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
เช่น พระศรีอริยเมตไตรย์ และ พระมังคลพุทธเจ้า ฯลฯ
🌷จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เรายอมรับได้มากขึ้นและเห็นถึงความแตกต่างว่าทำไมพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ถึงได้มีความแตกต่างกัน ยิ่งยังความเลื่อมใสให้บังเกิดมากขึ้นในใจของพุทธศาสนิกชนตราบนานเท่านาน
🌟รับธรรมะดี ๆ ที่เป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจในการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงความสุขภายในได้ที่นี่
⚡️Line
⚡️Facebook
⚡️YouTube
⚡️Instagram
⚡️Twitter
⚡️Pinterest
⚡️Spotify
⚡️Apple Podcasts
⚡️JOOX
⚡️TikTok
⚡️Blockdit

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
สารัช สุ่มอิ่ม
ขออนุญาติแสดงความเห็นอีกแบบครับ ความแตกต่างของพระพุทธเจ้าทั้งสามแบบนั้น ผมเชื่อว่าคงต้องเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูเท่านั้นจึงจะให้คำตอบที่ถูกต้องจริงๆได้ แต่ในส่วนความเห็นของผมนั้น เหตุที่เป็นจุดที่ต่างกันคือเวลาในการสั่งสมบุญไม่เท่ากัน ทำให้ถึงแม้เมื่อสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าแล้วถึงแม้จะมีคุณสมบัติเหมือนกัน(กล่าวคือมีพระบริสุทธิ พระปัญญา พระกรุณาเหมือนไปกัน) แต่ผลที่แตกต่างกันคือจำนวนสัตว์ที่พาข้ามพ้นแตกต่างกัน(ซึ่งอาจหมายถึงเวลาที่ทรงดำรงค์พระชนมชีพอยู่)ซึ่งผมอ้างมาจากพระส...ดูเพิ่มเติม
15 ก.ย. 2020 เวลา 11:29
Thaistylecreate หัตถศิลป์ ศิลปะไทย
สวัสดีค่ะ เป็นบล็อคงานศิลปะไทย แชร์ขั้นตอนการทำงานพื้นฐาน และ ตอนนี้กำลังแชร์ความรู้เกี่ยวกับ "ภัทรกัป"อยู่ ฝากติดตามด้วยค่า
20 ก.ค. 2020 เวลา 19:57
ครับ ค่ะ
ระยะเวลาของ "อสงไขย " นั้นนานมาก ๆๆๆๆๆๆ ยิ่งมีปลีกย่อยเป็น " มหากัป " ด้วยแล้ว นานมาก ขนาดแค่ 1,000,000 ชาติ ยังน้อยไปเลย อสงเขยฺยํ อสงไขย แปลว่า กำหนดนับไม่ได้ (มันนานมาก ๆๆๆๆๆ )
19 พ.ค. 2020 เวลา 12:31
ใจหยุด 24 น.
🙏🙏🙏ใช่ครับ นานมากกกกกกกก
19 พ.ค. 2020 เวลา 12:40